นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"
(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)
ตอนที่463
(งานนิพนธ์นี้อาจหาติดตามได้ในบล็อก(blog)หรือเด็กดี.คอม(dekdee com) ในเฟซบุ๊ก(facebook)
" งดโฆษณาเป็นรายสะดวก"
แต่เคมินตอน
นี้ทำสงครามกับตนเอง
กับงูและสัตว์พิษและกับเผ่าชนนาอีฟเว(naieve เผ่าชนนี้ถ้าได้กิน ได้เงินก็เอาด้วย ถ้าไม่ได้กิน ไม่ได้เงินไม่ได้ร่วมเพศเชิงสนุกกัน เขาจะไล่ไม่คบเคมินทันที)
และเคมินกับสังคมที่ต่างกันในเชิงวุฒิปัญญาและชนชั้นเคมินเป็นชนข้ันกลางสูง(upper middle class)สถานะแม้จะมีแมปัญหาอย่างไรก็ตาม
เคมินปลูกผักสวนครัวยังชีพ
จากพื้นที่ที่ดาเลียเคยทำมาหลังดาเลีย(Dalia)ตายลง
เคมินก็มาสานต่อ
ที่เมืองเอทินและหมู่บ้านเพกา มีหิมะและหมอกจัด มันมาจัดมาก
หนาวอย่าบอกใคร
เหล้ากับเนื้อย่างเคมินใช้ตัวนี้แก้
บางครั้งแดดร้อนระอุ
บางครั้งน้ำท่วม(flood)
แต่ไฟป่าไม่มี
แผ่นดินไหว(earthquake )ไม่มี
สองอย่างหลังนี้อันตรายมาก
เพราะเคมินมีประสบการณ์ตอนไปอยู่กัยดาเฟียและตอนไฟไหม้ได้หนีออกมาทัน
กาอนไฟจะคลอกตนเองและดาเฟีย
จำได้ว่าทุกครั้งไฟไหม้ที่พุเพ เกิดตอนเคมินหลับสนิทเสมอ
ไฟไหม้นี่หมดทุกอย่างสิ้นซาก
ตอนที่เคมินไปอยู่กับดาเฟีย(dafia)
พระเพลิงท่านไหม้บ้านที่ดาเฟียเช่า หมดไม่มีอะไรเหลืออย่างเดียว
มีแต่ชุดนอนที่วิ่งหนีไฟออกมา
มันมักจะเกิดตอนกลางคืนที่พุเพ
เคมินจำได้
แผ่นดินไหวนี่พอๆกับภูเขาไฟระเบิด
ดินทับทุกสิ่งหมดแม้แต่คน
ปมอะไรหลายย่างที่เคมินสงสัย(suspicious-unclear)
นับจากเกิดมา เพราะปมนี่เองเคมิน
จึงได้โอกาสแนข้อแก้ตัวหนีเข้ากรุง
ตามหาแม่(ดาเลีย)และได้เป็นซีอีโอ(CEO=
chief executive officer)เป็นนักหนังสือพิมพ์ได้รู้จักตำรวจลับ(สันติบาล)ของแผ่นดินเอทินและได้ไปนอกและได้รู้จักผู้คน
มาก
หลังการได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนในโรงเรียนราษฎร์ฏร์(public school) แม้จะจบเพียงมัธยมหนึ่งรวมเรียนที่พุเพเป็นเวลา 5 ปี
เรียนภาษาจีนกลางพิเศษมีติวเตอร์รับจ้างสอนวิชานี้ดาเฟียบังคับให้เรียน แต่เคมินก็ได้เพียงคำว่า "หวอไอนี้"(I love you)เท่านั้นที่จำได้ตอนนี้ และต่อมาเรียนภาษาอังกฤษกับชาวสวิสนักข่าวรอยเตอร์ใช้หนังสือ
"Essential English" เคมินเก่งภาษาอังกฤษ
และสอบได้B.E.D (bachelor of English degree)จาก Villa Winnar Language Institute ของอเมริกัน จากที่เคมินสอบได้สมัครที่สาขา เคมินได้ใส่ครุย
จำได้ว่าได้ถ่ายรูปและค่าเรียนแพง
ต่อมา
มีปมว่าทำไม เคมินออกโรงเรียนเร็วเกินไป
ดาเฟียแนนำให้ออก เพราะจบการศึกษาขั้นบังคับแล้ว
(งานเขียนที่เคมินเขียนนี้ตอนเป็นสควอเตอร์ชน(squatters )ที่ปราสาทร้างเอทินของท่านลอร์ดไบฟอนแต่เอกสารเขียนถูกฝังไว้รอวันพบ
เมื่อไบฟอนมาขุดพบเอกสารชำรุดมาก
เมื่อถูกนำมาเผยแพร่ ไบฟอนส่งขึ้นแทนพิมพ์ในฐานะเอกสารขุดพบ
มิใช้นิยายเต็มสำรับข้อความจึงไม่ค่อยติดต่อกัน แต่ไบฟอนถือว่าอกสารนี้มันเป็น อาหารทางความคิด (the foods of thoughts )จึงเสนอพิมพ์ออกมา จึงทำหนังนังสือนี้แนบเป็นเอกซ์คิวส์"excuse
" คำขอโทษ ต่อผู้บริสุทธ์ที่อ่านพบและติดตาม
คือพบอันไหนก่อนก็ลงพิมพ์อันนั้นก่อนเป็นเหตุผล
และเคมินคนเขียนช่วงชองช่วงบทนี้ๆ
ไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรตอนนี้
ไบฟอนเชื่อว่า เคมินตายในทะเลลึกขณะเดินทางอาศัยเรือโจรสลัดข้ามฟากมหาสมุทรจากเกาะเอทินแต่นี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของไบฟอนผู้เขียนนิยายเรื่อง
เมตาฟอร์ชนี้ขึ้นและเห็นว่าเอกสารที่ขุดพบ
ที่ปราสาทร้างอาจจะเป็นประโยขน์ทางวรรณกรรมบางอย่างจึงนำมาแทรกไว้)
ใจจริงดาเฟียไม่อยากให่เคมินเรียนสูง
รีบออกมาทำมาหากินหาคู่และแต่งาาน
แต่เคมินคิดว่า"นี่มันเร็วไป"
เพราะจุดนี้ด้วยที่ทำให้เคมิน
ตัดสินใจหนีจาหดาเฟียมาตามหาดาเลีย
เพราะดาเลียแยกทางกับดาเฟียตั้งแต่
เคมินยังไม่อดนม
ปมที่จะพูดถึงคือมรดกที่ได้และคาดจะได้
และถูกกลโกงบางอย่างหายไปเกือบหมด
และมาตอน
ที่เคมินเสี่ยงทายยอมยกที่ดิน12ไร่ให้ท่าน
"ทาวเวอร์"เจ้าของบริษัทสถาปนิกสากลชนิดหนึ่งที่
เน้นที่การออกแบบอาคารและบ้านหรูสไตล์โนโลเนี่ยน เฮาส์ฟอร์เมต( style colonial housing formet) อาชีพสถาปนิกชั้นเยี่ยม แต่เงินทุนไม่มีฟุ่มเฟือย
แต่ท่านทาวเวอร์สามารถสานต่อ"เมกาโปรเจกต์"(mega project)มาสู่บ้านเพกาที่เอทินได้
ที่เคมินศรัทธาท่านมากเพราะเคมินเคยได้กัลยาณมิตรจากท่าน ตอนประสบภัยขณะเสรีภาพและเทวสิทธิ์ของเคมินถูกริดรอนและรบกวนในสมัยหนึ่ง แม่เราจะพบกันครึ่งทาง แม้เคมินจะโอนโฉนดให้แบบขาดทุน
คือราคาที่ดินมันไร่ละ450,000 เพราะมีสวนยางพารากรีดได้แล้วแต่เคมิน
ได้ตกลงขายให้ท่านทาวเวอร์ด้วยราคา
ที่แสนถูกตรวจดูที่กรมที่ดินได้วันโอนขาย
จดทะเบียน สรุปไม่ถึง25%ชองราคา
ทีเดียวหลายคนแปลกใจ
เพราะเคมินทำสัญญาปากว่าให้ท่านทาวเวอร์นำไปทำรีสอร์ต เพื่อความเจริญของชุมชน
และให้ทุนเคมินทำปริฐญาเอกในเวลาที่เหมาะสม
และบันทึกเวอร์บัลอีกว่า หากผลการตัดสินใจครั้งนี้เคมินมีปัญหาชีวิตที่เชื่อว่าถูกริดรอนลับๆไที่ไม่เป็นธรรมเป็นโมฆะชีวิตอีก
ก็ขอพึ่งพาท่านได้ในทรัพย์สินที่ขายท่านไปนี้
ท่านเงียบเท่ากับท่านตกลงแล้วเป็นสัญญา
ผู้ดีรัหว่างกันอบบMOU(ความตกลงกันแบบสากลนิยมโดยไมต้องเป็นตัวบทกฎหมาย) โดยอัตโนมัติ
แต่พบว่าต่อมาท่านโดนขู่ฆาตกรรม โดยชนเผ่าหนึ่งที่เข้าใจผิดคืดว่ามาหลอกลวงเคมิน
ด็กอาภัพอัปภาคในพื้นที่เพกา
และอีกหลายเรื่องเป็นผลให้ท่านทาวเวอร์(Towers)ประธานบริษัทสถสปนิกดังกล่าวปรับแผนบางอย่างเพราะท่านจบปริญญาเอกรัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต
(doctorate degree in political sciences)
จึงมอบหมาบมือสองมือสามมือสี่
ทับซ้อนซ่อนทับเพื่อจะใช้ประโยชน์ที่ดิน
ที่ไม่ตรงตามเจตจำนงค์ที่ทำไว้กับ
เคมินแม้ท่านไม่มีแผนอะไรทับซ้อนคือรอวัน
ลงตัว แต่ท่านอาจถูกผลัก อนึ่งท่านเป็นเสือผู้หญิงแม้ไม่เจ้าชู้
แต่มันเป็นอีกแบบแต่เคมินเชื่อว่าท่านมีมโนธรรมดีพอ
แต่ความปวดหัวความยุ่ง
เหยิงมันพาดพิงมาสู่เคมิน
เพราะเคมินมานั่งรอท่าน ดอกเตอร์ทาวเวอร์
มาดำเนินการอะไรสักอย่างแต่มาบัดนี้ยัง
หลายคนที่เพกาบอกกับเคมินว่า
"เคมินโดนหลอกแล้ว"
เคมินตอบกลับผู้สันทัดกรณีย์เหล่านั้นไปว่า
"บ้ารึเปล่า ก็กฎหมายฟอกเงินมันชัดเจน
อยู่แล้ว การกักตุนที่ดินแบบซื้อถูกขายแพง
นั้นมีโทษท่านดอกเตอร์ทสวเวอร์จะมาทำแบบมั่วๆสิ้นคิดๆเงัยและท่านก็ระดับและเป็น
คนสำคัญในแวดวงการเมืองเอทินอีกด้วย
"ท่านต้องการช่วยเหลือเคมินมากกว่า"
ถ้าเหตุชี้สองสถานเกิดจขึ้นจรืงตามที่ผู้สันทัดกรณีย์ ปั่นเรื่องให้เคมินทะเลาะกับท่าน
โดยพูดใส่ร้ายท่านเช่นว่าท่านหลอกลวง
ท่ากระจอกอะไรเสียๆหายๆเพราะผลประโยชน์บางอย่าง
" อันนี้ก็ค่อยว่ากัน"
แตาเคมินยังคงไว้ใจท่าน
เพรางานใหญ่ทำวันเดียวเสร็จมันเป็นไป
ได้ยาก
.
แม้การออกแบบปัจจุบันใข้โปรแกรมแคท
ทำแป้บเดียวเสร็จ
แทนการนั่งขีดนั่งเขียนเป็นวันๆจนเอ็นแทบหลุดอย่างสมัยก่อนก็จริง
แต่ผผธาตุแท้ของสถาปนิกก็ยังคงต้องใข้หลักการคำนวณอกแบยอยู่ดี
อุปกรณ์เคทมันเหมือน
รถยนต์ยี่ห้อดี ๆ ขายให้คนขับไปสังคมและงานได้สะดวกเท่านั้นเองเพื่อน
เพราะตอนเคมินอยู่อังกฤษเคยมีเพื่อนเป็นสถาปนิกเช่นกัน เคมินจึงรู้
"เคมินเขื่ออย่างนั้น"
หากมีอะไรอีกมี่มันทับซ้อนซ่อนทับ
ก็ไปคุยกันที่ศาลหมดเรื่อง
ศาลท่านจะชี้ตายชี้เป็นให้
ความแพ่งธรรมดาหรือแพ่งพิสดาร
พิจารณาได้ตลอด
ตามหลักนิติธรรม(jurisprudence )มันมีอยู่คู่โลกาที่แข็งแกร่ง
มาจนสมัยอารยธรรมปรัตยุบัน
จะไปทะเลาะไปอาฆาตไปฆ่ารันฟันแทง
กันทำไม ตายเปล่าและท้ายสุดไม่ได้อะไรขึ้นมา
เคมินสารภาพว่าได้รับมรดกมา
มากพอควรที่เหลือมิใช่เงินสด และถูกรบกวนสิทธิรีดไถ่และกวนใจปมอะไรอีกมากมาย แม้มียางพารา12ไร่คืนละเท่าไหร่คิดเอาตามสากลอยู่ได้
เคมินลำบ่กตรากตรำมามากเพราะปัญหา
ชีวิตที่ไม่ลงตัว หลัวดาเฟียและดาเลีย
ตายลง เคมินจึงปลูกยางไว้ ไม่ได้ลงทุน
สักบาทเดียว มุแต่ทำสัญญาสี่ปีให้นายทุนปลูกสับปะรดแลกทำสวนยางให้ฟรีเปล่า
ตามหลักสากล 10ปีผ่านไปยางกรีดได้
แต่เคมินพบว่ามีปม
ไม่มีคนรับจ้างกรีดให้แล้วแบ่งกัน
ตนเองสุขภาพไม่ดีทำไม่ไหว
การทิ้งไว้เฉยๆไม่ทำอะไรเมื่อน้ำยางออกแล้ว ไม่ทำอะไรต่อ
มันไม่ถูก เพราะมันไม่"โปรดักติฟว์"(productive=
ให้ผลิตผล)
เพราะเคมินเคยเรียนเศรษฐศาสตร์มาขณะอยู่ในอังกฤษ
จึงตัดสินใจให้ท่าน ดร.ทาวเวอร์ไปดูแล
เพราะท่านมีมโนธรรม เพราะเคมินเคยมีประสบการณ์กับท่านมาบ้างพอจะรู้ทิศทางของลมจึงโอนโฉนดให้ท่านไปทำรีซอร์ต
เงื่อนไจมีสัญญาผู้ดีแนบไว้เป็น เวอร์บัล
(verbal cobtract) เท่านี้ก็เกมแล้ว
จะไปซาดิสติกส์(sardistic)ต่อท่านและเคมินกัน และกันอะไรกันนักกันหนา
สำหรับเรื่องความจนการเบี่ยงเบนทางสังคมในรูปแบบดิ้นรนชนขั้น(class struggle)คนที่เพกาไม่จน
จริงเล่นเงินเป็น กูเงินเป็นพอเจ็บไม่ทันเพื่แนก็ร้อวไห้ ท้าตีท้าต่อย พอได้เปรียบ
ก็เงียบไปกลับไปนอนยิ่มคน้ดียวในมุ้งต่อ
คนเพกาจนแต่ปาก
มาตรฐานความจน
ต้องจนอย่างมาตรฐานคนจนในอัฟริกา
หรืออินเดียจึงถือว่าจน
เพราะฉะนั้นการรีดไถถ้ามีขึ้นที่บ้านเพกา
ที่จะทำรีสอร์ต(resort )จะมาตีกัน
จึงไม่สมเหตุสมผลให้ทุกคนระแวงและคิดมากไปนอกกรอบ
คือว่าอะไร อะไรก็ตกลงกันได้มิใช่ตกลง
แบบขวานผ่าซาก
เหลี่ยม
หรือลีลา
เกมกำไร
หรือ
อะไร
ในทุก ๆอย่าง
ซึ่งมันหมดยุคไปแล้ว
(out of date)
นี่คือเอกสารที่ไบฟอนขุดพบที่ปราสาทร้างเอทินชุดหนึ่งยังอีกหลายชุด
ที่พบแต่นำเสนอไม่ได้
ต้องผ่านทนาย
แต่ก็ต้องรอหน่วยคาร์บอน14
และอื่นเคลียร์ก่อน
รวมทั้งเชื้อโรค
และ ตอนนี้ยุงรำคาญ
มันกวนใจการทำงานชมัด"ไบฟอนบ่น"
แม้จะใช้ควันนำร่องก็แล้ว
ไบฟอนพบว่ายุงมันอาศัยอยู่ในถ้ำใกล้
ปราสาทร้าง บริเวณบ่อน้ำทิพย์หยดในถ้ำน้ำคึงทั้งปี
ตอนนี้หิมะปลิวมาขาวโพลนผสมกับแสงจันทร์ในค่ำคืนนี้
สว่างสงบสุขสัตติจริงๆ
ยาควินิน(quinin)ไบฟอนกินไปแล้วสองเม็ด(tablet) ทุกครั้งที่มาขุดค้นเอกสารเก่าทุ่ปราสาทร้างนี้อันเป็นมรดกตกทอดมาจาก
ท่านลอร์ดวินทาร์(Lord Winthar)ท่านตาของไบฟอน
มีบันทึกของไบฟอนว่า
สคอวเตอร์ฃน,(squatter )มาแอบพักอาศัยยึดอยู่ที่นี่ กันได้ยังไง
ที่ปราสาทร้างนี้
มีแต่ยุงแต่ทว่าไบฟอน
พยยาทาผิวชนิดน้ำ(lotion)ทากันยุงและมีต้นตะไคร้หอมขึ้นรอบๆปราสาท
ไบฟอนพึ่งจะรู้เรื่องนี้ นอกจากยาควินินเท่านั้นที่ไบฟอนใช้มัน
และไบฟอนก็เมนจ์(comment )ต่อไปว่า พวกสตลอเตอร์ชน(squatter )พวกนี้กลุ่ม
นี้ท่านคงเรียนปรัขญามาก่อนแล้วด้วยและเป็นบบุปผาชนมาก่อนเป็นแน่
แต่เอกสารที่จุดคนฝเนพบมีแต่เรื่องของเคมินถึงลอร์ดไบฟอนเท่านั้นตอนนี้.
.แต่ถ้าขุดลึกไปคงเจอซากศพหรือกระดูกหนือมัมมีแบบอียิปต์ของกษัตรืย์โบราณฝัง
อยู่ที่นี่แน่นอน
เพราะไบฟอนรู้สึกว่าผีดุมาก และไบฟอนเคยเรียนวิญญาณวิทยา(aniimism) และผีวิทยา(ghostology)
และ
อนึ่งประวัติที่นี่หลักญานเบื้องต้น
ที่ปราสาทร้างนี้เคยมีเหตุฆาตกรรมแย่งของมีค่ากันระหว่างเผ่าชนมี( เผ่ามองเก(monke tribe )
เผ่า
พเมมาน (pamemaan tribe )เผ่าคะเมนอน(kamenon tribe) เผ่าคะริง(Caring tribe) เป็นต้นที่ทุกเผ่าที่อ้างถึงนั้น
มีประวัติเคยถูกทางรัฐเอทินว่าจ้างมาทำงานที่เอทินในยุคเอทินมีหลักการชาตนิยมแบบ
ถดถอย แต่ตอนนี้เอมินเป็นรัฐชาตินิยม
แบยถ้วนทั่วไปแล้วคือเป็นชาตินิยมจัด(extremes nationalism)
.น
)
แบะการาวหารหมู่เกิกจุเร
ไบฟอนกำบัวีอวัตถุพย่นนินยันและจพำรำมาบอกเพื่แรพ่แวต้แๅป
ที่เคมินถทอว่าเป็นคนมีมโนธรรม
ไปมำธุรกิจจัดสรรทำรีสอร์ตโดยขายโอนโฮนดให้ราคาถูกมุทะเบียนซื้อขายที่กรมที่
ดินแห่งนครเอทินบันทึกไว้เป็น
ลายลักษณ์อักษร














