วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2567

นวนิยายเรื่อง"เมตาพอร์ช"(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)

นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)
ตอนที่

453


เมื่อไบฟอนรู้เรื่องแล้วว่าการสอบเข้ามีอะไรบ้างก็สุขภาพไม่สมบูรณ์จึงตัดใจพักไผพักให้พอใจ แม้ทุนเขามีโอกาสเปิดกว้าง
ตามหลักมโนธรรม
แต้ไบฟอนมองเห็นว่าสุขภาพต้องมาก่อน(first thing first)
จึงกลับเอทินคิดว่าถ้าเราไหวเราต้องทำโอ(ordinary certificate of education)ทำเอ(advance certificate efucation) มีสมัครสอบได้ด้วยทั่วโลก
เห็นเพื่อนบอกถ้าเราเรียนไหวเราก็ต้องทำตั
ว ที่เขากำหนดไว้ได้แน่นอนดนตรีกีฬา
ร่วมทั้งหีดเป่าตูดเต่าให้เต่าแข่งกัน แฃะอีกจิปาถะต้องหัดๆ เพราะกาเรียนต้องมีกิจกรรม

เมื่อมาคิดว่าที่เรียนที่เราขะคิดเข้านี้ มันใหญ่อลังการเกินไปมั้ยมันท้าทายไปหรือเปล่า
ไบฟอนมองเห็นว่า คณะไครส์เชิร์ต นี้มีบานกว้างมันโอโถ่งเงีบบสงบ มันเหมือนอดีตที่ตนเคยมี ตามทุ่งนาฟ้ากว้างและมมันไอสลูเจ็ดคือเงียบเหงาวังเวง( isolated) มันแต่อิฐและปูนเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเราไบฟอนชอบใช้ชีวิตอย่างนี้
เพื่อนชื่อคลูด(Claude= Frenchman)และฮอฟฟ์(Hoff =Germanfrienทถ้งสองคนมี
แม่เป็นชาวอังกฤษ)dถามไบฟอนว่าน่ากลัวไหมที่นี่

ไบฟอนตอบว่าเพียง"อมยิ้ม"เป็นคำตอบ
ไบฟอนคิดว่า


"อันความติดนั้น
ใครๆก็คิดกีนไปได้
ส่วนมันจะถึงฝั่งแห่งความคิดหรือไม่
มันอีกเรื่องหนึ่ง
ถ้าไม่ถึก็คิดมันเสียใหม่
ก็เท่านั้นเอง"

แต่ไบฟอนยังนึกไม่ออกบอกไม่ถูก
ว่าตนเองพาตนเองมาถึงที่นี่ได่อย่างไร
ก็ยกประโยชน์ให้เทพเจ้าแห่งลมก็แล้วกัในเมื่อยังหาคำตอบอะไรไม่ได้
ที่เป็นความจริงและถูกต้องได้
และ ถ้าพูดอะไรไปตอนนี้ที่ยังไม่แน่ใจ
อะไรในอะไร

ถ้าเมื่อคำตอบผิดๆหวิวจริงบ้างไม่จริงบ้างเ
พ้อเจ้อบ้าง เพ้อฝันไปบ้างถ้าลอยไปเข้าหูใคร เขาอาจจะทำเป็นไม่ได้ยิน
มันจึงไม่น่าจะมีประโยชน์เป็นโปรดักติวฟ์ได้
(productive thoughts)จงสดุดไว้เพียงเท่านี้


การสอบอาจพลาดเส้นไม่มีที่นี่นั่น
เพราะการแข่งขันสูงทั่วโลก
ไบฟอนสำนึกดีเรื่องนี้ดีไม่มีตลกที่นี่
แน่นอนเพราะสถาบันนี้คือหนึ่งของมโนธรรมโลกที่ทุกคนยอมรับ


ไบฟอนก็กลับม่เอทินพร้อมความไม่ผิดหวัง
เพราะไบฟอนได้พื่อนใจและตรงจุดนี้
ทุกอย่างคงไปได้ดีชีวิตการเรียน
ที่ต้องแข่งกับเวลาและอายุ เพื่อนำมาอวดวิญญาณของบิดามสรดาที่สุวาซึ่งท่านตายไปแล้ว
และที่สำคัญคือท่านตาลอร์ดวินทาร์ผู้ปลูกฝังชีวิตหลานคนโตคือไบฟอนนี้ขึ้นมา
แม้ท่านจะตายไปนานแล้วเช่นกัน
แต่"ความทรงจำยังอยู่"(the memory never lasts)

ไบฟอนเมื่อลงเครื่องสิ่งต่อไปก็คือ
ทำตัวเป็นนักโบราณคดีจำเป็นไปขุดหา
งานเขียนที่สคอว์ตชนทำทิ้งไว้ที่บ้านร้าง
อันเป็นบ้านพักผ่อนที่สองของท่านตานั้น
เอง และท่านก็ไม่เคยได้ใช้มันเมื่อได้รับมรดกมา จนกระทั่วท่านได้ตายไปและมรดกบังเอิญตกมาที่ไบฟอน
ทุกอย่างจึงเปิดฉากทัศน์ต่อไป
คือไบฟอนได้แบ่งเป็นฉากๆเป็นทัศน์คือเป็น(shot) ๆ

ที่บ้านร้างนี้พบหลายอย่างที่น่าสนใจ
สำหรับไบฟอน นั่นคือวรรณกรรมตกหล่นที่ไบฟอนนิยามมันจากสคอว์ตชนเขียนทิ้งไว้
และหายตัวไปแบบไร้ตัวตน
ทิ้งเศษนิพนธ์ไว้เหมือนนักปรัชญากรีกที่ทเงไว้เพียงเสี้ยวนิพนธ์ให้มนุษยชาติรุ่นต่อๆมา
จากภัยพิบัติสืบๆมาที่ไบฟอนไม่ขออธิบาย
แต่ที่พูดมันออกมาจาก
ที่ไบฟอนเคยเรีบนกรีกและโรมันในปฐมวัย

มันเหมือนนิยายที่กุแต่งขึ้น แม้เรื่องเมตาพอร์ชนี่จะเป็นนิยายประกอบฉากถ่ายทำเชิงสารคดี
แบบหนึ่งก็ตามแต่ เมตาพอร์ชก็เป็นและเป็นนวนิยายในตัวมันเอง ที่ไบฟอนนิยามมันเอาไว้

กล่าวคือต่อมาหลังการขุดค้นเดี่ยวไบฟอน ไม่อาศัยใครเลย เพราะเกรงใจ อารมณ์เกรี้ยวกราดเมื่อเหนื่อยของตนเองเกิดขึ้น
จะไผกระทบกระทั่งเขา ซึ่งแน่นอนมันไม่ดีแล เป็นเหตุผล


คือไบฟอนพบว่า
บ้านร้างเคฟิส(Keri's) นั้นเคยเป็นปราสาทร้างโบราณ
ชื่อว่า" เชวาชาโต"(Zhervaa Chateau )มันนานมากมาแล้วก่อ

ชื่อที่พบมาจากเอกสารโบราณคดีไลฟอนมิได้กุขึ้น
มันมาก่อน(คาร์บอน14"carbon-14"จะถูกนำมาตรวจแล้วจะแจ้งต่อไป

ที่เอทินมีกฎหมายต้องแจ้งเรื่องนี้ มีกติกาว่าจะเปฌนใครมาจ่กไหนล้วนไม่มีอภิสิทธิ์ในกฎหมายของเผ่าชนเอทินนี้ "ว่างั้น"
 ซึ่งไบฟอนได้ทำไว้แล้วก่อนเริ่มดำเนินการเป็น
ที่เรียบร้อย)


คือก่อนสมัยนั้นเห็นจะได้คือในตอนต้น
ยุคกลางเสียอีก ถ้าลายจารึกไบฟอนจะถ่ายแนบมาแสดงในเมตาพอร์ชอีกด้วย


คือทราบว่า


ที่ปราสาทร้างนี้มีเจ้าชายพระองค์หนึ่งชื่อพรินซ์ เรโซนาคร์(Prince ReSonark)
ได้ถูกฆาตกรรมที่ปราสาทนี้
พร้อมคนรักเพราะท่านมาพบรักกับหญิงชื่อเกรเฟซีย มินซ์(Gracia "mins"  คำนี้แปลว่าหญิงบ้านนอกคอกนา) 
ตามประวัติศาสตี์ กล่าวระบุว่า

อันที่จริง เธอ กราเซีย มินส์ มีคนรักแล้วและต่อมาคนรักดิมของหญิงนั้นได้ลอบสังหารเจ้าชายพร้อมเธอ

ในคืนเกิดเหตที่หน้าเตาผิงไฟ(chimney) โดยคนรักเก่านั้นชื่อว่าสินิเมส(Sinimes)เขาไม่รู้ว่าคนรักใหม่ของหญิงรักของตนคือกราเซียมินซ์

ไม่พบชื่ออื่นนอกจากลี้ลับนี้นั้น
แต่พบว่าคนตายเป็นเจ้าชายมาก่อน
ท้ายสุดเมื่อตนเองคือฆาตกร
มาทราบทีหลัง
จึงฆ่าตัวตายตามไปด้วย

และเรื่องราวของปราสาทก็เพียงเท่านี้
ทันทีที่ไบฟอนพบเรื่องนี้ "พองขนหัวทันที
ผมหมอยตนเองที่อวัยวะสืบพันธ์ุชายของตนเหี่ยวไปเลย แต่ไบฟอนกินยาคุมสติรั้งความกลัวยาแก้กลัวหนึ่งเม็ดทันที (ยานี้ไม่มีขายในท้องตลาดเอทิยยกเว้นบ้านแพทย์เท่านั้น)

ยาจะถูกใช้เมื่อกลัวผีหลอกขึ้นมา)


ต่อมาปราสาทร้างกลายมาเป็นบ้านร้างตกทอดมาสู่ลอรฺด์วินทาร์(Lord Winthar) ซึ่งไบฟอนจะค้นหามาว่า"มันอย่างไรกัน"

และในการขุดเจาะเสาะหาแบบนักโบราณคดีวิธี(Archaeological method)นี้
นั้น และก็จะไม่เสียเวลาใรการเตรียมตัวเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโลกแต่อย่างใดไม่ไบฟอนคิดประมาณการว่างงั้น

แต่ไลฟอนกลับสนุกและเอนจอย(enjoy)
และถือว่าเป็นประสบการณ์และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพราะสรรพสิ่ง
มันมาจากต่อมเดียวกันของสมองซเลบรัม(celebrum special)ที่จะเรียนรู้อะไรๆได้หรืแไม่ของคนมนุษย์
ไบฟอนเชื่ออย่างงั้น

และมันกลับดีเสียอีกเหมือนการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยงั้น



คือดีเสียอีก

เมื่อมีเหตุทำอะไรมีขีดความสามารถแบบทำอะไรได้เป็นตัวร่วมอย่างนี้

ไบฟอนชอบๆ

แล้วจะรายละเอียดตอนวาระต่อๆไป
เมื่อไบฟอนพบเอกสารเพิ่มเติม
ในอดีตที่บ้านร้างหรือปราสาทร้าง
ที่ไม่มีใครถูกผีห้ามไม่ให้ถูกแตะต้องจากใครเลย

เพราะมันน่ากลัว
คือว่าบ้านนี้ทุกคนที่เอทินเชื่อว่า
มีผีสิงอยู่
จะมีก็แต่ตุ๊กแกและตัวแมงมุมเท่านั้น
ที่มีในบ้านหลังนี้อยู่


คือหลังจากที่เหตุฆาตกรรมเจ้าชายและหญิงบ้านนอกคนรักและสืบต่อๆมา
จนถึงมรดกหลายชั่วคนตกทอดมสถึงไบฟอน

ไม่มีใครที่เอทิน
กล้าสนใจมัน
ตอนนี้นอกจากไบฟอน
ทุกครั้งไฟอนเข้ามาทำงานที่นี้
ไบฟอนจะมีอาวุธปืนกนะป๋อง
คือยาฉีดะ่นไบกอน(Bygon ของเยอรมัน)ติดตัวมาด้วยทุกครั้งเป็นอาวุธ

พบอะไรอีกไบฟอนจะมากล่าวเสนอต่อไป



นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)
ตอนที่


454

ตอนนี้ที่เอทินหิมะตกสี
ของหิมะแห่งเอทินขาวจนขจีแสง
เย็นหิมะจนลืมแหงนเท้อวฟ้าว่ามีสีอะไร
น้ำทะเลซัดไปมากระหน่ำเบาๆ
น้ำคงหนาวหิมะ
แต่ปลาไม่ตายลอยมาให้เห็กสักตัวเดียว
ตอนหิมะตกนี้อดพูดถึงไม่ได้
เมื่อยามค่ำคืนผ่านมาทีตรงกับจันทร์ส่องหล้าในคืนค่ำขึ้น

ทุ่งนานี้ดูสวนเย็นตาไปหมดที่เอทิน
ต้นข้าวนอนหมดแฃ้วตอนนี้
เมื่อหิมะตก

บ้านคนดูหลังคาสีขาวหิมะท่วม
จนอธิบายไม่ว่า
นี่มันสวรรค์หรือไร
เงียบมีแต่แสงไฟภายในบ้านแต่ละหลัง
ส่องประชันกันเงียบๆ
ไม่มีเสาและสายไฟเล็กสายไฟใหญ่พาดระโยงระยางไปทั่วจนเวียนตา

ทุกแห่งมีแต่ทุ่งบ้านห่างๆ
บางทีเสียงหมาเห่าหอนออกมา
เพราะมันหนาว
มันไม่เห่าโจรเพราะโจรสลัดหมดยุคไปแล้ว
จะเหลือก็แต่โจรแห่งความคิดและโจรแห่งความเงียบนั้นถ้าจะมอง

ไบฟอนไม่ได้ไแทำวิจัยในคุกช่วงนี้
เพราะดูตำราสอบวิชาสอบเข้ามหาวิทยาลัยนอกและดูแลมรดกแห้งๆที่ตนเอง
ได้มาด้วยความสุขใจยิ่งที่ได้มัน
โดยไม่ต้อลทำอะไรก็ถูกเทพแห่งสวรรค์ประทานมาให้
ไบฟอนขอขอบพระคุณเทพสวรรค์ในส่วนนี้


สิ่งที่ไบฟอนจะต้องทำ
ตอนนี้คือ
ไปบ้านร้าง(haunted house) ปราสาทร้าง(haunted castle) บ้านที่สองของท่านตาตนเองนั่นคือจุดหมาย
เพราะการได้ไปสืบค้นว่าสคอว์ตชนได้เขีบนอะไรทิ้งไว้ จะได้รู้ความจริงแห่งความจริงเพิ่มขึ้นว่า โลกในอีกมิติ ที่เราเป็นนั่น
มันมีอะไรอีกบ้าง

เชื่อว่ามันต้องมีอะไรดีๆอีกมากที่จะได้พบ
แต่เชื่อว่าคงไม่เจอซากศพที่อาบน้ำยา
ในที่ดินที่ตนเองขุดเจาะลงไปแน่นอน
ขอภาวนาเพราะถ้าเจอคงวิ่งกลับบ้านเอทินไม่ทันแน่นอน เพราะตนเองประสาทอ่อนเป็นโรคประจำตัว


มีแต่เหล็กชะแลวเท่าน้ันกับสติ
เหล็กแชลงนี้มันทิ่มแทงดินและหินลงไปได้ลึกสุดลึก แต่คงไม่ลึกนัก เพราะไม่ไว้ใจดินมันถล่มตรงเอทินนี้นักธรณีวิทยาบอกไว้ว่สเป็นเปลืแกโลกติดน้ำทะเลซึ่งเป็นไหล่ทวีป

ตัวที่สองคือสติๆนี้ต้องมี ไบฟอนคนเดียวมาแบบนี้ถ้าตายลงตรวนี้ขณะนี้ศพคงรอการมารับนั้นคงอีกนานฉะนั้นจึงต้องระวัง
ภัยที่ไม่คาดหวังและคาดหวังมัรอบด้าน
การมาใข้ชีวิตแบบนี้ มันอันตรายกว่าการไปทำวิจัยมนคุกอีก เพราะในคุกถ้าไบฟอนตายลง  ศพจะถึงหมอทันทีเพราะว่ามีคนคุกเห็น

งูสัตว์พิษอื่นมากมายเชื่อว่ามันต้องมี
เพราะที่บ้านร้างมีนิเวศน์เป็นใจเป็นฟู้ดเวบ(food web) อย่างดีเหมือนที่ป่าอเมซอน(amazon)เป็น

ชะแลงขณะขุดยาวท่อนเมตรครึ่ง
ถ้าการถลำแชลงแต่ละอึดครั้ง
มิ่มดินเข้าไป
ด้วยแรงกดไหน แบบต้องชักถือขึ้นถือจับชักลง

ถ้า
หัวชะแลงมันมาโดนหน้าออกหรือโดนร่างกายของไบฟอน
แน่นอนเจ็บแน่


ต้องระวังและสติกัยมันทุกเมื่อ
สถานการณ์ตอนนี้กับไบฟอน
มันเหมือนโจรเข้าขโมยของในบ้านร้างเป็นสภาพ

เพียงแต่นี่ตนเองเป็นเจ้าของมีความเชื่อมั่น
ว่าไม่ได้มาแอบทำผิดอะไร

หรือแอบเอาคนตายมาฝังไว้
เพื่ออำพรางคดีใดๆ

แต่นี้ไบฟอนมาแบบมีสิทธิ์เต็มที่
และสติเต็มที่
ไบฟอนจะขุดจะทำอะไรเต็มที่เป็นเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของโฉนด

แต่ว่า
การไม่มีอะไรผิดแบบนี่
ตัวนี้จะมีอันตรายเช่นกัน
คือมันจะทำอะไรคนจะลืมตัว
เชื่อมันตนเองมากไป(over confidence)
ได้คือมีกำลำพลังใจจนเกิดอุบัติเหตุได้
ไบฟอนระวังมาก

    บราโว(bravo คำอุทานตกใจดีใจภาษาอิตาเลียน) ไบฟอนพลั้งอุทาน


ชิ้นแรก!ครับท่าน

มันห่ออยู่ในกระดาษพลาสติคแข็ง

ไบฟอนพลั้งอุทานออกมาไม่รู้ทางโลกวิทย์เขาเรียกว่าอะไร ไบฟอน เป็นคนมีนิสัย
ไม่ชัดเจนอะไรมนสิ่งใด
จะไม่พูดไม่เขียนออกมา
เพราะถ้าผิดแล้วไม่ดีเป็นบาปและไม่มี
มโนธรรม เป็นซิน(sin)  

มันไม่รู้ว่าเหมือนหม้ออวัยวะลับปกปิดเสมอของผู้หญิง ถ้าตนเองไปคลำถูกที่เข้าใรที่มืดๆ

มันจะรู้ทันทีเลยว่านี้หม้อ(โยนี)ผ๔้หญิงเพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ 
ที่ผู้ชายชอบและผู้หญิงโปรดให้คลำ
ถ้ามันลงตัว ตรงจุดนี้ เพราะถ้ามั่วมันป็อาญา

มันเป็นซองแนิดหนึ่งน่ะชิ้นแรก
คิดว่าขุดไปเสียเวลา
มันเป็นซองเปื้อนดิน

และฝั่งนานมาแล้ว เพราะมีปลวกพยายามจะเข้าไปกัดกินสิ่งของที่อยู่ในพลาสติกให้ได้แต่ไม่สำเร็จแสดงว่าอาจจะมีสารเคมีเคลือบไว้

ไบฟอนสันนิษฐานว่า
คนที่ทำแบบนี้ต้องเป็นสควอต์ชนชั้นปัญญาชน รู้จักใข้สิทธิพิสดารเหนือกฎหมายและกาลเวลา และมีอุดมการณ์และนโยบายอะไร
สักอย่าง
ไบฟอนดูต่อไปตั้งขอสังเกตต่อไป
และจะเฉลยว่าทำไมจึงขุดตรงนั้นตรงนี้
ทั้งที่ไบฟอนมิได้สมรู้ร่วมคิดหรือสมคบคิด(conspiracy)อะไรับพวกสคอวต์ขนเหล่านี้ และไบฟอนก็พึ่งจะมารู้ว่า ท่านตาลอร์ดวินทาร์มีบ้านซ่อนมนอดีตไว้จนเปิดพินัยกรรม

จึงได้ความจริงนี้ แม้รู้แล้วก็ทิ้งระยะห่างไว้ถึง3ปี

เพราะไบฟอนไม่มีทรัพยากรเวลา(timing resources )แต่ไบฟอนมีความคิดเรื่องการบริหาเวลา (timing administration) เพราะเคยเรียนมาในมหาวิทยาลัยอื่นอีกช่วงหาทำ โอ-เอ เนตเอกแศม('O"and"A"net exams certification )

มรดกที่ไบฟอนได้รับเป็นมรดกแห้งไม่มี
เงินสดเลย เพราะอะไรจะเปิดเผยต่อไป
เมื่อพบเอกสารหลักฐานยืนยันแล้ว

แต่ถ้าจะเอาเงินสดต้องขาย
มรดกที่ได้แต่ไบฟอนตัดสินใจไม่ขายสักชิ้นเดียว เก็บไว้ดูเก็บไว้เป็นอนุสรณ์กับท่านตา
ที่ตนเองมีชีวิตร่วมสมัยวัยเยาว์
เพราะไบฟอนมีคติพจน์ว่า
เงินๆทองๆเป็นของนอกกายไม่ตายคงหาได้
แต่ของมรดกที่ที่มีค่าทางจิตใจมันอมตะสำหรับตนเองถ้าขายไปมันหาอีกไม่ได้ถ้าขายไป


จึงงดขายเคยขายและทำเพราะช๊อต(short)จำเป็นเงินและภาวะที่พบต่อมาคือขาดทุน และต่อมาผิดสัญญา
และมุปมทับซ้อน ซ่อนเงื่อนที่ไบฟอนคิดไม่ถึงสาก่อนและเพราะสงคราม และปัญหาอื่นๆอึกกอร์ป(corp)ด้วย
สร้างปัญหามากมาย ต้องขึ้นศาลอนุญาโตตุลากาล(heuristic court of compromization cases)ไกล่เกลี่ยสัญญาพิสดาร และศาลลับเชิงจิตวิทยาเพื่อขอความนิติธรรม(juristic prudenc)ให้บังเกิด

ผลคือช้ามากนับแต่นั้นมาจึงงดขายมรเกทุกชนิดแม้จะอดตายก็ยอมเก็บรักษามันไว้และมีนัยถาวรเพื่อมนุษย์ชาตรุ่นหลัง ที่มิใช่ทายาทตามนิตินัยและพฤตินัยงปัจจุบันที่เอทินมลรัฐตราไว้

ตกลงเมื่อพบเอกสารที่ขุดพบบางส่วนแล้ว
จึงต้องพักเอกสารไว้ในที่สงบเพื่อสัวเกตพฤติการณ์ของเอกสารเก่า จากแผ่นดินที่ขุด เพราะไบฟอนไม่ทราบวันฝังวันเกิดเหตุ

อาจจะทำมาก่อนสมัยท่านตาลอร์ดวินทาร์ได้รับมรดกตกทอดชิ้นนี้มาก็ไ
ด้

ตกลวไบฟอน
พักเอกสารไว้ในห้องแอร์สามเดือน
ก่อนจะแกะอ่านต่อไปเรียงบรรทัด
เรียงความคิด และไบฟอนไท่อรุญาตให้ใครมาเข้าร่วมในการนี้ด้วยอำนาจที่ตนเอง
เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล
หรือถ้ากรมศิลและโบราณคดีของเอทิน
มาขอรับช่วงอันนั้นก็อีกเรื่องแต่เชื่อว่า
คงไม่เกิดขึ้นเพราะเปลืองบประมาณของรัฐเพราะอันนี้มิใช่พับลิค(public)แต่เป็นไปรเวท(private)
ที่คิดๆเป็นอื่น
จึงตกไปในครานั้น..

คืนนี้ไก่ขันตอน23.05น








วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2567

เมตาพออร์ช

Metaporch
(เมตาพอร์ช)

(นวนิยายและงานวิจิตรกวีดรุณสมัย)
No:

437


หิมะตกลงมา
มันโปรย
มันเป็นสีขาว

จับดูมันเย็น
ทิ้งไว้สักครู่
มันเป็นน้ำเย็นๆ
ใส่ไหลเยิ้มไปตามแผ่นกระดานที่ข้านั่ง

หิมะสีขาวมันตกแล้วตกอีก
บางครั้งมันโปรยลงมา
เหมือนลูกเห็บ
ก้อนแข็งเท่าๆน้ำแข็งทุบ



เหมือนความรัก

ของใครคนหนึ่ง
กำลังทำงาน

ไบฟอนหายใจเป็นควันออกทางจมูก
อากาศอย่างนี้น่านอน
ในเรือนกระจกกลางท้องทุ่ง
ที่มีไม้ท่อนๆสร้างขึ้นมา
อย่างประณีตและบรรจง

ท่านลอร์ดวินทาร์ทำไว้หลังหนึ่งเพื่อพักใจ
ไบฟอนเดาเอา

แต่ท่านทำแล้วท่านไม้ได้ใช้มัน
ท่านมาด่วนตายไปเสียก่อน
จนเป็นมรดกโดยพินัยกรรมมาให้ไบฟอนรักษา

ไบฟอนอยากจะเดินเข้าไปดู
แม้ในวันหิมะตก
หรือตอนบ่ายๆมีฝนตก

แต้ไบฟอนไม่เคยกล้าเข้าไปใช้
มันเพราะทางเข้ามันรกมาก
ปลวกราชาแห่งการทำลายบ้านร้าง
ไม่กิน เพราะกระท่อมหลัฝนั้นทำด้วยไม้สักเนื้อแก่น



ท่านลอร์ดทำเผื่อคนรักแรกของท่าน
จะบังเอิญแวะมา
จะมาเยี่ยมท่านอีกครั้ง
แต่เธอไม่เคยมาเลย
กระท่อมร้างหลังนั้นจ่รึกชื้อว่ากระท่อมน้อยแอมมา(Emma cottage) 
เป็นตัวหนังสือฉลุลงบนไม้แผ่น
เรียยหน้าสามแผ่นเล็กๆติดไว้ที่กระท่อม
และ"แหม่มแอมมา"คือคนรักแรกของท่านลอร์ด ที่พบกันบนเรือเดินสมุทรกลางทะเลลึก ในยุคสมัยที่ค่าเรือ นั้นถูกกว่าค่าน้ำมันในยุคนี้

วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567

meteporch

มิติพจน์
ตอนที่

341


อรุณรุ่งเบิกฟ้า

ไก่ขัน
นกร้อง
ทะเลคลื่นซัดอย่างเบาๆ
เรือประมง
คนประมงกำลัง
นำเรือเข้าฝั่ง
ฝนตดเป็นดอกนิดๆโปรยลงมา
เหมือดอกไม้กำลังร่วงจากกิ่ง
เรื่อยๆเอือยๆ
รู้สึกว่ามีธรรมชาติปรากฏให้ตาเห็น
ถ้าสวรรค์มีให้ตาเห็นได้
นี่คือสวรรค์ของข้า
ไบฟอนอุทาน

จะเอาอะไรกันนักกันหนา
กับความสุขนอกนี้
ไบฟอนจึงอุทานว่า
นี่คือความสุขของเรา
ไม่ต้องหาซื้อหรือต้องแสวงหา
ให้ใยเราต้องเสียเวลาเปล่า
ไม่พูดหรอกไม่คิดหรอกว่า
ในบทปรัชญาที่ว่า
"จงพอใจในสิงที่มีอยู่"
เพราะปรัชญาตามคำที่ว่านั้น
คือลมหายใจที่แท้จริง
ที่ตนเองและทุกคนทำใจและคิด
ที่มีอยู่แล้ว

ใช่ว่าเราจะจนกรอกทางความคิด
ไปเสียเลยก็หาไม่
ว่าไม่มีปรัชญาอะไรอีกหรือที่ดีกว่านี้
ตอบว่า"มี"และมีอีกมาก

แต่ยังจัดสรรเป็นคำพูดอะไร
อกมาไม่ได้

ถ้าจะเอาความคิดคือการไม่คิด
จะเอาคำพูดคือไม่พูด
จะเอาอย่างลัทธิ"เซน"
ในบริบทที่ว่า
"ทำชนิดไม่ทำ"
"Doing without doing"
แล้วที่สมาธิพร่ำเพียรภาวนาทางจิต
ที่ท่านสมณะเซนได้เปล่งคำนี้ออกมาได้
ที่คนหล่ยรุ่นหลัวต่อมา
ได้นำมาขบคิดกัรจนไม่รู้จะคิดอย่างไร
ที่จริงนั้นคือ
สงครามแห่งความสงบแท้จริง
หรือนั่นมันก็คือสันติภาพที่มนุษย์ทุกคนใฝ่ฝันหา
และสำเร็จ
ทำโดยไม่ได้ทำ
จึงเป็นมโนสารพัดนึก
ที่จะบันดาลทุกสิ่ง
ให้สงบได้

นี่คือนิยามของคำนี้ที่ไบฟอนเข้าใจและบรรลุและจิตหลุดพ้น และการข้ามพ้น
ของจิตในประสาทสมองทุกชิ้นที่ดีงาม
ของไบฟอน

ใครอยากคิดมากไปกว่านี้
ใครอยากที่จะก้าวมากไปกว่านี้
ก็ทำได้มันเป็นเสรีภาพ
ที่มนุษย์ฉลาดมากในการ
ร่วมกันลงประชามติ
ตราเป็นรัฐธรรมนูญเอาไว้
แม้จารึกไวบนแผ่นดินเหนียว
หรือบนแท่นพิทพ์หรือบนความทรงจำ
เยี่ยงไร
สรุปเรามีชีวิตสืบทอดกันมา
ได้ทุกวันนี้

ด้วยคำว่า"เสรีภาพ"คำนี้
เป็นเวลานับล้านปี
ตัว"ไบฟอน"เอง
ขอพร่ำเพียรภาวนาว่า
คำนี้จงอย่าหายไป
คำว่าสันติภาพจงมีจงถาวร
คำว่าโลกมลายกลายเป็นจุณ
จงอย่าได้มีเลย
แม้ถังแก๊สหุงต้มถ้าคนใข้ๆไม่เป็น
มันอาจระเบิดได้
แต่นั่นมันเป็นอุบัติเหตุที่ยากจะเกิดขึ้น
เพราะคนกินคนใช้แก๊สนั้นเพื่อหุงต้ม
ยังชีพตลอดดเวลา


แต่เสรีภาพที่จะกลับไปใข้ฟืนหุงต้ม
แทนเตาแก๊สนั่นก็ไม่มีใครห้าม
หรือจะมีกฎกติกา
การใช้ฟืนหุงต้มจงอย่าหาทำ ก็หาไม่
นี่งัยเสรีภาพ
เทพีแห่งเสรีภาพที่นิวยอร์ค อเมริกา
ยังคงตระหง่านอยู่
ไม่ว้าจะมีสงครามหรือไม่มีสงคราม
ไม่ว่าจะมีสันติภาพหรือไม่มีสันติภาพ
เทพีแห่งสันติภาพที่นิวยอร์คก็ยังคง
อยู่อย่างนั้น
ถึงแม้มนุษย์ทำมันขึ้นมา
วาดมันขึ้นมา
แต่มันก็มีเท่านั้น

และมนุษย์นั่นเอง
เป็นผู้กำหนดสันติภาพและสงคราม
เทพเจ้าท่านไม่รู้
แต่เทพเจ้าคือสิ่งที่มนุษยฺเคารพสักการะ
บูชากราบไหว้และวิงวอนกล่อมใจให้ชุ่มชื่น
เบิกบานได้ แม้จะยามมีสงครามหรือในยาสันติภาพ

ข้าเมื่อเรียนในมหาวิทยาลัย
ข้าก็เคยเรียนสมาธิเฉียบพบัน
แบบเซน.และเฉลยว่า
การทำแบบไม่ทำคืออะไร
ครูพึงใจให้ข้าสอบผ่าน

แม้ข้ามาติดคุกที่คุกใต้ดินตาราตัส
ข้าก็คิดถึงคำนี้เสมอ
ใจข้าก็สงบ
จวบจนข้ามานอนเตียงกว้าง3เมตรคูณ4เมตร หนา12นิ้ว
ห้องแอร์หลับสบาย
หลังข้าได้รับมรดก
ข้าก็คิดถึงคำๆนี้
ทำแบบไม่ทำ
และข้าก็ต่อยอดไปอีก
และนั่นก็คิอ
ข้า"คิดแบบไม่คิด"
ข้า"พูดแบบไม่พูด"
ข้าพบว่าถ้าคิดอย่างนี้
จิตใจข้าสงบขึ้น
ใจข้านั้นละลาย
ไปด้วยความสุข
ข้าจบมหาวิทยาลัยกลับบ้านนอกคอกนา
มาอยู่กับนาที่มีควายเป็นเพื่อน

ข้าก็ใฝ่ฝันถึงคำๆนี้"ทำแบบไม่ทำ"
ควายมันได้ยินความคิดของข้า
ควายมันยังร้องกู่สดุดีให้ข้าได้ยิน
และข้าก็คิดคำใหม่เพิ่มเข้ามาอีก
โดยไม่ต้อวเป็นนักบวชนิกายเซนอันน่าบูชา
ก็เปล่าเพราะข้าไม่พบเวลาจะเป็นมีนได้
คำที้พบใหม่นั้นก็คือ
"ทุกข์ใจกังวลใจแบบไมทุกข์ใจแบบไม่กังวลใจ"
ข้าพบควาสงบ และความสุขต่อจากนั้น

ไม่วายข้าสะดุดอีกหนึ่งคิด
คือมายา
ตอนถูกครูถามว่ามาย่คืออะไร
ข้าตีความถ้าอธิบายก็เป็นหนึ่งเล่มเกวียน
เห็นจะได้

แก้ไปเหมือนคนแก้ตัว
เหมือนอาชญากรที่ต้องการแก้โทษในศาลเมื่อตนถูกข้อหาว่าทำผิด
ที่จริงศาลต้องการรู้ว่าทำผิดหรือไม่ทำผิด
จริง เอาเท่านั้นเป็นคำตอบ


เหมือนครูต้องการคำตอบเพียงหนึ่งหน้ากระดาษเท่านั่นห้ามขาดห้าทเกิน
ว่า"มายา"คืออะไร
 เพราะอะไรเพราะว่า
คนรู้จริงจะไม่พูดมาก
คนพูดมากจะไม่รู้จริง
เช่นคนถูกข้อหาเป็นอาชญากร
ถ้าทำจริงคำตอบ
คือได้ทำหรือไม่ได้ทำ

มิใช่ไม่ตอบสองคำนี้คำใดคำหนึ่ง
ง่ายๆ เขาจึงจะเรียกว่าลูกผู้ชาย
เพราะความจริงก็คือความจริง
มันหนีไม่พ้น

ในคำว่ามายา ที่ข้าตอบครู
ข้าก็สรรหามาหนึ่งหน้ากระดาษพอดี
ใจความที่ได้มายาแปลตีความ
ตามตัวอักษรมันคือ
"สิ่งไม่จริง"ๆคือมายา

แต่ในอีกมุมมองหนึ่งมันหาเป็นเช่นนั่นไม่
แต่ครูท่านถามมาเพื่อให้เรารู้จักคิดวิเคราะห์
เป็นว่ามันคืออะไร
สำหรับไบฟอนมีคำตอบว่า
มายาคือกลลวงชนิดหนึ่ง
มันอาจจะจริงก็ได้
ไม่จริงก็ได้
เช่นทุกข์ลวง
รักลวง

ทุกข์จริง
รักจริง

สองนิพจร์นี่มันคืออะไร
คิดเอาเอง
ว่ามันคืออะไร
ไบฟอนนำเสนอตนเอง


ว่านี่คือคำตอบ
เพราะถ้าตอบจริงๆหน้ากระดาษจะไม่พอ
เวลาเพื่อจะพักกินข้าวเที่ยงที่แคมพัส(campus)จะไม่มี

คะแนนที่ทำไปไม่ดีนัก
แต่ผ่านไป
แค่จ้าก็ภูมิใจในคำตอบที่คิดขึ้นเอง
พบเอง
มิได้ไปสำเนาความคิดใครจากสื่อมีเดีย
หรือหนังสือสื่อพิมพ์แล้วของใครมาตอบ
เพราะถ้าข้าฝืนทำไป
ข้าก็จะทำมโนธรรมของตนเอง
ให้หล่นไป





และข้าก็คิดต่อไป


มิติพจน์
ตอนที่

342


คำว่า
สะอาด
เจตนาดีและสมบูรณ์
ทั้งในเเบื้องต้น
ทั้งในท่ามกลาง
และเบื้องปลาย


ไม่มีเงื่อนงำ
เปิดอกและเปิดเผย
ไม่เอาเปรียบ
ตามเนื้อหา
ตามเนื้อผ้า
ขัดเจน
บริสุทธิ์

ไม่มีแผนการอะไร
นอกจากความต้องการ
และอยากทำ
ด้วยความสมัครใจ
และยุติธรรมทั้งผู้ให้ผู้รับ
และไม่ละเมิดกฎปฏิคาหกะ(ให้รับหรืออื่นใดบริสุทธิ์ทุกฝ่าย)
แล้วสรพสิ่งก็เป็นมโนธรรม
เหมือนน้ำทั้ไหลริน สะอาดใสโปร่งใสแบะโปร่งแสง โดยธรรมชาติไม่มีการตบแต่ง
หรือลิขิตมันด้วยน้ำมือและความคิดของ
มนุษย์

นั่นแหละสิ่งที่ท่านลอรด์วินทาร์มี
ข้าผู้มีชื่อว่าไบฟอน หลานตาขอวท่าน
จึงเชื่อท่านและทำตามคำของท่าน
อย่
างไม่ลดละ
แม้ว่าท่านลอร์ดวินทาร์ตะเสียชีวิตไปยาวนานแล้ว และท่านเองก็ไม่รู้ว่าตัวท่าน
มีบรรดาศักดิ์เป็นขุนนางชั้นลอร์ด
ที่สูญหายไปในสงครามยุคกลางสากล
บัดนี้ข้าไบฟอนไม่มีอะไรจะตอบแทนท่าน
นอกจากฝึกหัดเป็นหลานตา
ที่มีมโนธรรทเหมือนอย่าง
ท่าน แม้ดูแล้วการมีมโนธรรมได้เหมือรอย่างท่าน นั่นแสนยากแบบพายเรือทวนกระแสน้ำเชี่ยวกระนั้น

ถึงกระนั้นข้าไบฟอน
ยอมทำใจทำ
แม้จะยากแต่
เพราะหวังในสุขอันอมตะ
นอกเหนืออื่นใดที่มีในโลกที่ที่มีสัณฐานกล

 และในโลกหน้าที่ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ข้าเชื่อว่า
มันมีอยู่
ด้วยความคิดในขอบเขตของโลกใบนี้
ที่สามารถกำหนดรู้ด้วยค่าไพน์(Pie =22/7) นั้นเป็นไฉน คนรู้ไซร้
จะกำหนดได้

ข้าขอหลับและตื่นขึ้นเพื่อเขียนเรียง
มิติพจน์นี้
แบบลอกมา
จำมา
จากนักวิทยาศาสตร์
นวนิยายที่ที่ท่าน
ทำไว้ก่อนตายและท่าน
หายตัวไปแลบ"เต๋า" นักปรัขญาเมธีจีนนสมอุโฆษท่านหนึ่ง


แต่เอกสารมี่ท่านผู้นี้
ทำไว้ตกหล่นไว้ที่บ้านลับลับแห่งเอทิน
ที่ท่ามาพำนักและครอบครองปรปักษ์อยู่อาศัยอยู่โดยชอบ

ให้เสร็จสิ้นต่อไป
ข้าพยามอ่านและเขียนให้เสร็จให้ได้
ก่อนที่พระอาทิตบ์จะตกดิน
และเมื่อทุกอย่างเสร็จลง
ข้าจะได้เดินทาง
ไปเมืองชิงหมิง
และดื่มเหล้าสักเป็กหนึ่ง
ที่โรงเตี้ยมที่มีชื่อว่า
ชิงหะวา

ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุในสมัยราชวงศ์ถัง
ตอนนี้แม้ข้าเองยังไม่รู้เลยว่า
มันคืออะไรและอยู่ที่ไหนจริงๆ
แต่ข้ามั่นใจว่าต้องได้พบมัน
ในนามของไบฟอนนี้แน่นอน
ในอุปราการแห่งมิติพจน์ที่ข้าได้พบนี้



มิติพจน์
ตอนที่

343


ในคุกใต้ดินตาราตัสไบฟอนมาทำวิจัยที่นี่

ตื่นขึ้นมามนคุกเช้าตรู่8.00นเสียงเพลงจากโรงเรียนในคุกใต้ดิน
ไบฟอนมิใช่คนคุกจึงไม่ต้องตื่นตามเวลา
ทำอะไรตามใจชอบหลายคนในคุก
มองว่าไบฟอนคือผู้การคึกชนิดหนึงเพราะไบฟอนมีอภิสิทธิ์ในคุกที่ไม่เหมือนอื่น เพราะไบฟอนได้รับอนุญาตทำวิจัยในคุก" เพื่อหาทางออก"ว่า  คนคุกจะได้เป็นคนดีที่มีมโนธรรม 


        เมื่อถูกปลดปล่อยออกจากคุกไป
รัฐเอทินโดยรัฐมนตรีมหาดไทยของนี้ให้เกียรติบฟอนอย่างยิ่งฐานเป็นหลานตาของลอร์ดวินทาร์ ผู้มีอุปการคุณต่อคุกอย่างมหาศาลด้วยการบริจาคที่ดินให้คุกตาราตัสทั้งหมด แม้จะเป็นใต้ดินหลังจากใต้บาดาล
ดังกล่าว ได้ขุดแร่ทองคำไประลอกหนึ่งแล้ว

เสียงวิทยุในโรงเรียนในคุกดังกระหึ่มขึ้น
ด้วยเดซิเบล(decibel) พอเหมาะ
พอดีบ้านพักรับรองคนทำวิจัยอย่างไบฟอน
ติดกับโรงเรียน

ไบฟอนถูกเสียงปลุกดังกล่าวที่เรียกเด็กเข้าแถวเรียนร้องเพลงชาติไหว้พระ
ก่อนเข้าห้องเรียน

เสียงเพลงมีเนื้อหากึกก้อง
เรื่มชาติเอทินแห่งความหลัง
ชาติเอทินแห่งเสรีภาพ
เรารักชาติเอทิน
เราเคารพทุกคนเหมือนเป็นพี่น้องกัน
เราจะรวมกันสร้างชาติ
เราจะสืบสานชาตเอทินของเรานึ้
นี่ต่อไปจนกว่าชีวิตจะมลาย...
.......

(อีกหนึ่งหน้ากระดาษเพลงยาวมาก
ไบฟอนจดไม่ไหวเงี่หูฟังตนเหนื่อยจงจดจำมาได้แค่นี้ เพราะมิใช่สาระของนิยายที่ไบฟอนจะร่ายต่อไป)


แต่ไบฟอนตื่นขึ้นแม้วันเกิดของไบฟอนปีนี้
จะเป็นวันนี้ แต่ปีนีไบฟอนก็ไม่จัดอะไรพิเศษ
นอกจากอาบน้ำเย็นในลำธารที่สระเงียบเหงามนคุกนั้นเองมีหงส์2คู่ที่ในสระนั้น(หงส์คล้ายห่านแต่หงส์มันกอดคลอเคลียกันตลอดเวลาเป็นรูปหัวใจเสมอ)

วันเกิดปีนี้มันเป็นเดือนมกราคมแห่งฤดูหนาว
วันที่14 มกราคม เท่านี้ที่ไบฟอนทำคืออาบน้ำในสระน้ำใสและไหว้ขอพอค่อศาลเพียงณที่มีอยู่ที่ใกล้นั้นตรงนั่น พรที่ขอคือ
"ขออย่าให้คุกใต้ดินแห่งนี้เกิดเหตุแผ่นดินทรุดไหวและ

ถล่มดินลงมาทับคนคุกตายหมดเถิด"
ไบฟอนไม่ค่อยเชื่อเรื่องพรลับๆนี้แต่มันก็มีสิ่งเดียวที่ทำได้ เชื่อได้ตอนนี้จึงวิงวอนขอพรไปเพราะไบฟอนมั่นใจเลยว่า


คนไม่มีมโนธรรมจะขอพรอย่างงัยก็ไม่สำเร็จ

นอกจากการกลับชีวิตเป็นคนดีชนิดนับหนึ่งใหม่
ด้วยจิตมโนธรรมเท่านั้น
นั่นแหละพรอันประเสริฐอย่างที่คิด
หรือจะคิดอะไรได้ตามความมุ่งมาตรปราถนาได้



เสียงเพลงชาติเอทินที่เด็กลูกคนคุกร้องจบลงพร้อมครู

ไบฟอนก็คิดว่า
โลกเรานี้มันมี
ความใหม่เกิดขึ้น

คือมองให้ดีตีความให้ดี

จะพบว่าทุกอย่างมันเหมือนลัทธิคอมมิวนิสต์ใหม่(neo-communist)
มันเหมือนชีวิตจีเอ็มโอ(gmo=genetically modified organis)ทั้งหมด
ทำไมหรือเป็นคำถาม
นิยามคำว่า
คอมมิวนิสต์ สำหรับไบฟอนคือ"ทุกอย่างมาเป็นของรวมร่วมกันโดยรัฐปกครอง"

นิยามคำว่าจีเอ็มโอไบฟอนถือว่าการทำให้สิ่งใหม่เกิดขึ้นกำหนดได้ลิขิตได้ผูกขาดได้
ไม่คำนึงต้นกำเนิดเดิมใช้"ระบบดีเอ็นเอสารพันธุกรรม"(DNA=Deoxy ribonucleic acid )เป็นตัววิวัฒน์เริ่มต้นที่เรียกว่าเอาสารพันธุกรรรมจาก"ทอปทูโท"(top to toe  )มารังสรรค์ให้เกิดโลกใหม่
เช่นอยากได้ดอกไม้สีอะไร
ก็กำหนดเอาสร้างมันมาใหม่ จากสีแดงเป็นสีน้ำเงินเป็นต้น
หรือตจากคนรวยเดิมเป็นคนรวยใหม่จากคนจนเดิมเป็นคนจนใหม่


เหตุผลททั้งหมดเกิดจากความคิดของมนุษย์
เหมือนระบบพิสดารของศาลเตี้ยพิสดาร
หรืออั่งยี่พิสดารเพื่อหลีกเลี่ยงอำนาจกฎหมายอำนาจปกครองจากที่มีอยู่
สู่อิสระเสรีใหม่ที่ถูกต้องและคุยกันต่อไปได้

ในโลกที่อาจแสนจะ ศิริวิไลซ์(civilized world) และหรือจะซาร์ดิสต์(sardistic)และแสน"ซาคาสติก"(sarcastic)แบบนี้ สุดแต่ใครจะมีมุมมอง

ถ้าอยากให้ตีความคิดออกไปเมื่อไม่มีอะไรเป็นช่องว่างให้คิด
ที่ให้มนุษย์รุ่นใหม่หาทำได้อย่างเสรี


ก็เพราะคนทุกคนเข้าใจผิดๆ
ระหว่างคำว่า
ทำดีคืออะไร
เช่นทำดีคือการทำให้มันดี
แต่การทำดีนั่นมีอีกมากมาย
กว่าที่คิด

นอกจากการทำให้มันดี
เหมือ่นการใส่ลิ่มและสลัก
เพื่อให้จอบถากหญ้ามันได้กระชับ
ตัวจอบมันได้ไม่หลุดออกจากด้ามจอบ
เพราะนั่นก็คือการทำความดีเหมือนกัน
คือทำให้มันใช้ได้นั่นเอง

กับการที่มนุษย์ยุคใหม่
ถูกจีเอมโอ(gmo =genetically modified  organis)โดยมนุษย์ฉลาดเปรื่องปราชญ์ชนิดหนึ่งสายชีววิทยา(biology) 
ที่ทำให้สรรพสิ่งมีข้อกำหนดหมดได้
ลิขิตได้บันดาลได้

เหมือนที่ไอน์สไตน์(Einstein )คิดทฤษฎีทำนิวเคลียร์เพื่อสันติและเพื่อป้องกันหรือเพื่อสงครามต่อมาได้สำเร็จกระนั้น เป็นนัยเปรียบดังที่ไบฟอนจะกล่าว

"นี่คือมันอย่างงัย"
ไบฟอนพยายามคิดต่อไป

มันก็เหมือนโจรปล้นทรัพย์
ที่หมดประตูทำ
เขาก็คิดแบบทฤษฎีปล้นใหม่
ขึ้นมาแบบพวกคอลเซนเตอร์(call centre -fake etc.. )มิจฉาชีพปล้น
ทางดิจิตอล(dogital)นั่นเอง
สรุปคือคนคิดปล้นมันก็หาทำกัน
ฝ่ายผู้รักษามโนธรรมก็ป้องกันๆไปคือฝ่ายตำรวจก็ตามไล่ล่ากันไปเกิดสงครามใหม่
ชนิดใหม่ๆขึ้นมา
จนกว่าโลกแห่งมโนธรรมสมบูรณ์จะเกิดขึ้น

สรุปคิอทุกชีวิตต้องมีสติตลอดเวลา
อย่าเผลอถ้าเผลแมีอุบัติเหตุ
เหมือนการขับรถบนถนน
เผลอคือตายและเจ็บสถานเดียว
มโนธรรมก็มีอยู่
ช่วยแล้วทั่งคนขับขี่
คนเดินถนน

คือแบ่งเขตเลน(lane)ถนนซ้ายขวา
มีขีดเส้นตีเส้นอีกด้วย
ถ้าใครขืนละเมิด ก็คือทางตันและทาง
ตายสถานเดียวที่รำลึกได้
เปรียบเทียบให่เห็นง่ายๆ
ไบฟอนสรุป
แม้ถนนที่เอทินจะมีไม่กี่สาย ทางม้าลายจะทีไม่กี่ที่แต่มันก็เป็นถนนและเป็นทางม้าลาย
อันหนึ่งของโลกแห่งความเป็นจริง


และตอนนี้นั่นเองไบฟอนจึงมองหา อาชญากรรมชนิดใหม่ในคุกตารตัส
และมโนธรรมใหม่ของคนคุกตาราตัส
ที่ใบฟอนเชืาอว่าต้องมีเป็นข้ออ้าง
เพราะไบฟอนพบว่า
คนแม้จะผิดก็ยังมีข้ออ้างเสมอแม้อ้างแบบผิดๆ คือสู้แลบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ก็สู้กันไป
แม้ท้ายสุดก็ไม่พ้นนิติธรรม จนเกิดนิติธรรมพิสดารตามมาเพื่อรองรับปัญหา
จนเกิดสงครามแห่งความพิสดารเกิดขึ้น
ซึ่งเป็นสงครามที่เกิดขึ้นในคราบของความสงบ

เหมือนปลาใหญ่กินปลาน้อยในทะเลสีคราม
เหมือนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินก็จะแยก
เหมือนเมื่อพายุใหญ่มาน้ำก็จะท่วม
เหมือนเมื่อเมฆใหญ่มาฝนก็จะตก

และแน่นอนมันก็เหมือนปรัชญาที่ว่า
"ถ้าฝนตกถนนก็จะเปียก"
เป็นสัจธรรม
เหมือนที่นักปรัชญายุคโสคราตีส(Socrates)กล่าวไว้ว่า
"คุณสมบัติชองมีดคือความคม"ฉะนั้น

นั่นอาจจะหมายความว่า

รัฐคอมมิวนิสส์เก่าจะมาเป็นนายทุนใหม่
และรัฐนายทุนจักลายมาเป็นคอมมิวนิสต์ใหม่
ซึ่งรัฐหรือสังคมไรๆที่จะกลายเป็นกลับหัวกลับหางกันอย่างไร มันก็ไม่พ้นหลักมโนธรรม เพราะหลักมโนธรรมก็คือความรัก
เพราะความรักไม่มีพรมแดนไม่ชาตืไม่มี
ศาสนา ไม่มีศาสนาเพราะความรักมันเป็น
พันธุกรรมของมนุษย์แรกเรื่มจากหนึ่งได้
กลายมาเป็นสองที่เราร่วมอยู่กันทุกวันนี้

หลายคนคิดอยู่ ณ ที่เอทิน คือเขาพากันคิดเสียใหม่ว่า
คือปลงใจทำใจว่า
ไม่คิดอะไรทั้งสิ้นแล้ว

"อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด" แม้ความตายจากสงครามอุบัติกำลังจะเกิดหรือไม่ก็ตาม
แม้ว่าพระอาทิตย์จะหล่นลงมาบนดินให้เราคลำได้ก็ตาม
ชาวเอทินคงไม่สน


แต่ชาวเอทินขอให้ได้ทำงานได้เงินเยียวยาปากท้องได้เป็นสำคัญ
แม้ชาวเอทินทุกคนมีกินมีใช้ ด้วยอำนาจปกครองอันศิริวิไลซ์จากบรรพบุรุษที่ตกทอดมาถึงตนอันเป็นคนปัจจุบัน

แล้วสำหรับชาวเอทิน
ตอนนี้

"มันส์นั้นคือ"
นั่นคือชาติ
นั่นคือศาสนาและนั่นคือเผ่าพันธุ์
ส่วนเรื่องอื่น
"ค่อยคิด"
คือ
เมื่อมีข้าวกรอกปากและอาหารอิ่มท้องแล้
ว หรือง่ายๆ
ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าสักจาน
ข้าวผัดพริกใบกะเพราใส่ไข่ดาวสักจาน
จนร่างกายเกิด
น้ำหนักที่ตนเองจะบรรทุกได้ที่รางกาย
เปรียบเหมือนรถยนต์ที่กำลังแล่นไแ
ตามถนน

และสิ่งสำคัญที่เรามีคือจิตวิญญาณที่เราเป็นเจ้าของมี

ที่เราจะทำได้สร้างรายได้
หลังมีน้ำสะอาดหนึ่งแก้ว เติมพลังเข้าไป
ได้ตามความพอใจตามนั้นก็พอ

ขาวเอทินกำลังคิดอย่างนี้
ที่ไบฟอน(Beiphon)หลานรักของท่านตาลอร์ดวินทาร์(Lord Winthar)พอมองเห็
นภาพฝันขิงพวกเขาได้
จากแววตาทุกคนที่ไบฟอนประสบมา
แต่อย่างไรก็ตามพบว่าทุกคนพอใจ
และภูมิใจตนเองมากที่ได่กิดมาเป็นชาวเอทินแม้จะเป็นทาสเป็นชาวไร่ชาวนา เป็นชั้นกรรมมาชีพหรือเป็นชนชั้นกลางที่กำลังเป็น
บอชวาซี(bourgeois)หรือเขยิบมาเป็นนายทุนใหม่ๆชนิดน้อยใหญ่
ตามนิยามของสังคมชนชั้นที่สมมุติก็ตาม

ทั้งๆที่ทุกคนหารรู้ไม่ว่าทั้งหมดที่ตนมองเห็นและที่ตนเองเป็นนี่นมันเป็นเรื่องของความเป็นมนุษย์สมมุติมนุษย์มายาทั้งสิ้น
ไม่เหมือนที่ไบฟอนมองเห็นคือ

จะมีที่จริงก็คือ มีแต่ความตายที่มีรอยู่ข้างหน้าตนเองและมโนธรรมที่ตนเองมีอยู่ในปัจจุ
บันเท่านั้น

ที่เป็นแก่นสารและสาระใน"ชีวิต
อุดมคติ"ที่แท้จริงของมนุษย์ในโลกนี้







แล้วสร้างรายได้ประทังชีวิต



เป็นพอ

เรื่องอื่นๆ
ค่อยๆคิด

เรื่องอื่นๆที่ตามมาตามที่แรงของตนมี
หลังจากข้าวอิ่มท้อง
กล่าวคือนักฉวยโอกาสใหม่(new opportunist )นั้นหมดแล้ว
ไม่มีอีกแล้ว
เพราะโลกดิจิตอลตักตวงไปหมดแล้ว
เสียเวลาที่จะไปคิดยาวคิดลัด

เอามโนธรรมดีกว่า
เป็นสรณะ(ที่พึ่ง)ให้กับตนเอง











metaporch

414


ที่คุกตาราตัส
ใต้บาดาลแห่งเมืองเอทิล

คุกมุเรื่องราวมากนิยายยาวจบไม่ลง
เพราะคุกที่นี่มันแปลกที่อื่นๆคุกเขาอยู่บนดิน
แต่คุกตาราตัสนี่ที่นี่มันอยู่ใต้บาดาล
มันจึงตาราตัสสมชื่อเหมือนดั่งในเทพนิยายกรีกที่สื่อว่าตาราตัสคือเมืองนรกมีแม่น้ำสตินส์ตอน"ข้าเมาข้าจึงคิดออก"ไบฟอนพึมพำ
และกล่าวว่าอย่าพึ่งเชื่อข้างาพเจ้า
แต่ติดตามได้เผื่อมันแฝงให้ได้พบกับข้อมูล
เชื่อมโยงกับมิติอื่นในชีวิต คำว่าสมบูรณ์ไม่
มีในโลก "แต่ผิดพลาดไปแล้วแก้ไขได้
มีใน
โลก"
เหล้าและไวน์ทำให้ข้ากล้าพูดคำนี้ขึ้นมาได้
ข้าจึงใช้ดื่มมัน เมื่อโรยราและขาดเพื่อนที่แข็งแรง และขาดหล่อนที่ตายไปคอยพะนอใจ

และที่สำคัญคือมันเสรีมาก
เงื่อนไขมีว่าในรมือยาวสาวได้สาวเอา
แต่พอพ้นโทษจากคุกต้องยกให้คุกหมด
คนในคุกก็เหมือนคุกทั่วไป
คืออาชญากรอาญาและแพ่งนักโทษทุกชนิด
รวมที่นี่หมดเพราะมันไม่เปลืองเงินคลัง
ของรัฐเอทิล


นั่นหมายความว่ามีรถได้ใช้แอร์ได้เที่ยวได้
ตามใจชอบแต่ติดคุก 
คุกนี้มีวงจรปิดทุกขนิดกันคนหนีและติดตาม
ทุกระบยนับจากสื่อสารการควบคุมทกๆอย่างด้วยระบบดิจิตอล(digital)ที่พิเศษอย่างยิ่ง เพราะคุกมีเงินมหาศาลที่สปอนเซอร์(sponsor)รัฐเอทิลได้อีกด้วย
ง่ายๆคือรัฐสวัสดิการของเอทิลได้งินจากคุกมาจุนเจือทั้งหมดเพราะคุกเองไม่มีรายจ่ายอะไรมากนักนอกจากอุปกรณ์อีเลึโตรนิคดิจิ
ตอล(electronic digital)ครบวงจรควบคุมเท่านั้น


ที่คถกมาตั้งตัวกันมากแต่อพอได้เวลาพ้นโทษต้องมอบให้คุกหมดเท่ากับว่ามาติดคุก
หนึ่งครั้งเท่ากับมาฝึกงานฝึกชีวิตไปในตัว
เพื่อออกจากคุกไปแล้วจะไดีเป็นคนมีมโนธรรมในโลกใหม่หลังพ้นโทษ


ในคุกนั้นยุงงูแมลงสาปหนูมดตะขาบและหลายชนิดชุมมาก
มันเหมือนป่าอาเมซอน(amazon forest)ทีเดียวแต่มนุษย์กินคน(canabalist)ที่คุกตาราตัสไม่มี

เพราะฉะนั้น

ใครใช้ชีวิตเป็นก็แก้ไขไปตามสภาพอย่างเสรี ใครไม่เป็นก็ตายในคุกหรือตายผ่อนส่ง
เป็นจำนวนมาก ศพนี้เผาทุกวันที่วัดในคุก
ญาติมารับศพก็ไปเผาในวัดนอกคุก

ต่อมาพบว่าสัตว์ร้ายหลายชนิดเช่นหนู
นี่ยาที่มีขายกันเอาไม่อยู่ จึงน่ากลัว
บางชนิดดื้อยา และทาลคุกไมมีนโยบาย
กำจัดสัตว์เหล่านี้ เพราะเปลืองงบแต่ให้คนคุกแก้ไขเอาเอง


คคคุกบางคนเลี้ยงวัวควายปศุสัตว์หลากชนิดได้ขายได้ทำกินได้แต่ต้องมีใบอนุญาต
เป็นอาญาบัตร มีเงื่อนไขว่าห้ามนำเงินภานอกคถพมาลงทุน
จะมีก็ทำมาหากินโชคดีหรือถูกลอตเตอร์รี่
ในคุกมีทุน
ก็ซื้อก็ลงทุนทำกันได้เสรี


มีรายการอสฐากรรมเกิดขี้นอิทธิพลมืดในคุก มีการเอาเปรียบกันในคุกเหมือนกัน
ทุศาลในคุกอีกด้วยแต่โทษเป็นสองเท่า
กว่าคุกปกติ

คนคุกดลี้ยงควายมักง่ายชอบปล่อยลูกควายลูกวัวลูกช้างไปกินต้นไม้มนสวนของคนคุกอื่น เพราะประมาทเพราะเลินเล่อ
คนคุกประสบภัยการยังขีพ บางรายบันดาล
โทสะฆ่ากันตายแต่ด้วยอาวุธเทียมอื่นๆ
มิใช่อาวุธปืนเพราะคุกห้ามมีอาวุธปืนนอกจากผู้คุม

มีกลุ่มชอบไม่ชอบกันในคุก
ใช้วิธี้อางูมาเป็นหระสอบๆปล่อยเข้สไปมนบ้านหรือสวนของกลุ่มไม่ชอบด้วยงิธีแนบเ
นียน
และกลั่นแกล้งหลากวิธีเพื่อจะเอาชนะ
ที่กฏหมายเอาไม่ถึง
ยืมเงินกันแล้วเบี้ยวฆ่า
กันก็มี

อย่างงัยก็ตามมีศาลใรคุกคอยให้ความเป็นธรรมเมื่อมีเหตุผิดธรรมเนียมกฎหมายเกิดขึ้นภายในคุก แม้บางอย่างจะ
ถูกปกปิดด้วยอำนาจอิทธิพลมืดภายในคุก
แต่ก็ไม่พ้นอำนาจศาลวิธีพิจารณความพิสดารภายในคุกไปได้


คนบ้าก็มีในคุกเพราะตรอมใจเมื่อถูก
กลั่นแกล้ง ในคุกมีโรงพยาบาลคนบ้าหรือบนดินเนียกว่าหลังคาแดงไว้บริการคนคุกพร้อ
มสรรพ์อีกด้วย

ชีวิตมนคุกที่คุกใต้บาดาลตาราตัสจึงเป็นเหมือนชีวิตที่หนีเสือมาปะจระเข้ชีวิตอย่างนั้นต่างกันที่ในคุกมีกรรมการชีวิตคอยตัดสิน
แบบการชกมวยบนเวที
แบบกีฬาชกมวยขึ้นเวทีที่มีนอกคุกอย่างงั่น

การแกล้งกันอิจฉากัน การฆ่ากันแบบเลือดเย็นมุปรากฏภายในคุกเสมอ
แต่หาหลักฐานยาก แม้กระนั้นระบบดิจิตอล
ระบบตรวจสอบดีเอ็นเอ(DNA)ชั้นสูงเชิงลึกภายในคุกมีอยู่ แม้กระนั้นก็ปราบได่ไม่รา
บคาบ เพียงแค่บรรเทา
อบ่างไรก็ตามทางคุกใช้วิธีสอนมโนธรรมสอบชิงรางวัลมีมหาวิทยาลัยในคุกดำเนินการอยู่แต่นี่เป็นนโยบายการรอคอย
ความสำเร็จนั้นผู้การคุกสร้างความหวังไว้อยู่

ไบฟอนได้ข้อมูลเหล่านี้มากมายทแตรทาวรัฐเอทิลที่ให้ไบฟอนมาทำวิจัยในคุกได้
ต้องปกปิดเป็นความลับ จะเปิดเผยๆแพร่สิ่งใดใดออกไปสู่สาธารณชนต้องผ่านตำรวจคุกก่อน
และไบฟอน(Byphon)ก็ปฏิบัติตามด้วยดี
เพื่อให้วิญญาณของท่านตาตนเอง

ท่านลอร์ดวินทาร์(Lord Winthar)ได้มีความสุขในสวรรค์พิภพ
เพราะท่านลอร์ดท่านสนับสนุนให้ไบฟอน
ได้เรียนในพับลิคสกูล(Public school)ตอนวัยเด็กของไบฟอนนั่นเอง
ที่ไบฟอนคำนึงถึงบุญคุณของท่านตาในข้อนุี้ ที่ญาติๆและทุกคนไม่เคยคิดมาก่อนว่า
ไบฟอนควรจะเรียนอะไรที่ไหนอย่างไรเมืรอโตขึ้นจะได้รู้จักปกครองเอง
เพราะไบฟอนสำเหนียกอยู่เสมอว่า
"ชีวิตนี้คือการปกครองตนเอง"
(Life is a political science in itself inevitably).