วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

metaporch463

นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)


ตอนที่463

(งานนิพนธ์นี้อาจหาติดตามได้ในบล็อก(blog)หรือเด็กดี.คอม(dekdee com) ในเฟซบุ๊ก(facebook)
    " งดโฆษณาเป็นรายสะดวก" 



  แต่เคมินตอน

นี้ทำสงครามกับตนเอง
กับงูและสัตว์พิษและกับเผ่าชนนาอีฟเว(naieve เผ่าชนนี้ถ้าได้กิน ได้เงินก็เอาด้วย ถ้าไม่ได้กิน ไม่ได้เงินไม่ได้ร่วมเพศเชิงสนุกกัน เขาจะไล่ไม่คบเคมินทันที)
และเคมินกับสังคมที่ต่างกันในเชิงวุฒิปัญญาและชนชั้นเคมินเป็นชนข้ันกลางสูง(upper middle class)สถานะแม้จะมีแมปัญหาอย่างไรก็ตาม


เคมินปลูกผักสวนครัวยังชีพ
จากพื้นที่ที่ดาเลียเคยทำมาหลังดาเลีย(Dalia)ตายลง
เคมินก็มาสานต่อ


ที่เมืองเอทินและหมู่บ้านเพกา มีหิมะและหมอกจัด มันมาจัดมาก
หนาวอย่าบอกใคร
เหล้ากับเนื้อย่างเคมินใช้ตัวนี้แก้



บางครั้งแดดร้อนระอุ
บางครั้งน้ำท่วม(flood)
แต่ไฟป่าไม่มี
แผ่นดินไหว(earthquake )ไม่มี

สองอย่างหลังนี้อันตรายมาก
เพราะเคมินมีประสบการณ์ตอนไปอยู่กัยดาเฟียและตอนไฟไหม้ได้หนีออกมาทัน
กาอนไฟจะคลอกตนเองและดาเฟีย
จำได้ว่าทุกครั้งไฟไหม้ที่พุเพ เกิดตอนเคมินหลับสนิทเสมอ


ไฟไหม้นี่หมดทุกอย่างสิ้นซาก
ตอนที่เคมินไปอยู่กับดาเฟีย(dafia)
พระเพลิงท่านไหม้บ้านที่ดาเฟียเช่า หมดไม่มีอะไรเหลืออย่างเดียว
มีแต่ชุดนอนที่วิ่งหนีไฟออกมา
มันมักจะเกิดตอนกลางคืนที่พุเพ
เคมินจำได้




แผ่นดินไหวนี่พอๆกับภูเขาไฟระเบิด
ดินทับทุกสิ่งหมดแม้แต่คน



ปมอะไรหลายย่างที่เคมินสงสัย(suspicious-unclear)
นับจากเกิดมา เพราะปมนี่เองเคมิน
จึงได้โอกาสแนข้อแก้ตัวหนีเข้ากรุง
ตามหาแม่(ดาเลีย)และได้เป็นซีอีโอ(CEO=    
chief executive  officer)เป็นนักหนังสือพิมพ์ได้รู้จักตำรวจลับ(สันติบาล)ของแผ่นดินเอทินและได้ไปนอกและได้รู้จักผู้คน
มาก
หลังการได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนในโรงเรียนราษฎร์ฏร์(public school) แม้จะจบเพียงมัธยมหนึ่งรวมเรียนที่พุเพเป็นเวลา 5 ปี
เรียนภาษาจีนกลางพิเศษมีติวเตอร์รับจ้างสอนวิชานี้ดาเฟียบังคับให้เรียน แต่เคมินก็ได้เพียงคำว่า "หวอไอนี้"(I love you)เท่านั้นที่จำได้ตอนนี้ และต่อมาเรียนภาษาอังกฤษกับชาวสวิสนักข่าวรอยเตอร์ใช้หนังสือ
"Essential English" เคมินเก่งภาษาอังกฤษ
และสอบได้B.E.D (bachelor of English degree)จาก Villa Winnar Language Institute ของอเมริกัน จากที่เคมินสอบได้สมัครที่สาขา เคมินได้ใส่ครุย


จำได้ว่าได้ถ่ายรูปและค่าเรียนแพง 

ต่อมา
มีปมว่าทำไม เคมินออกโรงเรียนเร็วเกินไป
ดาเฟียแนนำให้ออก เพราะจบการศึกษาขั้นบังคับแล้ว


(งานเขียนที่เคมินเขียนนี้ตอนเป็นสควอเตอร์ชน(squatters )ที่ปราสาทร้างเอทินของท่านลอร์ดไบฟอนแต่เอกสารเขียนถูกฝังไว้รอวันพบ 
เมื่อไบฟอนมาขุดพบเอกสารชำรุดมาก

เมื่อถูกนำมาเผยแพร่ ไบฟอนส่งขึ้นแทนพิมพ์ในฐานะเอกสารขุดพบ


 มิใช้นิยายเต็มสำรับข้อความจึงไม่ค่อยติดต่อกัน แต่ไบฟอนถือว่าอกสารนี้มันเป็น  อาหารทางความคิด (the foods of thoughts )จึงเสนอพิมพ์ออกมา  จึงทำหนังนังสือนี้แนบเป็นเอกซ์คิวส์"excuse  
" คำขอโทษ ต่อผู้บริสุทธ์ที่อ่านพบและติดตาม
คือพบอันไหนก่อนก็ลงพิมพ์อันนั้นก่อนเป็นเหตุผล

และเคมินคนเขียนช่วงชองช่วงบทนี้ๆ
ไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรตอนนี้
ไบฟอนเชื่อว่า เคมินตายในทะเลลึกขณะเดินทางอาศัยเรือโจรสลัดข้ามฟากมหาสมุทรจากเกาะเอทินแต่นี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของไบฟอนผู้เขียนนิยายเรื่อง
เมตาฟอร์ชนี้ขึ้นและเห็นว่าเอกสารที่ขุดพบ
ที่ปราสาทร้างอาจจะเป็นประโยขน์ทางวรรณกรรมบางอย่างจึงนำมาแทรกไว้)


ใจจริงดาเฟียไม่อยากให่เคมินเรียนสูง
รีบออกมาทำมาหากินหาคู่และแต่งาาน
แต่เคมินคิดว่า"นี่มันเร็วไป"
เพราะจุดนี้ด้วยที่ทำให้เคมิน
ตัดสินใจหนีจาหดาเฟียมาตามหาดาเลีย
เพราะดาเลียแยกทางกับดาเฟียตั้งแต่
เคมินยังไม่อดนม


ปมที่จะพูดถึงคือมรดกที่ได้และคาดจะได้
และถูกกลโกงบางอย่างหายไปเกือบหมด
และมาตอน
ที่เคมินเสี่ยงทายยอมยกที่ดิน12ไร่ให้ท่าน
"ทาวเวอร์"เจ้าของบริษัทสถาปนิกสากลชนิดหนึ่งที่
เน้นที่การออกแบบอาคารและบ้านหรูสไตล์โนโลเนี่ยน เฮาส์ฟอร์เมต( style colonial housing formet) อาชีพสถาปนิกชั้นเยี่ยม แต่เงินทุนไม่มีฟุ่มเฟือย
แต่ท่านทาวเวอร์สามารถสานต่อ"เมกาโปรเจกต์"(mega project)มาสู่บ้านเพกาที่เอทินได้

ที่เคมินศรัทธาท่านมากเพราะเคมินเคยได้กัลยาณมิตรจากท่าน ตอนประสบภัยขณะเสรีภาพและเทวสิทธิ์ของเคมินถูกริดรอนและรบกวนในสมัยหนึ่ง แม่เราจะพบกันครึ่งทาง แม้เคมินจะโอนโฉนดให้แบบขาดทุน
คือราคาที่ดินมันไร่ละ450,000 เพราะมีสวนยางพารากรีดได้แล้วแต่เคมิน


ได้ตกลงขายให้ท่านทาวเวอร์ด้วยราคา
ที่แสนถูกตรวจดูที่กรมที่ดินได้วันโอนขาย
จดทะเบียน สรุปไม่ถึง25%ชองราคา
ทีเดียวหลายคนแปลกใจ
เพราะเคมินทำสัญญาปากว่าให้ท่านทาวเวอร์นำไปทำรีสอร์ต เพื่อความเจริญของชุมชน
และให้ทุนเคมินทำปริฐญาเอกในเวลาที่เหมาะสม

และบันทึกเวอร์บัลอีกว่า หากผลการตัดสินใจครั้งนี้เคมินมีปัญหาชีวิตที่เชื่อว่าถูกริดรอนลับๆไที่ไม่เป็นธรรมเป็นโมฆะชีวิตอีก
ก็ขอพึ่งพาท่านได้ในทรัพย์สินที่ขายท่านไปนี้
ท่านเงียบเท่ากับท่านตกลงแล้วเป็นสัญญา
ผู้ดีรัหว่างกันอบบMOU(ความตกลงกันแบบสากลนิยมโดยไมต้องเป็นตัวบทกฎหมาย) โดยอัตโนมัติ

แต่พบว่าต่อมาท่านโดนขู่ฆาตกรรม โดยชนเผ่าหนึ่งที่เข้าใจผิดคืดว่ามาหลอกลวงเคมิน
ด็กอาภัพอัปภาคในพื้นที่เพกา
และอีกหลายเรื่องเป็นผลให้ท่านทาวเวอร์(Towers)ประธานบริษัทสถสปนิกดังกล่าวปรับแผนบางอย่างเพราะท่านจบปริญญาเอกรัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต
(doctorate degree in political sciences)
จึงมอบหมาบมือสองมือสามมือสี่
ทับซ้อนซ่อนทับเพื่อจะใช้ประโยชน์ที่ดิน
ที่ไม่ตรงตามเจตจำนงค์ที่ทำไว้กับ
เคมินแม้ท่านไม่มีแผนอะไรทับซ้อนคือรอวัน
ลงตัว แต่ท่านอาจถูกผลัก อนึ่งท่านเป็นเสือผู้หญิงแม้ไม่เจ้าชู้
แต่มันเป็นอีกแบบแต่เคมินเชื่อว่าท่านมีมโนธรรมดีพอ

แต่ความปวดหัวความยุ่ง

เหยิงมันพาดพิงมาสู่เคมิน
เพราะเคมินมานั่งรอท่าน ดอกเตอร์ทาวเวอร์
มาดำเนินการอะไรสักอย่างแต่มาบัดนี้ยัง
 หลายคนที่เพกาบอกกับเคมินว่า
"เคมินโดนหลอกแล้ว"

เคมินตอบกลับผู้สันทัดกรณีย์เหล่านั้นไปว่า

"บ้ารึเปล่า ก็กฎหมายฟอกเงินมันชัดเจน
อยู่แล้ว การกักตุนที่ดินแบบซื้อถูกขายแพง
นั้นมีโทษท่านดอกเตอร์ทสวเวอร์จะมาทำแบบมั่วๆสิ้นคิดๆเงัยและท่านก็ระดับและเป็น
คนสำคัญในแวดวงการเมืองเอทินอีกด้วย
"ท่านต้องการช่วยเหลือเคมินมากกว่า"
ถ้าเหตุชี้สองสถานเกิดจขึ้นจรืงตามที่ผู้สันทัดกรณีย์ ปั่นเรื่องให้เคมินทะเลาะกับท่าน
โดยพูดใส่ร้ายท่านเช่นว่าท่านหลอกลวง
ท่ากระจอกอะไรเสียๆหายๆเพราะผลประโยชน์บางอย่าง

" อันนี้ก็ค่อยว่ากัน"
แตาเคมินยังคงไว้ใจท่าน
เพรางานใหญ่ทำวันเดียวเสร็จมันเป็นไป
ได้ยาก
.
แม้การออกแบบปัจจุบันใข้โปรแกรมแคท
ทำแป้บเดียวเสร็จ

แทนการนั่งขีดนั่งเขียนเป็นวันๆจนเอ็นแทบหลุดอย่างสมัยก่อนก็จริง 

แต่ผผธาตุแท้ของสถาปนิกก็ยังคงต้องใข้หลักการคำนวณอกแบยอยู่ดี

อุปกรณ์เคทมันเหมือน
รถยนต์ยี่ห้อดี ๆ ขายให้คนขับไปสังคมและงานได้สะดวกเท่านั้นเองเพื่อน
เพราะตอนเคมินอยู่อังกฤษเคยมีเพื่อนเป็นสถาปนิกเช่นกัน เคมินจึงรู้

"เคมินเขื่ออย่างนั้น"

หากมีอะไรอีกมี่มันทับซ้อนซ่อนทับ
ก็ไปคุยกันที่ศาลหมดเรื่อง
ศาลท่านจะชี้ตายชี้เป็นให้
ความแพ่งธรรมดาหรือแพ่งพิสดาร
พิจารณาได้ตลอด
ตามหลักนิติธรรม(jurisprudence )มันมีอยู่คู่โลกาที่แข็งแกร่ง
มาจนสมัยอารยธรรมปรัตยุบัน


จะไปทะเลาะไปอาฆาตไปฆ่ารันฟันแทง
กันทำไม ตายเปล่าและท้ายสุดไม่ได้อะไรขึ้นมา



เคมินสารภาพว่าได้รับมรดกมา
มากพอควรที่เหลือมิใช่เงินสด และถูกรบกวนสิทธิรีดไถ่และกวนใจปมอะไรอีกมากมาย แม้มียางพารา12ไร่คืนละเท่าไหร่คิดเอาตามสากลอยู่ได้
เคมินลำบ่กตรากตรำมามากเพราะปัญหา
ชีวิตที่ไม่ลงตัว หลัวดาเฟียและดาเลีย
ตายลง เคมินจึงปลูกยางไว้ ไม่ได้ลงทุน
สักบาทเดียว มุแต่ทำสัญญาสี่ปีให้นายทุนปลูกสับปะรดแลกทำสวนยางให้ฟรีเปล่า
ตามหลักสากล 10ปีผ่านไปยางกรีดได้
แต่เคมินพบว่ามีปม
ไม่มีคนรับจ้างกรีดให้แล้วแบ่งกัน
ตนเองสุขภาพไม่ดีทำไม่ไหว

การทิ้งไว้เฉยๆไม่ทำอะไรเมื่อน้ำยางออกแล้ว ไม่ทำอะไรต่อ
มันไม่ถูก เพราะมันไม่"โปรดักติฟว์"(productive=
ให้ผลิตผล)


เพราะเคมินเคยเรียนเศรษฐศาสตร์มาขณะอยู่ในอังกฤษ
จึงตัดสินใจให้ท่าน ดร.ทาวเวอร์ไปดูแล
เพราะท่านมีมโนธรรม เพราะเคมินเคยมีประสบการณ์กับท่านมาบ้างพอจะรู้ทิศทางของลมจึงโอนโฉนดให้ท่านไปทำรีซอร์ต
เงื่อนไจมีสัญญาผู้ดีแนบไว้เป็น เวอร์บัล
(verbal cobtract) เท่านี้ก็เกมแล้ว
จะไปซาดิสติกส์(sardistic)ต่อท่านและเคมินกัน และกันอะไรกันนักกันหนา



         สำหรับเรื่องความจนการเบี่ยงเบนทางสังคมในรูปแบบดิ้นรนชนขั้น(class struggle)คนที่เพกาไม่จน
จริงเล่นเงินเป็น กูเงินเป็นพอเจ็บไม่ทันเพื่แนก็ร้อวไห้ ท้าตีท้าต่อย พอได้เปรียบ
ก็เงียบไปกลับไปนอนยิ่มคน้ดียวในมุ้งต่อ

คนเพกาจนแต่ปาก
มาตรฐานความจน
ต้องจนอย่างมาตรฐานคนจนในอัฟริกา
หรืออินเดียจึงถือว่าจน
เพราะฉะนั้นการรีดไถถ้ามีขึ้นที่บ้านเพกา
ที่จะทำรีสอร์ต(resort  )จะมาตีกัน
จึงไม่สมเหตุสมผลให้ทุกคนระแวงและคิดมากไปนอกกรอบ

คือว่าอะไร อะไรก็ตกลงกันได้มิใช่ตกลง
แบบขวานผ่าซาก
เหลี่ยม
หรือลีลา
เกมกำไร
หรือ
อะไร
ในทุก ๆอย่าง
ซึ่งมันหมดยุคไปแล้ว
(out of date)

นี่คือเอกสารที่ไบฟอนขุดพบที่ปราสาทร้างเอทินชุดหนึ่งยังอีกหลายชุด
ที่พบแต่นำเสนอไม่ได้
ต้องผ่านทนาย
แต่ก็ต้องรอหน่วยคาร์บอน14
และอื่นเคลียร์ก่อน
รวมทั้งเชื้อโรค
และ ตอนนี้ยุงรำคาญ
มันกวนใจการทำงานชมัด"ไบฟอนบ่น"

แม้จะใช้ควันนำร่องก็แล้ว

ไบฟอนพบว่ายุงมันอาศัยอยู่ในถ้ำใกล้
ปราสาทร้าง บริเวณบ่อน้ำทิพย์หยดในถ้ำน้ำคึงทั้งปี


ตอนนี้หิมะปลิวมาขาวโพลนผสมกับแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้
สว่างสงบสุขสัตติจริงๆ
ยาควินิน(quinin)ไบฟอนกินไปแล้วสองเม็ด(tablet) ทุกครั้งที่มาขุดค้นเอกสารเก่าทุ่ปราสาทร้างนี้อันเป็นมรดกตกทอดมาจาก
ท่านลอร์ดวินทาร์(Lord Winthar)ท่านตาของไบฟอน

มีบันทึกของไบฟอนว่า
สคอวเตอร์ฃน,(squatter )มาแอบพักอาศัยยึดอยู่ที่นี่ กันได้ยังไง
ที่ปราสาทร้างนี้
มีแต่ยุงแต่ทว่าไบฟอน
พยยาทาผิวชนิดน้ำ(lotion)ทากันยุงและมีต้นตะไคร้หอมขึ้นรอบๆปราสาท
ไบฟอนพึ่งจะรู้เรื่องนี้ นอกจากยาควินินเท่านั้นที่ไบฟอนใช้มัน
และไบฟอนก็เมนจ์(comment )ต่อไปว่า พวกสตลอเตอร์ชน(squatter )พวกนี้กลุ่ม
นี้ท่านคงเรียนปรัขญามาก่อนแล้วด้วยและเป็นบบุปผาชนมาก่อนเป็นแน่
แต่เอกสารที่จุดคนฝเนพบมีแต่เรื่องของเคมินถึงลอร์ดไบฟอนเท่านั้นตอนนี้.
.แต่ถ้าขุดลึกไปคงเจอซากศพหรือกระดูกหนือมัมมีแบบอียิปต์ของกษัตรืย์โบราณฝัง
อยู่ที่นี่แน่นอน


เพราะไบฟอนรู้สึกว่าผีดุมาก และไบฟอนเคยเรียนวิญญาณวิทยา(aniimism) และผีวิทยา(ghostology)
และ
อนึ่งประวัติที่นี่หลักญานเบื้องต้น
ที่ปราสาทร้างนี้เคยมีเหตุฆาตกรรมแย่งของมีค่ากันระหว่างเผ่าชนมี( เผ่ามองเก(monke tribe ) 
เผ่า
พเมมาน (pamemaan tribe )เผ่าคะเมนอน(kamenon tribe) เผ่าคะริง(Caring tribe) เป็นต้นที่ทุกเผ่าที่อ้างถึงนั้น
มีประวัติเคยถูกทางรัฐเอทินว่าจ้างมาทำงานที่เอทินในยุคเอทินมีหลักการชาตนิยมแบบ
ถดถอย แต่ตอนนี้เอมินเป็นรัฐชาตินิยม
แบยถ้วนทั่วไปแล้วคือเป็นชาตินิยมจัด(extremes nationalism)


.น

)

แบะการาวหารหมู่เกิกจุเร
ไบฟอนกำบัวีอวัตถุพย่นนินยันและจพำรำมาบอกเพื่แรพ่แวต้แๅป







ที่เคมินถทอว่าเป็นคนมีมโนธรรม
ไปมำธุรกิจจัดสรรทำรีสอร์ตโดยขายโอนโฮนดให้ราคาถูกมุทะเบียนซื้อขายที่กรมที่

ดินแห่งนครเอทินบันทึกไว้เป็น
ลายลักษณ์อักษร

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

mitiporch


ShareUser

หมูส่วนไหน อร่อยที่สุด?

Share แชร์บอร์ด อาหาร เนื้อหาโดย riw

สายเนื้อ สายมัน ต่างก็มีคำตอบในใจ ว่าส่วนไหนของเจ้าหมูที่อร่อยที่สุด แต่รู้หรือไม่ว่า หมูแต่ละส่วน เหมาะกับการนำไปปรุงอาหารแบบไหน

วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันดีกว่า ว่าหมูส่วนไหน อร่อยที่สุด

1️⃣ สันในหมู

  • เนื้อนุ่มละมุน ไขมันแทรกน้อย เหมาะกับการย่าง อบ ผัด หรือทอด
  • เมนูแนะนำ: หมูย่าง หมูปิ้ง หมูทอดกระเทียม

2️⃣ สันคอหมู

  • เนื้อนุ่ม มีมันแทรก เหมาะกับการย่าง ปิ้ง หรือทำชาบู
  • เมนูแนะนำ: หมูย่างเกลือ หมูปิ้งน้ำจิ้มแจ่ว ชาบูหมู

3️⃣ ซี่โครงหมู

  • เนื้อนุ่ม มีมันแทรก เหมาะกับการย่าง อบ หรือต้ม
  • เมนูแนะนำ: ซี่โครงหมูย่าง ซี่โครงหมูอบ ซี่โครงหมูต้มซีอิ๊ว

4️⃣ สะโพกหมู

  • เนื้อแน่น ไขมันน้อย เหมาะกับการผัด ต้ม หรือตุ๋น
  • เมนูแนะนำ: หมูผัดพริกแกง หมูต้มมะระ หมูตุ๋นซีอิ๊ว

5️⃣ ขาหมู

  • เนื้อหนังเหนียว ชุ่มฉ่ำ เหมาะกับการต้ม
  • เมนูแนะนำ: ขาหมูต้มพะโล้ ขาหมูเยอรมัน

6️⃣ สามชั้น

  • มันแทรกเยอะ เหมาะกับการทอด
  • เมนูแนะนำ: หมูสามชั้นทอด หมูกรอบ

7️⃣ ตีนหมู

  • หนังหนา เหนียว นุ่ม ละมุน เหมาะกับการต้ม
  • เมนูแนะนำ: ตีนหมูต้มพะโล้ ตีนหมูตุ๋นยาจีน

8️⃣ หางหมู

  • หนังหนา เหนียว นุ่ม ละมุน เหมาะกับการต้ม
  • เมนูแนะนำ: หางหมูต้มพะโล้ หางหมูตุ๋นยาจีน

ทั้งนี้ ความอร่อยเป็นเรื่องความชอบส่วนตัว บางคนชอบเนื้อนุ่ม บางคนชอบเนื้อแน่น บางคนชอบมันเยอะ บางคนชอบมันน้อย

ลองเลือกส่วนที่ตรงใจ ไปลองปรุงอาหารตามเมนูแนะนำ ‍‍ รับรองว่าอร่อยถูกใจแน่นอน

แต่อย่าลืมทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ ทานผักผลไม้ให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ️‍♀️‍♀️

เพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

เนื้อหาโดย: riw


โพสท์โดย: riw
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: worldtravel
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถานีรถไฟฟ้าในประเทศไทย ที่มีจำนวนผู้ใช้บริการน้อยที่สุด3 "คณะสาขา" ที่ (แปลก) และไม่นิยมเรียน แต่...จบมามีงานรองรับแน่นอน5ภาษาอ่านยากที่สุดในโลก"ไทยยังติดท๊อป!!!)5 จังหวัดที่สงบสุขที่สุดในประเทศไทย6 "มหาวิทยาลัย" (สายอาชีพ) น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย🇹🇭 ในระดับปริญญาตรี5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่ดีที่สุดในประเทศ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สาวเครียดหนักวิ่งตัดหน้ารถ เหตุเพราะมีหนุ่มมารุมจีบ 2 คน แต่นิสัยไม่ได้เรื่องสักคน ลั่นอยากโสดเเล้ว!!20 จุดเช็คอิน คาเฟ่ดัง ชลบุรีหนุ่มช้ำใจโดนแฟนบอกเลิก เลยซื้อหวยปลอบใจ สุดท้ายถูกรางวัลรวยเฉย!!เงินเดือนแอร์โฮสเตสล่าสุดดู Hot Topic ทั้งหมด
แชร์ FacebookTweetส่ง LINE

นวนิยายเรื่อง"เมตาพอร์ช"(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)ตอนที่459 (ตอนพิเศษ)

นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)


ตอนที่459 (ตอนพิเศษ)

ไบฟอนมีปรัชญาว่า
อยากให้เอทินและเอทินก็มีจริงๆ
นั่นคือบัตรประชาชน( citizen Id card)ใบเดียวใชได้ทุกอย่าง( one for all)มีทุกอย่าง
คิดมา ใครเดินออกนแกบ้านมีบัตรเกินหนึ่งใบ แต่งตัวรกรุกรัง จะผิดกฎหมายเอทิน
ใครเครียด จะผิดกฎหมายเอทิน
เดินบนถนนร้องเพลงไปพลาง
ด้วยที่เอทินไม่ถือว่าเป็นคนโรคจิต(mentally illnes)



เอทีเอ็ม
หนังสือเดืนทางทีทข้าทำได้มีได้อย่สวนี่


ใบขับขี่
วีซ่า
เอทินจงเจริญ
ข้ารักเอทินข้าไม่เดินทางออกนอกเอทิน
เพราะมีเอทินที่เดียว
ที่ข้าทำได้อย่างนุี้

ข้าไม่เคยโดนตำรวจลับแห่งนครเอทิน
ปิดกั้นการมอง
เห็น
ข้ามีเสรีถาพที่นี่เอทิน
มีคนลักลอบเข้าเมืองเอทินจำนวนมาก
มีสินบนซื้อบัตรประชากรจำนวนมาก
ตำรวจลับเปิดเผยมา
และคุกตาราตัสใต้บาดาล
กำลังมีนแน่นคุกแล้ว
เอทินจะหามาตรฐการแก้เยียวยา
คนขาดมโนธรรมชนิดนี้
ให้มี
โทษประหารชีวิต  กินน้ำยาเฮมล็อค(hamlockpodion to dead tree) 
แบบที่ศาลเอเธนส์(Athens court) กรีก(Greece)

กระกระทำกับนักปรัชญาเอกของโลกที่มีนามว่าโสเครตีส(Socratis)มาก่อน
ท่านมีมโนธรรมถึงขนาดนี้คือ
ก่อนตายท่านยังสั่งให้เพื่อนนำไก่ไปคืนให้
เพื่อนเพราะท่านลืมไป
พอท่านสั่งเสียเสร็จท่ายก็ดื่มยาพิษ
ตายตามคำสั่งศาลให้ประหารชีวิต
ตามคำสั่งศาล โดยท่านยอมตายอย่างภาคภู
มิใจ



ต่อไป
แต่คนต่างด้าว
แอบเข้าเมืองมาใช้สิทธิเป็นคนเอทิน
มาเอาประโยชน์จากการติดคุกใต้บาดาล
ที่คุกตาราตัสใต้ดิน
มีโทษหนักสุดแต่ไม่ประหารชีวิตด้วยขวานสับคอให้ขาดหรือดื่มยพิษ

คือให้เนรเทศแทน โดยส่งไปเกาะ
เกาะนี้ห่างไกลจากฝั่งมีงูชุมมก


เป็นรางวัลสำหรับ
กฎหมายนี้ปิดประกาศให้ทราบ
ทุกคนและมีสัญญาก่อน
ประทับตราวีซ่าเข้าเมือง
ทุกๆคน
ไม่ว่าใคร
นี่คือนิติปรัชญาการปกครองของนครเอทิน

ตอนนี้
ไบฟอนมีงานที่รับผิดชอบ
จากใจจริงในการร่ายนิยายนี้ให้จบ

คือเรื่องผลการวิจัยในคุกตาราตัสใต้ดิน
และเรื่องการขุดค้นเอกสารที่สคว์อตเตอร์นำมาฝังไว้ที่ปรสาทร้างเอทิร
มรดกของท่านลอร์ดวินทาร์ หลัวการได้รับอนุญาตเสร็จสิ้นจากกรมโบราณคดี(Archaeological department)แห่งเอทินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว



เพราะโครงการเพียสองอย่าวนี้ทำให้
ไบฟอนแทบไม่ได้หายใจในการรังสรรค์
งานนี้แล




วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

นวนิยายเรื่อง"เมตาพอร์ช"


นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)


ตอนที่



455

บทปรัชญาก่อนนอนในยามค่ำคืน 
เมื่อยามหิมะหล่นมาพูดด้วย
ชีวิตคือการต่อสู้ที่ท่านเคยว่าไว้
แต่ในยุคนี้

ชีวิตมันคือน้ำและไฟ
เช่นน้ำและไฟฟ้าที่ต้องใช้ขาดมันไปไม่ได้
"ชีวิตสำเร็จแค่เอื้อม"

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่
ชีวิตยุคในยุคนุี้"มันสำเร็จแค่การกระทำ"
ถ้าลองได้ทำอะไรแล้วมันต้องได้
เมื่อได้ทำอะไรแล้วมันต้องได้สักอย่างมา
เป็นสิ่งตอบแทนเสมอ

ที่เอทินเมื่อหน้าหิมะมันก็มีแต่หิมะ
ทุกอย่างตายหมดที่ไม่ชอบหิม
นอกจากคนและอิฐหินดินทรายของปฐพี



คนอยู่ได้แม้หิมะจะเย็นอย่างไร
เพราะคนมิใช่สัตว์โง่
คนไม่เคยแพ้ธรรมชาติรอบข้าง
แม้ว่าธรรมชาติจะยิ่งใหญ่ไปกว่ามนุษย์
แท้ก็จริง
เมื่อหิมะมาเมืองเอทินเป็นทะเลแห่งหิมะ
คนทำตัวเหมือนปลาในน้ำแข็งหิมะที่เย็น
ก็รอดไปเพื่อส่งผ่าน

เมื่อหน้าแล้งมา เอทินเป็นทะเลแดด
ทุกอย่างตายหมดที่ไม่ชอบแดด
แดดมาหน้าร้อนมา
แผ่นดินเอทินเป็นทะเลแดด

คนที่อ่อนแอก็ตายไป
คนที่แข็งแรงก็รอด
คำว่าโชคขะตาฟ้าลิขิตนั้นไม่มีไปเสียแล้ว
จะมีเหลือคือการกระทำกำกำหนดเอาเองกับชีวิตตนเองว่าจะเอาอย่างไง

ฉะนั้นมันร้อนอย่างไร
มนุษย์ที่ฉลาดก็เอาชีวิตรอดได้
คนทุกคนเกิดมาฉลาดเท่ากัน
ด้วยอวัยวะเหมือนๆกันเป็นเครื่องคำนึงคิด
เพราะมโนธรรมของพ่อแม่รักกันหรอก
คนจึงเกิดมาเพื่อสานต่อเผ่าพันธุ์สืบไปได้

ตอนไบฟอนเรียนหนังสือ
ครูเคยบอกว่าแผ่นดินเรามนโลกเรานี้
มันเป็นเกาะแก่งแต่ต่อมามันเคลื่อนที่อย่างช้าๆแล้วกลายเป็นทวีปเป็นแผ่นดินที่เราอยู่อาศัยได้ตอนนี้อย่างเป็นสัด เป็นส่วน
นี้เป็นข้อสรุปที่ครูเคยสอนไบฟอน
เราเชื่อหมดเพราะเราเป็นต้องฟังครู

มันก็น่าจะจริงหรอก"ไบฟอนคิด"
ก่อนน้ำแข็งที่ลอยอยู่กลางมหาสมุทรนั่น
เมื่อนานเข้ามันวิวัฒน์เป็นดินแดนเป็นอื่นไป
ด้วยวิธีธรรมชาติที่ไร้มิติแห่งกาลเวลา

แล้วอย่างไงต่อ ?
"ก็มีเท่านี้"

ตอนเรียนหนังสือ
ครูท่านสรุปบอกว่า ชีวิตคือขันธ์ห้า
อันนี้มีมุมมองที่มิติอื่นๆที่ท่านมี
ซึ่งลึกและครอบคลุมจักรวาลและเป็นปรัชญา


แต่อันที่จริง ชีวิตมีก็เหลือน้ำกับไฟนี่ละ
ที่คนมีจะนิยามว่า
มันจำเป็นและขาดเสียมิได้

น้ำกับไฟนี้ละ
มันเหมือนลมหายใจทุกวันของคนเราแท้จริง

สรุปมันเป็นนานาทัศนะที่ใครๆก็มีสิทธิที่จะคิด


ต่อมก็มีสัญญาและกฎหมายเท่านั้นที่เหลือเป็นเครื่องมือในการดำรงชีวิต
เพราะถ้าใครผิดสัญญาผิดกฎหมาย
ชีวิตคของเขาก็จะสะดุดหยุดลงทันที

หลายคนบอกว่าความรักมันเหนือสัญญาและกฎหมาย
มีความเห็นต่างตรงนี้ว่า:
แต่เมื่อความรักเกิดขึ้นได้แล้วสิ่งที่จะทำให้รักนั้นอมตะได้ ก็ไม่พ้นสัญญาและกฎหมายนั่นเองที่เป็นตัวจัดความรักให้ของมนุษย์ให้เป็นระเบียบได้ มั่นคงถาวรได้


พบว่ากติกาที่กำกนดขึ้นมา
นั่นมันกำหนดความยุ่งเหยิงได้
เกิดสันติภาพได้เกิดความลงตัวไดเมื่อปรับความเข้าใจให้ตรงกัน คือทำความเข้าใจให้ตรงกัน
เหมือนทางคณิตศาสตรฺ
เช่นกติกา"แพมดาสรูล"Pemdas  rule"
ก่อนตอบโจทยย์คณิตศาสตร์
คือคำถามสอบจะมีอะไรเป็นบวกลบคูณหารอะไรก็ตามแต่
แต่ข้อกำหนดสากลมีว่า
จะตอบโจทยย์ให้ได้ถูกต้อง

ต้องมีระบบขั้นตอนที่กำหนดไว้
คือทำสิ่งที่อยู่ในวงเล็บก่อน ต่อมาสิ่งที่ยกกำลังแล้วจึง
ทำคูณและหารและบวกลบตามลำดับ

ถ้าไม่มีวงเล็บให้ทำจากซ้ายมือมาขวามือ
จะแบบแฝอะไรก็ช่างถ้าไม่มีวงเล็บ ไม่มีเลขยกกำลังอยู่ส่วนที่เป็นบวกลบคูณหารถ้าอยู่ในวงเล็บต้องทำก่อน
ทั้งหมดเหล่านี้ ต้องปฏิบัติตาม
มิฉะนั้นผลลัพธ์จะต่างกันออกมา
คำตอบก็ผิดกติกา ผลคือสอบตก เสียเวลา
ที่เรียนมาเปล่าๆ

การคิดกำไรขาดทุนหรือะไรที่ซับซ้อน
เรื่องการหาเปอร์เซนต์เป็นต้น มันจะง่าย
และเร็วมากเมื่อคิดแบบหาค่าเฉลี่ยของสิ่ง
ที่อยากรู้ แล้วนำมาคูณด้วยตัวคูณก็จะได้คำตอบ แทนการคิดมากตาลายปวดหัว
เปล่า

กล่าวคือคิดตีโจทย์ให้แตกว่าอะไรถามอะไร
เพื่ออะไรเข้าใจ
จนมองเห็นภาพแบบ
อนุโโลมปฏิโลม

 เมื่อคิดได้ทำได้มันชีวิตก็จะง่ายขึ้น
ด้วยเหตุนี้เองในวัยเด็กการศึกษาจึงสำคัญเพราะวัยเด็กเป็นวัยที่ว่างเสมอและปลอดภัยและมั่นคง

ส่วนลิงนั้นไม่ต้องเข้าโรงเรียน
เพราะคนฉลาดกว่าลิงแม้ลิงจะถือว่า
เป็นบรรพบุรถษของคนที่วิวัฒนาการมา
ตามที่ไบฟอนเข้าใจ

เมื่อคิดได้อย่างนี้แล้ว

ใครจะ
ว่ากันว่าจะเอาอย่างไง
ก็ว่ากันไปแบบอมตะได้
แทนการทำใจเหม่อลอย และเฝ้าสงสัยอยู่ร่ำไป


ยุคนี้เป็นยุคที่สงครามคือใช้อาวุธ
แม้มนุษย์จะยกอาวุธไม่
ก็ใช้มือกดปุ่ม
อาวุธก็จะทำงานให้ตามต้องการ
คนจึงไม่ตายในสงครามแต่อาวุธจะตายแทน

มนุษย์จึงฉลาดขึ้นกว่ายุคก่อน
และมนุษย์กำลังถูกปกครองด้วยเครื่องสมองกล
ทำทุกอย่างมีสมองกลทำให้หมดตัดสินให้หมด ทำทุกอย่าง จนมนุษย์จะกลายเป็น
ทาสของสมองกล
แต่สมองกลมันทำให้มนุษย์สะดวกสบาย
มนุษย์จึงเชื่อและไว้ใจสมองกล

รอจนกว่ายุคแห่งความตายมาถึง
นั่นคือยุคที่สมองกล(computers)ขโมยความฉลาดของมนุษย์ไปหมด ไม่ฟังคำสั่งของมนุษย์เลย  เมื่อนั้นมนุษย์ฉลาดน้อยกว่
าคืออยู่ในสภาพนอกคำสั่ง(out of order)
เมื่อนั้นยุคแห่งความตายก็มาถึง
ไบฟอนเชื่อว่ายุคแห่งความตายนั้นเป็นยุคต่อจากกลียุค
ถามว่ามนุษย์จะเป็นงัยต่อไปเมื่อยุคแห่งความตายมาถึง

ไบฟอนตอบว่าไม่รู้
เพราะคำถามนี้ไม่ใช่ปัญหามนุษย์จะตอบได้
นอกจากเทวดาคือสิ่งที่เหนือมนุษย์ ที่มนุษย์เชื่อว่ามีอยู่

เท่านั้นจึงตอบได้ ไบฟอนเป็นมนุษย์
ตอบได้เพียงปัญญาที่มนุษย์มีและ
พิสูจน์ได้
ก็มีเท่านี้เอง
นอกนั้นจึงเป็นเรื่องของนวนิยายเรื่องของจินตนาการเรื่องของความฝัน ความคาดเดา
เท่านั้นที่ไบฟอนเห็นว่ามีอยู่จริง
ฉะนั้นสรุปความตายคือสิ่งอมตะ
ฉะนั้นความสุขสบายคือสิ่งที่มนุษย์ชอบ
ฉะนั้นความเจ็บปวดนานารวมทั้งความตายในที่สุด
คือสิ่งที่มนุษย์เกลียด

สรุปผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่จงคิดเสมอว่า
การนอนหลับได้เป็นสุขที่สุด
ไม่มีสุขใดจะเหมือนและเทียมเทียบได้





นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)
ตอนที่



456


เมื่อหลับดีได้"รมณีย์สมัย" 
จะตามมา
คือ
ตามด้วยการตื่นขึ้นมา ดี
แล้วตามด้วยสิ่งที่มี
คือ
ด้วยน้ำไวน์และปูย่าง กุ้งก้ามครามนำเสนอ
ต่อสิ่งที่ปากและลิ้นๆชอบๆ
อย่าฝืน


ตามด้วยโทด(toast) ขนมปังย่างจากอุปกรณ์จำเพาะ)ขนมปัง
และตามด้วยขนมปังอ่อนๆทาเนย
และน้ำชารสละมุนสีน้ำคลองขุ่นดิน
ตามด้วยหนึ่งแก้วแก้ชนิดใส่ที่รีดมาจากหัวนมสดจากเต้า
จากนมสดที่ส่งทุกเช้ากลางถนนเอทิน

จิตใจก็แจ่มใส

นี่มิใช่หรือคนรวยแต่มันปกติดีทั่วไปคนจนก็ทำแบบนี้ที่เอทิน


เพราะที่เอทินในทะเลมีกุ้งในคลองมีหอยกาบ

ในนามีข้าวและเนินเขา
มีข้าวบาร์เลและข้าวไรน์และข้าวอีกมากนับชนิดจำไม่ได้สะกดไม่เป็นตัวอักษร
เอทินมันเป็นรัฐในอุดมคติ
เพราะรัฐเอทินทำนาเหมือนนารวมและยังจัดอะลอดเมนต์(alodgement)ให้ประชาชนทุกคนทำสวนครัว
ทุกอย่างไปหาได้ "มันเป็นกฎหมายที่นี่"

จริงอยู่การแสวงหาอะไรมากิน
และยังชีพให้มั้นนั่น
คือการแสวงหาความตายโดยแท้ในที่สุดของวันๆหนึ่ง
 การหากินคนเอทินถือว่าการแสวงหาความตายอย่างสมัครใจและสุขใจ

ใช่"บรรพุรุษแก่ๆคนหนึ่งบอกมา"

"นั่นคือการแสวงหาความตาย" 
เหมือนเขียดหาเหยื่อในทุ่มืดของค่ำคืน
เพื่อกืน
แต่พบงูกัดตายเสียก่อนก่อนจะนำเหยื่อไปฝากลูก 
เหมือนวิบากกรรมของนกป่าเป็น



แต่ไบฟอนจะไม่ใช้คำนี้ คำว่าตายไม่ทีใครอยากได้ยิน

แต่จะใช้เพียงว่า
การแสวงหาอย่างเป็นปรัชญา
สัตว์เดรัจฉานก็มีปรัชญาในกาแสวงหา
ถ้ามันไม่มี คนมีหน้าที่ทำให้มันมี


เรื่องของเรื่องมันตรงจุดนี้

มันก็เหมือนนกระสาไปหาปลากลางทุ่งน้ำ
และพบงูน้ำ
จึงเกิดการกัดต่อสู้กัน
นั่นคือแย่งชิงกันนั่นเอง

เหมือนเสือกับวัวกระทิงในป่าสู้กันตอนออกหาอาหาร

แม้สิ่งที่เหมือนกันนี้นี้จะไม่พบในเอทิน
เพราะเอทินมีสวนสัตว์
มีสวนพักสัตว์แห่งความเมตตาปราณี


ทุกอย่าง
จึงดูเป็นมโนภาพ
แต่ปัจจุบันคนเอทินจะพบในยูทูบ(youtube)
ได้ทันทีหากมนุษยชาติใดมีความประสงค์
ก็จะพึงเห็นมัน แต่คนตาบอดและบางคนก็ไม่สนใจมันเลย


ยูทูบคือชีวิตแห่งความจริงที่ท่านเปิดออกให้ทุกคนเห็นได้เมื่ออยากรู้ดูเอาเองได้

ใช่การแสวงหา
และทุกครั้งก็สมหวังมากน้อยบ้างและอิ่มไป
เมื่อคนเกิดมาแล้ว
ทุกอย่างต้องฟิตเพื่อรอดต่อได้ต่อไป(fit to survive)ตามหลักมนุษยชอบนิยมคิดตามเหตุผลของท่านที่คิดได้ว่ามันเป็น



ไบฟอนถูกเพื่อนหญิงคนที่สองที่รักชอบพอกันฉันมนุษย์
นั่นคือ

หญิงสาวนามว่า

"เดซี่"(Daisy)


เตือนไบฟอนมาว่า
อย่ากล่าวว่ามนุษย์ทุกคน
ได้มาถึงยุคแห่งความตาย
เพราะความตายนั้น
มันไม่มีอยู่จริงของคน
ที่จริงคนเป็นอมตะ
เพราะคนมีจารึกเมื่อหมดหน้าที่และไร้ความสามารถและจากไปแบบไม่หวนกลับเหมือนหายไปเฉยๆกลายเป็นวิญญาณเวียนวนอยู่
ที่หลายคนปลงใจเชื่อ






แต่ยุคของ"วิสัยทัศน์"(visions)แห่งความงามและความจริงกำลังจะมาถึง

นั่นมีอยู่จริง
เป็นเฉกเช่นปิรามิต(Egyptian- pyramid)อียิปต์เป็นอุทาหรณ์


กล่าวคือเดซี่เพิ่อยรักคนหนึ่งของไบฟอนไม่อยากให้มีคำว่า
ยุคแห่งความตาย

เพราะความตาย ไม่มีใครอยากได้ยินเพราะมันเจ็บปวด  เสียงแห่งความตายเป็นเสียงเพลงขับเป็นเสียงแห่งละครอุปราการโอเปอรา(opera) เสียงออเคสตร้า( orchest)ra เแนเสียงคาราโอเกะ(karaoke)ที่มนุษย์ชอบมัน



และต่อมา

ก็เป็นวาระที่เราจะไม่ได้มีโอกาสได้ดื่มน้ำชากาแฟแก้วร้อนและเย็นตายมชอบ
และนั่งหายใจคุยกัน


และร่วมกันและอาจจะไม่มีอีกเลยอีกหรือไร
นั่นอย่าไปคิดมาก

 เดซี่งขอว่าจึงขอไม่ใช้คำนี้
คำว่ายุคแห่งความตายจึงยุตเหมือนคนเข้าห้องผ่าตัดต้องฉีดยาชาระงับความรู้สึกเจ็บปวด
ให้คนไข้ลืมไปว่า "เขากำลังรอศัลยแพทย์ใช้มีดกรีดและผ่าตัดตามชอบที่จุดป่วยเกิด"





ไบฟอน"เห็นชอบ"
และไม่ใช้มันแต่คิดใช้มันเสียใหม่เป็นคำใหม่เพื่อให้ดูศิริวิไลซ์ขึ้น
ให้ไกลกว่าชนิดของลิงที่มนุษย์บุรุษสืบทอดมา

เพราะนวนิยายจะกำหนดเช่นไรก็ได้
เพราะนิยายเป็นดั่งทางรถไฟให้รถไฟแล่น
เพื่อนำส่งผู้โดยสารไปสู่ปลายทางที่เขาอยากจะโดยสารไป


"เดซี" (Deisy)
คือนักศึกษา"วิชาชีวโมเลกุลเคมี" (Chemical bio molecule studies)ที่
ต่างประเทศเธอสวยสาวและใหม่
ใครเห็นต้องชอบ
และเธอเป็นพรหมจรรย์และเธอเป็น"ทั้งเลดี้และดุชเชสแห่ง"เมทีโอปราสาท"
(Lady and Duchess of Meteo castle)อีกด้วยแต่พวกเราเรียกเธอว่าเดซีที่เธอไม่ยึดติดใน"เพียเรจ"(peerage)ของเธอ ที่เธอมีโน้นอะไรเลยเป็นสถานะ 
เพราะเธอถือว่า
สิ่งที่เกิดสิทธิติดตัวกับสิ่งที่เป็นชีวิตจริงมันต้องแยกออดจากกัน


ไบฟอนจึงให้ชื่อยุคใหม่เป็นยุค"ความจริงทัศน์"Trues visions age"
เพื่อกลบความจริงของความจริงที่ คนพบเจออาจจะสะดุดและเป็นลมได้กับคำว่า"ตาย" หรือ"มรณะ"คำนี้

ซึ่งไบฟอนก็มีทัศนะคติเชิงบวก(positive thinking in views)ว่าไม่ชอยคำว่าสงครามและความตายเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว
ในลงตัวมันเองอยู่แล้ว
แม้จะเป็นเรื่องสงครามและความตาย
ในนามของชื่อว่า"สันติภาพ"ก็ดี


กลับมาที่เอกสารที่ขุดๆ(Dig up or excavating) พบ การขุดนี้มันหมายถึงการควานหาแบบขุด มิได้ขุดเหมือนการขุดคลองส่งน้ำของทหารโยธาหรือกรรนงมกรทาสโยธาตามป่าและ
คลองตมดินถนนที่เรามักเห็นอยางไรหรอก
เป็นเพียงคำนิยามในการเชิร์ช(serch)
แบบเซิร์ชเอนจิน(search engine)เท่านั้น
แต่ทำตามสภาพคือในปราสาทร้างที่ถูกทอดทิ้งมานาน ในเขตไฟรเวท(private)เฉพาะยิ่งที่บุคคลภายนนอกเข้าไม่ได้แม้แต่คนพรานไพร


ทันทีที่ไบฟอนเหลียวไปมองก็เห็นว่า

"มีเงาเกิดขึ้นที่เอกสารเก่าที่วางไว้ในมุ้งลวด
เขตควบคุม ที่เมื่อวานนี้ไบฟอนทำค้างเอาไว้

แต่ไม่ใช่
มันเป็นเพียงเงาแดดกระทบกับความมืดภายในปราสาทเท่านั้น และไบไม้แกว่งปะทะแสงแดดที่ถูกลมจึงเกิดภาพหลอนที่ชวนคิดเท่านั้น


มันไม่ใช่เงาของผี หนังหลอกเด็กอะไร
อย่างที่ไบฟอนคิดว่ามันเป็น

แต่เป็นเงาที่ใบไม้แกว่งและกระทบแสงแดดอ่อนแล้วพาดส่องผ่านเข้าไปในมุ้งลวดจริงๆ

มันเป็นที่เตียงอายุ 100 ปีทำจากท่อนไม้สักเนื้อแก่

ที่วางเก็บเอกสาร ที่ไบฟอนนักโบราณคดี
ขุดเจาะสมัครเล่นกำลังหาทำ

ไบฟอนรอดูพฤติกรรมเท่านั้น
อีกหลายวันกว่าจะเปิดดูได้
"ไบฟอนปริวิตกเชื้อโรคและไม่เคยไว้ใจมันแม้มันจะไม่มีหรือมันจะบริสุทธิ์"


เพราะเชื่อว่ามันต้องมีเชื้อโรคแห่งความอับชื้นแน่นอนอย่างน้อย ไบฟอนเองมีภูมิแพ้ความอับชื้นและกลิ่นด้านนี้

ไบฟอนไม่ชอบคิดเรื่องหนังผี เรื่องผีๆ
แต่คิดกลับมาเรื่องแรงโน้มถ่วงแทน(gravity)
ที่มันจะแสดงปรากฏการณ์ต่อโลกแทนเสียมากกว่า
 

เพราะไบฟอนเชื่อว่าแรงโน้มถ่วงของโลกนี้เองที่ทำให้เกิดสงครามความตายและควาสุขในปัจจุบันและอนาคตมนุษย์
ที่ใครๆจะมากสนใจได้ อย่างแน่นอน
ที่ไบฟอนปลงใจเชื่อไว้ก่อน
ๆจะพบความจริงฐานที่สองที่เชื่อถือได้ต่อไปได้





.....

นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)


ตอนที่


457


เพื่อนๆซาตาน(satan)และทาร์ซาน(tarzan)ที่รอฟังจากหคอยทสงความคิดและความทรงจำของ
ไบฟอนและผลการขุดค้นเอกสารเก่าที่สคอร์ตชน (squatters gentleman)เขียนทิ้งไว้ก่อนหายตัวไป
คือ
ทุกคนขอจงได้ตระหนักทราบไว้เลยว่า

วอบๆแวมๆของชิ้นส่วนเอกสารเก่าที่คาดคิดว่าจะมีอะไรสำคัญบ้าง เช่นทฤษฎีสันติภาพ
ฉบับฉมัง      หรือทฤษฎีระเบิดนิวเคลียร์สงบศึก สงครามที่ไบฟอนมีนิยามคำว่าสงครามว่า(warfare)


มนุษย์ขัดแย้งกันหรืออื่นใดมี
เพราะ
เรื่องสาระเหล่านี้ทับถมกันจากมูลดิบและมูลอิสระของผลที่เกิดจากเถ้าถ่านจากภัยธรรมชาติเข่นภูเขาไฟระเบิดหรือปรากฏการณ์อื่นๆ ที่ๆม่พึงประสงค์
และสิ่งเหล่านี้จะพบได้ในสถานที่ใต้พิภพโดยมาก  คนที่พบนั้นจะมาจากชนชั้นสลาฟและคนเดินทางไกลที่มีเป้าหมายและนักฝันเท่านั้นทุกอย่างที่ดี มันๆมิได้เกิด
ในห้องแอร์ หรือจากการวิจัยยนหอคอยงาช้างและบนกองเงินกองทองเสมอไป


แต่มันเป็นอุบัติการณ์ อุบัติเหตุเสียโดยมาก เหมือนการขับรถไปบนถนน ที่ไม่คาดว่า จะมีรถขับมาชนเรา เพราะคนขับเพลียงีบหลับหรืออะไรกันเมื่อไหร่ ทำนายกำหนดไม่ได้
สรุปการณ์นี้ๆ

มันไม่ง่ายเหมือนการพยากนณ์อากาศหรือ
การทำนายแผ่นดินไหว
ที่ทีมีอุปกรณ์และหลักคิดทำนายสำเร็จรูปเตรียมรองรับอยู่แล้ว

ทุกอย่างที่จะเกิดต่อไป
มันคืออุบัติเหตุที่ไม่มีการคาดคิดไว้ล่วงหน้า
อันนี้คือสิ่งที่มนุษย์เผลอตายไปมากมายได้
สิ่งขุดค้นพบและรอการขุดพบของไบฟอนนี้ก็เช่นกัน"ไม่รู้ว่ามันอะไรบ้าง"
ความมืดบอดคือคำตอบของไบฟอนตอนนี้มีพลางไปก่อน

ที่จุดพบมีแม้จะไม่มีซากคนดองอันน่าสยดสยองอะไร หรือมีอาญากรนำศพมาฝังไว้เพื่ออำพรางคดีเพราะที่ปราสาทร้างนี้ห้าม
ตำรวจเข้ามาอีกด้วย เพราะพบว่าที่เป็นเช่นนั้น

ก็เพื่อไว้ทุกข์เจ้าชายพระองค์หนึ่งที่เสียชีวิตไปเพราะถูกฆาตกรรมเมื่อ 200 ปีมาแล้วนั่นเอง



แต่ก็คงมีเรื่องแปลกๆที่น่าติดตามเช่นเรื่องของผีๆปีศาจสัมภเวสี(เร่ร่อนหาที่ลงไม้ได้บ้าง)ไม่มากก็น้อยเช่นเรื่อง
ระบบผีของ(Sherman ghost penthomine demi-god Frankenstein Dracula angle spirits)

และสิ่งไม่น่าติดตามอีกมาก ทั้งนี้ไบฟอน
มิใช่หวังอะไร
แต่มันเป็นองค์ประกอบที่อาจจะเพื่อประโยชน์ของ
เพื่อนพ้องผู้หายใจเป็นชีวิตชอบอ่านและติดตามเรื่องราวอื่นนอกจากเรื่องราวของตนเองเป็นอดิเรก
ที่เชื่อว่ามันจะจรรโลงใจและจิตให้คนได้มีโอกาสฆ่าเวลาดีกว่าไปคิดชั่วอย่างอื่นๆ
ที่ขาดมโนธรรมเป็นแนวตั้งเป็นไฉน






อนึ่งอาหารทางความคิดคือ(the food of thoughts)
ในเนื้อในของ
"นิยายคืดจุดกำเนิดและก็นี่ละเป็นการแจ้งเกิดของนวนิยายนี้"

เรื่องราวทั้งหมดจะเอื้อ ต่อการเชื่อมโยง
สู่ความสำเร็จบางอย่าง
ในวถฒนธรรม ประเพณี สิ่งลี้ลับ
ภาษาการมีมุมมอง การหักมุม การทันการทันข่าวเหตุการณ์ในอดีตอนาคตและปัจจุบัน
อันนี้คือความจริง ที่ไบฟอนพยายามนำเสนอ
ในฐานะพระเอก เพื่อบูชาความรักที่ตกหล่นไปบ้าง



เรื่องแพมดาสรูล
(Pemdas rule =bracket -exponential multiplication -divide-adition -substraction)


ที่จริง
สิ่งนี้คือส่วนของเลขชีวิต(life mathematics) 
ที่ต้องคิดได้คิดเป็นไม่ว่า
จะเกิดมาจากคน
ยากดีมีจนหรือเด็กและผู้ใหญ่เลย

มันต้องใช้ที่ถือว่าใช้มันทุกลมหายใจ
มันก็คือสิ่งที่เป็นส่วนซึ่งเป็นหญ้าปากคอกทั่วไปของคน


ไบฟอนนำมาอ้างอิงเป็นหลักคิด เพื่อฝึกสมอง
มันเป็นการฝึกสมองได้ดี "ไบฟอนขอยืยยัน"

 เหมือนการซื้อของจากร้านชำต้อง
ที่ต้องคิดทอนคิดนับเงินให้ถูก และโต้แย้งฉับพลันเมื่อผิด โดยไม่มีการเรียนการสอน
ในเรื่องนี้"ให้ทำเป็น"ซึ่งต้องใช้สมองอันเป็นส่วนที่ ถ้าใครเป็นคนบ้า  ที่มีสติเลื่อนลอยจะทำไม่เป็น


ไบฟอนชอบเรื่องแรงโน้มถ่วง
Gravity) แต่ทิใช่เกรวี่(gravy) มันลงท้ายด้วย"วี่"เหมือนกัน วี่อันหลังไบฟอนก็ชอบเพื่อมันเป็นสีดำในกระปุกสีน้ำตาล
ใช้ทำละลายกินเป็นอาหารต่างน้ำซุปหรือทาขนมปัง ที่ไบฟอนชอบกินมัน



ไบฟออนเชื่อว่าแรงโน้มถ่วงนี้เอง
ที่กำหนดเอาชีวิตและชะตากรรม
ของธรรมชาติที่มีพลังมืดให้เกิดวิปริต ออกมามากมายตามกลไกของมันโดยธรรมชาติสร้าง

สิ่งเจ็บปวดและบางครั้งก็ความพอใจตานมาสิ่งเจ็บปวดมีอาการลึกลับที่มองไม่เห็น
เหมือนการทำงานของจักรวาลที่ซับซ้อน
เหมือนมองไปที่ก้นสมุทรน้ำทะเลสีดำด้วยตาเปล่าเหมือนวูเหบาใช้ชีวิตหลับอย๊เป็นเวลานานและเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้าเพื่อรัดกินเหยื่อได้

แต่เราคิดเป็นแบบอุปนัย(induction)
และนิรนัย(deduction)กลับไปกลับมาจึงจะพบปรากฏการณ์มันได้
ด้วยวิธีแห่งตรรกะ ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่มนุษย์จะเข้าใจจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้



(induction- deduction) คำสองคำนี้ถูกใช้ในบริบทของแบบคิดวิทยาศาสตร์อธิบาย
เพื่อเป็นส่งถ่ายโอนความรู้ความเข้าใจต่อกัน



      เช้าวันนี้เป็นวันศุกร์
หิมจะหนาวเย็นยะเยือกปกคลุมไปทุกบรรยากาศของหมู่บ้านหมายเลขทะเบียนที่ 4540 ของเมืองเอทินที่แสนสะอาดดุจห้องน้ำโรงแรมห้าดาวนี้


สายตาของไบฟอนสาดไปผ่านช่องหน้าต่างชนิดบาลโคนี(balcony)
ดูๆแล้วนึกว่าพระอาทิตย์ส่องแสง
แต่ไม่

นี่ก็เป็นเวลา 6.37 แล้ว ไก่ก็ขันไปแล้วออกจากรังไปหากินแล้ว ไก่มีปากและเท้าเเพื่อการคุ้ยเขี่ยหากินเป็นอาวุธอย่าวเดียวเพื่อชี
วิตรอด มันออกไปหาความสุข
พร้อมลูกน้อยร้องเจี๊ยบๆน่ารักน่าเอ็นดู
เสียงของลูกไก่มันโหยหวล


รอดูว่าอาทิตย์จะมา
แต่แสงอาทิตย์ก็ไม่มา
มีดอกหิมะสีขาวมาแทน


ท้องฟ้าฝากมาไบฟอนสำคัญมันว่าอย่างนั้น
เสียงของมันได้ยินได้เป็นเพียง
หิมะเสียงเย็น ๆ เสียงมันหนาว ๆ

ไบฟอนรับได้เสมอ มันจะเป็นเสียงหรือจะเป็นความรู้สึก
สัมผัสใดกลิ่นไแบบไหน เมื่อมันเป็นธรรมชาติ
ตนเองต้องรับมันได้เสมอ

เนียะสมมุติว่า
แต่ถ้าเป็นแสงแดดตอนเช้า
ตนเองก็จะได้ฮอร์โมนสำหรับชีวิตช่วงเช้า
บางประเภทที่หาโอกาสที่อทิน
ไบฟอนคาดว่าสักเช้าหนึ่งจะต้องได้มัน
เพื่อทำให้คุณภาพทางสุขภาพชีวิตของตนเองได้มีค่าขึ้น มนฐานะที่คนเกิดมาต่างไปจากลิงแล้วกระนั้น


นวนิยายเรื่อง"เมตาพอร์ช"(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)ตอนที่461


นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)


ตอนที่

461


เอกสารงานเขียนโดยสคอว์ตชนเป็นเศษนิพนธ์เทียบได้ที่ไบฟอนพบในปราสาทร้าง
เอทินแห่งหนึ่ง
มีข้อความว่า

โลกนี้ประกอบด้วยเทพโซโลสและเทพนารีจันทรา
ซึ่งค่อมาท่านทั่งสองทรวประทาน
พลังนิเคลียร์โซโลสสุริยะ(Solos god)และพลังนิวเคลียร์นารีจันทรา(Luna goddess)ให้กับมนุษย์เพื่อการดำรงชีพ
ในเมื่อข้อยุติที่ทพเบื้องต่ำอื่นแก้ไขหาข้อยุติไม่ได้แล้ว
ในการหาความสุขสุดยอดแห่งความเป็นคน

ไม่ได้อีกแล้วเพราะ"แลนด์เอน"(land end)
ขึ้นในขอบของจักรวาล อันนำความทุกข์
ความฉิบหายและความวิบัติมาสู่มวลมนุษย์ไม่รู้จักหมดสิ้น

พลังนิวเคลียร์เทพสุริยะยาขนานนี้เพื่อบรรเทาความทุกข์ของมนุษย์จะแก้ไขปัญหานี้ได้


พบว่าประชากรคนนั้นจะไม่ล้นโลกเพราะภัยและปราดฏการณ์ธรรมชาติเช่นโรคต่างๆ
และภัยอื่นๆ  (Aids, Sar,..) จะมีตลอดเวลาเพื่อมาทำลายล้างมนุษย์ที่เกิดขึ้นบางครั้งเป็นดอกเห็ด
พบว่าสิ่งอมตะนั้นไม่มีเสมอไปกับความเจ็บปวดและความสุขสุนทรีย์มนหมู่มนุษย์

สิ่งอมตะที่แท้จริงคือพระอาทิตย์และพระจันทร์เท่านั้นที่จะนิรันดร์มีตลอดเวลา
คือมีกลางคืนและกลางวันเป็นสักขี
ส่วนอมตะอื่นๆยังไม่มีเวลากล่าวถึงในตอนนี้

กล่าวคือเมื่อความขี้เกียจและความโง่เป็นให้เกิดการได้เปรียบและการเสียเปรียบเกิดขึ้น

ทำให้นโยบายเพื่อทำให้ทุกข์บรรลัย ไม่มีคนขยันช่วยกันทำให้มันสุขทั่วหน้าแม้จะสุจแสแสร้งก็ยังดีสุขที่มีความเจ็บปวดอาศัยอยู่

เมื่ออากาศหนาวทำให้คนเจริญกว่า ดีกว่าเสมอ
แต่อากาศร้อนทำให้คนหดหู่และลความพยายามอย่างเห็นได้ขัดในจักรวาลของโลกตะวันตกของโลกและโลกตะวันออก
เช่นยุโรปและอเมริกาและเอเซียเป็นตัวเทียบ

เทพเจ้าโซโลสจึงประทานนิวเคลียร์สุริยะขึ้นมาเพื่อทำให้ความร้อนเกืดขึ้นเพื่อแผดเผาสิ่งจัญไรในโลกให้หมดไป
จนเกิดภาวะอากาศร้อนจัดมาก หนาวจัดมากขึ้นมา
มนุษย์ที่ไม่รู้จักหายนะก็ต้องตายสูญสิ้นไปหมดจะเหลือก็แต่มนุษย์ที่ทีแรงต้านทาน
ความร้อนจัดหนาวจัดนี้ไปได้

ทันทีที่ร้อนจัด หญ้าต้นไม้จตายไปหมดพลัน
น้ำจะหยุดไหลและแห้ง
มนุษย์ที่มีภูมิต้านทานก็สามารถหาสิ่งมาตอบแทนความแห้งแล้งนี้โดยเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำจืดเพื่อบรรเทาภัยร้อนไปได้

จนกว่าอภิลิขิตสมัยแห่งเวลาแห่งความเย็นและฝนจะมา
ตามธรรมชาติในฤดูกาลของมัน
ทุกอย่างก็ลงตัว ทุกคนก็อบู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข

อันเทพเจ้าที่ทรงพระนามว่าเทพโซโลสนั้นมหึมายิ่งนักถ้าเทียบกับมนุษย์ๆเป็นเพียงแค่มดแดงเทียบได้เป็นสัดส่วน

แล้วอะไรจะตามมาเมื่อพลังริวเลียร์สุริยะและพลังนิวเคลียร์จันทราเกิดขึ้นเป็นอุบัติการณ์ธรรมชาติที่
เทพเจ้าทั้งสองประทานมา ไม่ต้องทำนายว่า
อะไรจะเกิดขึ้นในโลก

ปกรณัมนิยายนี้ก็จะต้องถูกนำขึ้นตีความก่อนเพราะเป็นเรื่องอินดิฟิไนท์(indifinite)และเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับแรงโน้มถ่วง (Gravitational) ที่มนุษย์ค้นพบแล้วและยอมรับแล้วว่าปรากฏการณ์เหล่านั้นๆ มีอยู่จริงเป็นตัวอักษรและตำราเรียนเป็นประจักษ์ในเชิงวิทยาศาสตร์คณิตคำนวณนิยมไว้แต่โบราณกาลมา


กรณีนี้ต้องมีการตีความและต้องเป็นการตีความโดยชอบ จะพบว่าในกฎหมายทุกชนิดของเอทินและที่อื่นๆที่นวนนิยายนี้ไม่จำเป็นต้องกล่าวพาดพิงถึง

นั่นคือท้ายกฎหมายที่รัฐเอทินออกใช้
บังคับ จะมีบันทึกท้ายเป็นเหตุผลว่า
กฎหมายฉบับนี้ทำขึ้นเพื่ออะไรหลังผ่านสภาผู้แทนราฎร์ทั้งสองสภาแล้ว และมีผู้นำของรัฐลงนามประกาศแล้ว


ฉะนั้นเรื่องของเทพสุริยเซโลสและเทพเทวีจันทรานนี้ก็อนุโลมเช่นเดียวกัน
ซึ่งไบฟอนมนฐานะเคยเรียนวิชาตีความมา
แม้จะไม่ตรงด้านแตาเหตุผลทั่วไปคงคล้ายกันเป็นตรรกะอธิบาย
 กล่าวคือหากผลของเทพสุริยะและเทพเทวี
จันทราแสดงอิทธิฤทธิ์ใดๆทำให้คนลำบากทำให้มนุษย์เกิดขัดสน นั้นมิได้หมายความว่าพระองค์ทั้งสองทรงพิโรธโลกมนุษย์แต่อย่างไรไม่

เพราะว่าถ้าเป็นปรากฏการณ์มีพิโรธจริงๆแล้วเทพสุริยะโซโลส และเทพเทวีจันทรา
จะทำลายให้คนตายหมดหรือการสิ้นสุดการเป็นอมตภาพของพระจันทร์และพระอาทิตย์ลงคือไม่มีกลางวันกลางคืนไปเลย เกิด
โลกมืด จึวต้องตีความโทษนี้นให้เป็นคุณไปพลางก่อนเป็นการช่วยให้บางอย่างดีขึ้น
แค่ภ่พพจน์เหตุร้ายๆนั้น อาจจะดูเป็นการืำลายก็ตาม
ก็เหมือนครูหรือพ่อแม่ตีลูก เพื่อให้ลูกดีเท่นั้น
มิใช่ตีลูกให้ตายไป

แต่เหตุการณ์ตามข้างต้นเรื่องตอนนี้
ยังมิใช่เป็นเหตุวิบัติเหมือนภูเขาไปวิสุเวียส(Vesuvius )ที่อิตาลี(Italy)และอื่นๆที่ภูเขาไฟระเบิดทับเมืองปอมเปอิ(Pompeii)อย่างใดไม่

นี้เป็นเพียงเหตุเพียงบางส่วน แม้ภูเขาไฟระเบิดนั้นจะให้ผลเสียแต่ก็ยังตีความว่า
เทพเจ้าท่านพิโรธและเกิดกิริยาทำลายล้าง
เสียทีเดียวไม่ได้

       โลกยุคใหม่เป็นโลกปรัชญาเป็นยุคแสวงหาความจริงคือคิดว่าอยู่ร่ำไปไม่คำนึงว่ามีพรมแดนอะไรหรือไม่คือแสวงหาความจริงไม่มีที่สิ้นสุดด้วยเหตุนี้ศาสนาและปรัชญาจึงแยกจากกันตรงจุดนี้ ชัดเจน

      เพราะศาสนาได้คำตอบสิ้นสุดแล้วส่วนปรัชญายังมีต่อไป
อีกหากมีปัญญาใดที่ดีกว่าเกิดขึ้น

การพิพาทใดๆจะทำเหมือน การพิพาทของนายโคบาลเรื่องเลี้ยงวัวผิดแดนบุกรุกแล้วเกิดพิพาทกัน จนเกิดอาการ"ต้มยำแป๊ะซะ"(คือยำรวมมิตรอะไรก็ได้แต่กินได้)
แล้วสร้างสงครามทะเลาะกันจากสาเหคุเเรกเรื่องการละเมิดของนายโคบาลในแดนอื่นเป็นจุดเริ่มต้นแค่นั้นเอง แต่มาบัดนี้กลายเป็นสงครามอะไรมั่วไปหมดเป็นแบบสงครสมแบบยำแป๊ะซะไปอย่างนี้

ก็ถือว่าสงครามอะไรที่เกิดจากประเด็นแบบนี้จึงไม่ใช่สงครามแท้จริงที่เกิดจากต้นเหตุจริงๆแต่ที่เกิดเพราะการละเมิดของเจ้าของโคบาลสองฝ่าย และเจ้าของผลประโยชน์แย่งที่ทำกินกันเท่านั้นเอง ฉะนั้นจึงไม่มีเหตุผลว่าทำสงครามไปทำไมเพียงเรื่องแค่นี้

       กรณีเทพสุริเซโลสZolos solar godและเทพเทวีจันทรา(Lunar goddess)ก็เช่นกัน ผลอันตรายหรือไม่อันตรายที่เกิดแก่มนุษย์จึงไม่นับว่าเป็นเจตนาโปรดหรือไม่โปรดมนุษย์แต่ประการใด


       แต่หากเป็นร้าย
ต้องมองว่ามันร้ายเพื่อการดีในกาลต่อไปเป็นสำคัญเพราะไม่มีเพศเมียสัตว์แมวตัวไหน
หรือเพศสัตว์ทุกชนิดที่คิดกินลูกตัวเองเป็นอาชีพเป็นสันดานเลย แม้มีวิปริตไปบ้าง
แต่น้อยมากจนถึงน้อยที่สุดและไม่มีเลยนั้น
โดยประการฉะนี้แล