วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2567

มัน

นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"(Metaporch)

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง และนิยายนี้เป็นนิยายอาหารทางความคิด(the food of thoughts).

ตอนที่475


เมื่อกลับมาที่เมืองเอทิน(Ethyle) ณ หมู่บ้านเกิดที่เพเกา(Paaysgeow)
การหวนกลับไปกลับมาจนตนเอง"เคมิน"รู้สึกเวียนหัว
ออกจากเอทินไปครั้งหนึ่งแล้ว
แล้วต้องกลับมาที่เอทินอีก
เหมือนลืมกุญแจบ้าน
และแล้วก็ออกไปจากเอทินอีก
เหมือนกลับมาเอากุญแจที่ลืม
แล้วเดินออกไป
จากบ้านอีกครั้ง
มันเหมือนการเดินทางออกจากบ้านเพเกียนี้ครั้งแล้วและครั้งเล่า
นับจากการเดินออกจากบ้านด้วยเท้าของ
ตนเองเพื่อไปโรงเรียนครั้งแรกในชีวิต
ดั่งกระนั้น



     และแล้วก็ต้องหวนกลับมาที่เพเกียอีก
แต่ครานี้หวนกลัยมา
มาเพื่อเซ็นชื่อรับมรดกของเดเลียจากแม่ผู้เป็นที่รักและพ่อเดเฟียผู้เป็นที่เคารพ


    เคมินครุ่นคิดๆดูแล้ว
มันหนีไม่พ้นท่านทั้งสองเสียจริง
ทำไมหนอทำไม
มันเป็นเช่นนี้


     มันเหมือนเทวสิทธิ์ที่ผูกพันต่อกัน
การไม่ตัดขาดอะไรจากอะไรอย่างไม่มีเยื่อ
ใยและสิ้นเชิงเป็นการดี "หนอเรา"
มันต้องเป็นปรัชญาชีวิตที่ดื่มได้แน่นอน

     มันเหมือนโยนีของแม่ที่ให้ชีวิตเคมินมา
แล้วเคมินก็ต้องวกกลับเข้าไปหาโยนีแม่อีก
แต่นิยามคำว่าโยนีของแม่ครั้งที่สอง
ในวันที่หวนกลัยมาอีก
และนี้ครานี้มันเป็น"ดาเลียส"
คนรักของเคมินไปเสียแล้ว
แต่มันก็เป็นบริบทของคำว่า
การหวนกลับไปกลับมา
สู่อ้อมกอดของเทพเจ้าแห่งโยนีอีกเช่นกัน


นี่แหละหนา'คนเรา'
ที่ว่ามนุษย์มันก็วกวนเวียนวนอยู่อย่างนี้ร่ำไป
มันเป็นสัจธรรมของมนุษย์
แล้วเราจะไปเพ้อหาอะไรอีกในความเป็นมนุษย์ ที่เราเป็นและอยู่คือ


จงลืมความตายเสียเถิด
จงอย่าฝันเลยเถิดไปเลย
จงทำตัวทำใจให้ปกติเถิด
อีกสักครู่ความรักความพอใจความสำเร็จ
มันจะวิ่งมาหาเราเอง
เพียงอาศัยความบังเอิญนิดนึงเท่านั้น
ก็พอเพียง

สันติภาพและความสุขสันต์หรรษา

ในสรรพสิ่ง
มันกำลังรอ
เราอยู่



     ตอนนี้ดาเลียและเดเฟีย
ท่านทั้งสองได้นอนตาหลับแล้ว
มันหนีไปไหนก็ไม่ได้และไม่พ้น
จากอริยาบถของการนอน
และด้วยการนอนตาหลับสงบอย่างมีสติและอารมณ์ดีได้เยี่ยงนี้ ๆ เป็นไฉน









เรื่อง"เมตาทอร์ช"(Metorch)ตอน453(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง และนิยายนี้เป็นนิยายอาหารทางความคิด(the food of thoughts).

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567

ตอน473"อย่าไม่ท่ืำบ้านซ่อนในที่12ไร่ที่ให้ไปนะ่ แม่มดดาเลียต้องโกรธท่านแน่นอน"

นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"(Metaporch)

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง และนิยายนี้เป็นนิยายอาหารทางความคิด(the food of thoughts).

ตอนที่473

ตอน473
"อย่าไม่ท่ืำบ้านซ่อนในที่12ไร่ที่ให้ไปนะ่ แม่มดดาเลียต้องโกรธท่านแน่นอน"


       เคมินจะฟ้องท่านว่า:
เรไรสมาชิกกบุลุ่มทับซ้อนๆทับไปให้
โอกาส"จาวยาง" มาเฟียบุกรุกมาเลี้ยงโคในสวน12ไร่
      มันอันตรายมากต่อสมาธิในการติดต่อ
สื่อสารทางจิตกับแม่มดดาเลียเป็นอย่างมากที่ทำให้เกิดวิปริตวิกฤตการณ์ลมโชยไปผิดทิศทางมนสำนึก
      แต่จะเหตุผลอะไรก็ตาม
เคมินเขื่อว่าผีดาเลียมีอยู่จริง
เพราะ วิทยาศาสตร์ก้าวหน้าต่อไปต้องพบ
ที่มาที่ไปของมนุษย์แน่นอน
เหมือนปัจจุบันตำรวจและศาลสามารถพิสูจน์การทำผิดที่เป็นปริศนาได้
แม้จะไม่มีหลักฐานเพียงพอ
     แต่ผลพิสูตน์ทางนิติเวชศาตร์
สามารถพิสูจน์และสุดท้ายจึงจับคนผิดที่ลอยนวลมาทำโทษได้ฉะนั้นเป็นอุทาหรณ์
ฉะนั้นเคมินจึงเชื่อว่ผีมีจริงมากขึ้นด้วยเหตุนี้
นกกาผีมาทุกคืนที่บ้านเพเกียมันร้อวตอนเที่ยงคืนกลางแสงจันทร์ที่มืดด้วยหมอก
เคมินก็กลัวผีเป็น และทันทีที่นกกาผีมันร้อง
เคมินรีบดับไฟนอนคลุมโปกินยานอนหลับที่หมอให้มาทันที แต่พอจิตสำนึกลุกขึ้นอีกครั้งว่านั่นคือผีแม่มดดาเลียซึ่งมาในร่าวของนกกาผี เคมินดีใจและไม่กลัวอีกต่อก็ม่อยหลับต่อไปปละ หลับสนิท 

     พอตื่นเช้าขึ้นมาเคมินก็ลืมทุกอย่างหมด แต่เคมินพลันทำอาหารเซ่นไหว้ท่านๆชอบผักเสี้ยนดอ และน้ำพริกแมงดากับปลาทูย่าง
เป็นที่สุด พอเซ่นไหว้เสร็จสักครู่ทุ่แท่นบูขา(pillar)แม่มดดาเลียก็มาในร่างของตัวกระจ้อนและตัวจิ่งเหลน กินหมดไปเพียงชั่วพริบตาอีกสักพักตกถึงเที่ยงวัน
พ่อมดเดเฟียก็มาในร่างงูจงอาง พอเคมินเห็นงูตนเองพองขนและกลัว แม้จะสำนึกว่าง๊จงอางนั่นเป็นร่างขอวพ่อมดเดเฟีย
เคมินทำอะไรไม่ถูก จึงเรียกหน่วยกูภัย"ชาโยนาระ"ของเพเกียมาจับงูจงอางไปปล่อยกลับเข้าสู่นิเวศน์ป่าธรรมชาติ  แต่เมื่อเคมินกลัยมาดูอีกที  ในที่พบเห็นงูในตอนเที่ยงวัน
จงอางตัวนั้นก็ไม่มีแล้ว "เคมินงงไปหมด"




เรื่องของจาวยางและพฤติการณ์จากกลลุ่มลัทธิขอกินหน่อยนั่นอหังหารมาก
ที่จริงการกระทำของจาวยางเป็นการเมือง
เพราะจาวยางไม่ใช่คนอดอยาก
แต่งางแผนหาเรื่องสร้างความเดือดร้อน
ทำเคมินเสียสมาธิในการดำรงชีวิต

ท่านทาวเวอร์ทราบหรือไม่ว่า
ในที่ดิน12ไร่
มีมะพร้าวที่รอตัด
เมื่อโครงการบ้านซ่อนรีสอร์ตของท่านทาวเวอร์มาทำนั่น

เคมินขบอกสารภาพตรงๆกับท่านทาวเวอร์เลยว่า
เคมินตอนนี้อาศัยมะพร้าวหล่น
เหล่านั้นยังชีพ จะให้คนมาทำเหมาขึ้นมะพร้าวเหล่านนั้นเป็นงวดที่ปกติเขาทำกันเป็นประเพณีด้วยการใช้ลิงกังหรืแใชเไผ่ยาว
ซอยเรียงต้น  แต่พวกคนงานชนิดนี้เขาก็"ฮั่ว"กันเป็นระบบพรรคการเมือง(political syndicate tricks and dirty political dirty trick)เลยทีเดียวแต่ไม่สากลเจาทำเพียงกลุ่มย่อยเท่านั้น แต่มีผลต่อกลุ่มใหญ่ในเรื่
องประเด็นอื่นบ้าง

เอาละสรุป
ทั้งหมดที่เล่ามาอยู่
ในอาณัติของจาวยางเจ้าแม่มาเฟียแห่งเพเกียนั่นเอง


"นี่แหละมัน"ตัวการทำหายนะภัยให้เกิดกับสังคมที่เพเกียชนิดหนึ่ง
แต่ท่านก็อย่าหวั่นวิตก
เมื่อท่านมาทำบ้าซ่อนโครงการรีสอร์ต
พวกมารที่เพเกียมีจาวยางเป็นต้น
จะไม่มีใครทำอะไรลูกค้าของท่านและเคมิน
อีก 
เคมินเรียกว่ามันเป็นการทำ"อารยะ"ก็แบบนี้

เหมือน
ตอนนี้เมื่อมีทางรถไฟแรงสูงตัดผ่านเพเกีย
รถไฟแรงงสูงมาแรงมาก พอกสรรถไฟแห่งเอทิน
เขาตัดผ่านสำเร็จ เจ้าเสือสิงห์กระทิงแรดและรวมทั้งจาวยางกก็หนีเข้ารูหมดกระนั่นแล


เวลาพวกจาวยางฮั้วกันมันเป็นแบบ " ไวๆตาทิพย์ๆ" ที่คนนอกเซอร์เคิล
(circle)จะเข้าใจยาก
ตอนจาวยางทำเธอจะทำในนามของความอดยาก  แต่เธอและคณะมิใช่คนอดอยากโดยสภาพแล้ว เคมินจะอดอยากเสียมากกว่า
คือเคมินตอนนี้"สวยแต่รูปจูบไม่หอม"
แต่ความอดอยากของพวกจาวยางคือ
"ไม่สวยแต่รูปแต่จูบหอม"ย่างนั้นเป็นคำอธิบาย



ใช่เมื่อพวกจาวยางเธอสำแดงเดชอะไร
จะหาหลักฐานจับตัวการ
ยากว่าใครเป็นใคร
ที่เพเกียเป็นแม่นมั่น
ก็ท่านชอบเรื่องอมตะนิยาย"สามก๊ก"ของจีนท่านจงดูเรื่องของจาวยางนี้
มันก็พิสดารเหมือนกันอย่างงั้นทีเดียว




แต่พวกจาวยาวขโมยหยิบมะพร้าวหล่นไปเกลี้ยงเสมอ และเมื่อตอนเคมินเผลอและพิเศษตอนกลางคืนพวกเขาชอบทำตัวเแนมนุษย์ค้างคาว(batman)
ที่เคมินพูดหมดเปลือกแบบนี้
นี่มิใช่เพราะว่าเคมินไม่ได้เสพสังวาสกับจาวยางนะ
เพราะเคมินไม่สนใจเรื่องการเสพสังวาส
และสนใจการมีมากชู้สำส่อนเป็นเหตุชนิดเห็นใครสวยเป็นไม่ได้
นี่เป็นมโนธรรมของเคมินโดยสังเขป
ที่เพเกียตั้งแต่เกิดมาเคมินไม่เคยสนใจลูกเมียใครเลยเพราะดาเลียฝึกปรือให้เคมินมีนิสัยแบบนี้มา แต่เคมินก็มิใช่"ตุ๊ด"นะท่าน





เอาละ

ที่เคมินรู้ว่าใครมาแอบยักยอกมะพรงร้าวหล่นของเคมินในสวน12ไร่ที่ขายให้ท่านไปแบบถูกสุดขีด แบบให้ท่านไปทำบ้านลับรีสอร์ตงั้น

เอาละ
ก็เพราะมีวันหนึ่ง
บมพัเมาแรว
มะพร้าวแห้งได้หล่นใส่หัวคนของจาวยาง
เลือดโซกแล้วเขาที่มีชื่อว่า "มงยอ" เคมินรู้จักดีได้วิ่งมาขอยาแดง(merbromin solution 2%)
ที่บ้านเพเกียของเคมิน
ไปทาแผลหัวแตกปางตาย

เพราะมะพร้วหล่นใส่หัวเฉียดกระหม่อมขอ
ง"มงยอ"วันนั้น


เอาเขา "มงยอ"เป็นลมนอนฟุบหนึ่งระยะมาก่อน เจ็บจนเกือบตาย มงยอไม่กล้า
เรียกใครช่วย เพราะกลัวความลับจะแตกและรู้ว่าเจาหัวขโมยมะพร้าวหล่นอันเป็นในสิทธิของเคมินแต่ผู้เดียว
แม้โฉนดเคมินที่สวนจะโอนไปแล้วแต่สัญญาผู้ดีมีอยู่กับท่านทาวเวอร์เป็นสำคัญแม้จะอย่างงัย





เคมินหัวไม่เคยแตกเพราะมะพร้าวหล่นใส่
เนื่องจากในทุกๆครั้งเคมินจะใส่หมวกกันน็อค( security safety first the anti -nock heads )เพื่อเข้า
ไปเก็บมะพร้าหล่รประจำวัน
ทุกครั้งปลอดภัย
และปลอดภัยมะพร้าสจึง
ไม่เคยหล่นใส่หัวเคมินเลยในชีวิต


เคมินตอนนี้ลำบากมาก และใช้มะพร้างหล่นนี้เองเป็นสัญญาณชีพในการดำรงชีวิต
เป็นอยู่ที่เพเกียตอนนี้

เคมินโชคดีที่เคยและเคยมีสัญญาผู้ดี
(verbal contracts)กับท่านทาวเวอร์ไว้
ซึ่งมีเจ้าพนักงานที่ดินเอทินแห่งเพเกียเป็นสักขีในวันทำที่เราสองคนโอนโฉนดที่ดินกันในห้องแอร์เย็นๆ ทั้งหมดทั้งเศษเกินรวม12ไร่เศษที่โอนให้ท่านทั้งหมดน่ะ
อันนี้เหมือนยกให้

 มิใช่แผนหวังทวงดฎเนรคุณนะท่าน
แต่มันเป็นเจตนาบริสุทธิ์ใจที่ขึ้นตรงต่อมโนธรรมที่เราสองเคยมีต่อกัน



เคมินจึงใช้สิทธิ์นนั้นๆในตอนนี้

เคมินไม่รับสินบนเป็นอื่นนะท่านทาวเวอร์
ท่านอย่าลื่นนะมันน่ากลัว
ต่อสัญญาผู้ดีนั้นที่ทำต่อๆกันมา

ประวัติ"ผีแม่นาคพระโขนงดุนะบอกก่อน
เคมินไม่ได้ขู่อะไร
แต่มีลางสัง
หรณ์ในประเด็นเรื่อง"สัจจะ"(oath)

 เหมือนคนรักกันสัญญาว่ารักกัน
ในที่พลอดรักกันในมุมมืดสลัวด้วยแสงจันทร์สลัว
เชิงเขาที่มืดมิดคาคน
และจะมาขอแต่งานกัน
ฝ่ายหญิงก็เลยให้เอาไข่แดง พรหมจรรย์สุดที่รักของเธอทันที
เพราะเชื่อในฝ่ายชายอย่างสนิทใจ

เลยเอากัน พอต่อมาพอเอากันเสร็จ
ต่อมามีลูกมารหัวขนออกมา
แต่ฝ่ายชายหนีหายเงียบ
เป็นตายร้ายดีอย่างงัยก็ไม่รู้

เรื่องอย่างนี้ท่านทาวเวอน์คงเข้าใจดีว่า
มันคืออะไร
.



คือว่า

ถ้าท่านไม่มาทำรีสอร์ตบ้านซ่อนที่เพเกีย
เคมินจะเสียใจมากและไม่เห็นด้วยเพราะคำมั่นสัญญาต้องเป็นคำมมั่นสัญญา

ดาเลียได้สัญญาเรื่องนี้ได้มีต่อกันกับเคมิน
ก่อนท่านตายลง


ก็เดเลียแม่มดได้กะแบบะงแผนการไว้ให้
แล้วเพราะดาเลียก็รับปากมาจากท่านคุคิอีกต่อสุสานท่านคุคิติดกับที่ดิน12ไร่นี้ท่านทาวเวอร์คงจะเห็นถ้าสังเกตสุสานคุคิ
มันจะฝังติดกับภูเขาเพเกียนั่นเอง
เดเลียได้
ขุดทำสระจ้างรถแบกโฮกรุยทางทำถนนลงลูกรัง หินและ
หินทรายหยาบอิฐ เสาไฟฟ้า
และสระน้ำสามฤดู และตัดต้นมะพร้าวเกือบหมดคือ2,000ต้น
จะเหลือเล็กน้อยเท่าที่เห็น
รอตัดอีกตอนก่อนโครงการจะเริ่ม

ย้ายออกหมดทิ้งขอวเก่าเป็น"ซ่อโจร"ไม่เหมาะ
ท่านย่านิเนียนกำชับสั่งมา
ท่านย่านิเนียนๆ
เป็นบรรพบุรุษรุ่นแรกในหมู่บ้านเพเกีย นุ่งโจงกระเบียนกินหมากพลู

 ท่านย่านิเนียนบอกว่า  ต้นไม้ติดสวนของเก่าที่มิใช่พืชเมืองเอทินอนุรักษ์ตัดออกหมดเว้นยางนาของกรมป่าไม้เอทินเท่านั้น เพราะต้นยางนาหรือยางเฮียง กฎหมายห้ามตัดมัน ๆ เป็นต้นไม้ตาน้ำของลำธาร ห้วยหนองคลองบึง
และน้ำตก"เพเกีย"ส่วนยางพาราใน12ไร่
ที่เคมินปลูก
นั้นสุดแท้แต่ท่านทาวเวอร์จะดำเนินการ





เป็นการล้างบางสะเดาะพระเคราะห์ไปในตัวไม่ต้องห่วงใครแล้วเพราะท่านบอกว่าให้จนพอเพียงไปหมดแล้ว
ท่านย่านิเนียนกล่าวไว้ในที่สุด
ท่านย่านิเนีบนเป็นคนช่วยทำดาเลียคลอดเคมมินตอนเกิด




และบ้านเชิงจัดสรรคได้จัดแบ่งหลายโฉนดรวม30โฉนด

มีทางซอยจดทะเบียนหมดแล้ว
จัดทุกอย่างสำหรับในการนี้
โดยเฉพาะไว้หมดแล้ว
 เหลือแต่โครง
การอกแบบบ้านสไตล์ใดๆมาลงเท่านั้น

อนึ่งทางรัฐบาลส่วนท้องถิ่นเอทิน
ได้ตัดทางเสริมทางเข้ารีสอร์ตให้เพิ่มให้อีกเสร็จแล้วไว้รอรับท่านอีกด้วย


เคมินอนุรักษ์ต้นมะเดื่อโพรงและต้นข่อยไว้
ให้ท่านตามทื่ท่านสั่งกำชับไว้ในวันโอนโฉนดป้าย"ห้ามคนมาเลี้ยงวัวเว้นไก่"ติดไว้เรียบร้อยให้ท่าน 5จุด

ส่วนอนุสรณ์สถานอิฐบล็อคที่เซ่นผีแม่มดดาเลีย  เคมินจะย้ายใว้ที่หน้าบ้านเพเกียต่อไปเมื่อรถยกของหนักและรถตักชนิด"แบกโฮ"ของท่านยกคณะมาทำ เมินจะยังไม่เดินทางไปอังกฤษ(England)หรือนอกประเทศ(Foreign countries )ตอนนี้






ขอท่านทำโปรเจ็คตามนี้ด้วยครับท่าน
แล้วมันจะดี
แม่มดดาเลียเอาใจช่วย






วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567

metaporch

เมตาพอร์ช(Metaporch)

ตอน
เคมินสิทธิชน-วีเอส-(VS)นายโคบาลที่พิเกฟาร์ม

ตอนที่
464


 ปมOedipus complex (รายละเอียดดูที่เทพเจ้ากูเกิล)
เคมินเคยอ่านทราบมากษัตริย์
Kibg Alexandra the great ก็มีปมนี้(ปมชนิดหนึ่งตามหลักจิตบวิทยาแพทย์เป็นโรคธรรมชาติ


เฉกเข่นโรคฮีโมเกลเลีย(hemoglobinia)โรคสเปกซี่พิเศษ(special species)เลือดบางอย่างในพระองค์ท่านสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย
(Queen Victiria of England)แห่งอังกฤษก็มีลักษณะนี้ จากคำบอกเล่าเคมินไม่ขอยืนยัน



สรุปผลคือมีเหตุ"อปกติ=ไม่ธรรมดา =unusual  -not common "เกิดขึ้น
กับผู้ถูกทราบว่ามี"ปม'"


 ปม(ปัญหามีเหตุบางอย่างซ่อนเร้น แอบแฝงอยู่อีก ที่กำลังแสวงหาทจะแสวงหา)
นี้  จะพบมันหลังการวินิจฉัย(searching-analysis-analyticalistic-justifying )ทางจิตวิทยา(psychology)และการแพทย์

จนต่อมาเคมินนิยามโรคชนิดนี้ว่ามันเป็น"โรคผู้ดี"ชนิดหนึ่ง
มันเป็น
คุณสมบัติของโรคเฉพาะตนของผู้เป็นนั่นเอง



รายละเอียดนิยายนนี้
จะไม่กล่าวเพราะ
โลกยุคโลกาภิวัติน์(globalization )
เชิงบวกของเอทินรัฐปัจจุบัน
ถือว่ามือถือ(hand-phone ) มันแฮนดี้จริงๆ(handy)


คือมือถือตัวนี้
มันเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่ ของทุกคนทุก


อีก(pocket encyclopedia)

อีกนัยะหนึ่ง

สมมุติวาาท่านดร.ทาวเวอร์หรือคณะ
โอนมรดกขท่านให้ทายาทใดๆให้คนนรัก
และมีลูกที่เกิดจากเมียหลวงที่หย่าแล้ว

ตอนนี้อบยู่ทราบว่าอยู่ที่ลักเซมเบิร์ก(Luxemburg ) เป็นเมียฝรั่งไปแล้ว

หรือที่เมียหลวงหรือเมีคนทงที่สอง
หรือเมียน้อย หรทอเมียลับทั่งอดีต
และคนปัจจุบัน อื่นใดๆ

หรือการจำนองจำนำธนาคารในรูปแบบใด
แม้มนโฉนดไม่มีพฤติกรรมฉ้อฉลแต่มีกรรมงิธีการให้แบบพิสดาร เช่นการจ่ายภาษีการซื้อขายให้ผู้โอนเป็ยต้น ลายเซนต์และ้วื่อนไขบังคับก่อนบังคับหลัง ที่ไม่ได้ระบุในโฉนดอันนี้มันจะมีอะไรก็เป็นปัญหากฎหมายแพ่งพิสดาร หรือนิติปรัชญาของเอทินได้เใท่อมีการท้วงติงโดยทางตรงและทสงอ้อมเกิดขึ้น

เช่นการย้ายทรัพย์เดิมออกมาจากส่วรที่ขายไป
 กฎหมายเอทินกำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้ขาย ได้
ย้ายออกไปก็ตกเป็นของผู้ซื้อ
แต่กรณีเคมินกันท่านทาวเวอร์มี
บันทึกพิเศษต่อกันเป็น(verbal conmtracts) 
เหตุผลทำไมไม่บันทึกในโฉนดมนวันซื้อขาย
ที่กรมที่ดินเพราะว่าเวลาทนัพยากรเวลา
และระยะทางการคมนาคมและความสะดวก
แลพทุนทรัพย์และปัญหาอื่นใดอีกนั่นเอง


เคมินจำได้ว่าวันโอนโฉนดท่านทาวเ

เมตาพอร์ช(Metaporch)ตอนเคมินสิทธิชน-วีเอส-(VS)นายโคบาลที่พิเกยฟาร์ม(Piggeoy)ตอน464ชุดปรับปรุง

เมตาพอร์ช(Metaporch)



ตอน
เคมินสิทธิชน-วีเอส-(VS)นายโคบาลที่พิเกยฟาร์ม(Piggeoy)


ตอนที่
464

 ปมOedipus complex (รายละเอียดดูที่เทพเจ้ากูเกิล)
เคมินเคยอ่านทราบมากษัตริย์
Kibg Alexandra the great ก็มีปมนี้(ปมชนิดหนึ่งตามหลักจิตบวิทยาแพทย์เป็นโรคธรรมชาติ

เฉกเข่นโรคฮีโมเกลเลีย(hemoglobinia)โรคสเปกซี่พิเศษ(special species)เลือดบางอย่างในพระองค์ท่านสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย
(Queen Victiria of England)แห่งอังกฤษก็มีลักษณะนี้ จากคำบอกเล่าเคมินไม่ขอยืนยัน

สรุปผลคือมีเหตุ"อปกติ=ไม่ธรรมดา =unusual  -not common "เกิดขึ้น
กับผู้ถูกทราบว่ามี"ปม'"

 ปม(ปัญหามีเหตุบางอย่างซ่อนเร้น แอบแฝงอยู่อีก ที่กำลังแสวงหาทจะแสวงหา)
นี้  จะพบมันหลังการวินิจฉัย(searching-analysis-analyticalistic-justifying )ทางจิตวิทยา(psychology)และการแพทย์

จนต่อมาเคมินนิยามโรคชนิดนี้ว่ามันเป็น"โรคผู้ดี"ชนิดหนึ่ง
มันเป็น
คุณสมบัติของโรคเฉพาะตนของผู้เป็นนั่นเอง

รายละเอียดนิยายนนี้
จะไม่กล่าวเพราะ
โลกยุคโลกาภิวัติน์(globalization )
เชิงบวกของเอทินรัฐปัจจุบัน
ถือว่ามือถือ(hand-phone ) มันแฮนดี้จริงๆ(handy)

คือมือถือตัวนี้
มันเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่ ของทุกคนทุก

อีก(pocket encyclopedia)

อีกนัยะหนึ่ง

สมมุติวาาท่านดร.ทาวเวอร์หรือคณะ
โอนมรดกขท่านให้ทายาทใดๆให้คนนรัก
และมีลูกที่เกิดจากเมียหลวงที่หย่า(divorce)แล้ว

ตอนนี้อบยู่ทราบว่าอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก(Luxemburg=ประเทศที่มั่นคงที่สุดในโลกมุมหนึ่ง ที่เคมินเข้าใจ
 ) เป็นท่านไปเป็นเมียฝรั่งไปแล้ว

หรือที่เมียหลวงหรือเมีคนที่สอง
หรือเมียน้อย หรือเมียลับ อะไรแต่ท่านจะมีททั้งอดีต
และคนปัจจุบัน อื่นใดๆ เพราะท่านได้10%ค่าผาติกรรมสถาปนิกตามกฎหมาย

หรือการจำนองจำนำธนาคารในรูปแบบใด
แม้ในโฉนดบันทึกไม่มีพฤติกรรมฉ้อฉล
เมื่อตรวจลายมือทุกฝ่าย
เว้นเชิงลึกอีก

แต่มีกรรมวิธีการให้แบบพิสดาร ให้เคมินพอใจอีกด้วย
เช่น  ท่านมีการจ่ายภาษีการซื้อขายให้ผู้โอนเป็นต้น ลายเซนต์และเงื่อนไขบังคับก่อนบังคับหลัง ที่ไม่ได้ระบุในโฉนด  อันนี้มันจะมีอะไรต่อไป  ก็เป็นปัญหากฎหมายแพ่งพิสดาร หรือนิติปรัชญาของเอทินได้เมื่อมีการท้วงติงโดยทางตรงและทวงอ้อมเกิดขึ้น
นั่นหมายความ ขาวตลอดถ้าบิดพลิ้ว ดูแปลก
ไป เทพเจ้าเซโลสก็ลุกขึ้นมาช่วยให้
มนุษย์พวกเราพ้นภัย จาก
เงื่อนไขแห่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงามของประขาชนมิติสืบจำเริญต่อไป


เช่นการย้ายทรัพย์เดิมออกมาจากส่วนที่ขายไปจากคนขาย
 กฎหมายเอทินกำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้ขาย ได้
ย้ายออกไปก็ตกเป็นของผู้ซื้อ
แต่กรณีเคมินกันท่านทาวเวอร์(Dr. Towers)มี
บันทึกพิเศษต่อกันเป็น(verbal conmtracts) 
คือภารกิจท่านจะช่วยเคมินหมดเพราะเคมินบูชาผีหมอดอย  ที่ดาเฟียถือมีดหมอตราสังหมอดอยไว้ก่อนตาย




เหตุผลทำไมไม่บันทึกในโฉนดในวันซื้อขาย
ให้ละเอียดที่กรมที่ดินเอทิน
เพราะว่าเวลาทรัพยากรเวลา (timing resources)
และระยะทางการคมนาคมและความสะดวก
และทุนทรัพย์และปัญหาอื่นใดอีกนั่นเองของคนซื้อคนขาย

เคมินจำได้ว่าวันโอนโฉนดท่านทาวเวอร์
ใส่ชุดนอกอ้วนพี เน็กไทด์(neck tide)สบัดพลิ้วยามท่ารถ่างขาเดิน





    เคมินจำได้ว่าวันโอนโฉนดท่านทาวเวอร์
ให้เงิน1,000 เอทินเป็นทิป(tips)กับพนักงานทำหนังสือโอน
เปล่าๆ  และเธอก็รับไว้ด้วยยิ้มสงบ
โดยมีเหตุผลใด 
เคมินไม่ติดตาม


วันหนึ่งเคมินจำได้ว่า
พนักงานที่ดิน เธออคนนั้นดูเหนื่อยมาก
หรือเธอ มาทำงานขณะประจำเดือนของหญิงกำลังมา แต่สรุปทำงานใช้ได้ทั้งเคมินและทาวเวอร์พอใจมากอไม่มีปัญหามสกนะดิกอีกเมื่อเอกสารทุกชิ้นกลับเข้าตู้เก็บเย็น กันแมลงสาปแทะอีกครั้ง เมื่ออีก100 ปี หรือ100ชั่วโมงข้างหน้าใครที่มีอำนาจมาเปิดดู


วันนั้นท่ายทาวเวอร์เดินทางมาด้วยรถจีบ(Jeep Leylands)ราคาล้าน(1,000,000.00)เอทิน
แม้เคมินจะเป็นเพื่อนเก่าลูกสาวเจ้าบริษัทรถยี่ห้อนี้สาขา
ที่เอทิน



แต่เคมินมากัยรถส่วนตัว(Scooter Suzuki Honda sky drive morterside) 
ระยะทาง 400 กิโลเมตรยาว

 ที่ท่านทาวเวอร์ต้อง
เดินทางมาแสนไกลครงประเทศขับรถ4ชั่วโมงเต็ม

 ท่านขับรถด้วยตนเอง ส่วนเคมิน
ใช้เวลาและระยะทาง 30 นาที 30 กิโล
มาโอนโฉนดที่กรมที่ดินเอทิน
ด้วยความว่าเราจะได้รีสอร์ตเต็มบ้านเมืองพิเกาแล้วตาทเจตนารมณ์ ขายไปถูกสุดพิสูจน์ได้
ให้ท่านทาวเวอร์คนดีของสังคม ผู้เคยมีพระคุณต่อกันแบบไม่มีเงื่อนไข

 หลังงานเสร็จเช็คถูกมอบให้เคมินพบว่ามันไม่เด้งเป็นสำคัญ

ท่านทาวเวอร์มิได้แวะที่บ้านปราสาทของเคมิน
เพราะบ้านเคมินรอปรับปรุงไม่แล้วเสร็จ
ถ้าขืนเข้าไปไม้ขื่อมันจะหล่นลงมาตีหัวกระบานแน่นอนตอนนั้น
 แม้สุดท้ายก็ปนับไม่เสร็จอยู่ดีเหมือนบ้านเก่าไม้แดงหลังนั้นของเคมินมรดก
มันจะรอวันที่รีสอร์ตจะมาลงงั่นไป มันจึง
จะกล้าพร้อมเสร็จ



และทั้งสองเราก็แยกจากกัน
วันนั้นท่านทาวเวอร์ทานอาหารว่างก่อนเดินทางกลับกรุงเอทิน
เป็นข้าวคลุกกะปิและฮอตด็อกกับน้ำโคลา(CoCa CoLa)สีกาแฟหนึ่งแก้วอิ่ม



 และท่านก็พบปะกับสหายชอบเปอร์ -ดาวิดสัน ฮารเลย์ (shoppers group =Davidson-Harley)ที่นั่นเป็นบริเวณจุดเมืองชายทะเลวีกอส(Vegos) และทะเลหลวงเอทินมาบรรจบกัน  เป็นชายหลายคนมีหนวดสวมแว่นตาดำอย่างกะมาเฟีย แต่งคัวปอนด์พึ่งออกจากกรุ แต่มิใช่เฮลแงเจิล(Hell- Angle)ที่Britolประเทศอังกฤษที่เคมิน
เคยพบและคุยด้วย



ร่างกายกำยำดูดีดูแล้วไม่อดอยาก  แม้บางทีเคยไม่มีจะกิน และพอได้กินอาหารอิ่มท้องพุงก็พลุ่ยดูอิ่มเอิบทุกคน
มาเป็นคอลลีก(Colleauge-counter-part)เก่าๆที่เคยรู้จักกันมา แต่เขาแค่สรวลเสเฮฮาและไม่ดื่มเหล้า
เขามา
แบบผิวเผินแต่เขามิใช่หน่วยคุ้มกันอะไรต่อท่านทาวเวอร์และเคมิน 

     มีเหตุอันชวนคิดว่า มีแผนปล้นเรียกค่าไถ่ชนิดหนึ่งได้หรือกรณีของท่าน
ดร.ท่านทาวเวอร์ หรือพณฯท่านทาวเวอรฺ์
ที่รัฐใหม่แห่งซิพื(CiPibof the new state)
จำลองตั้งขึ้นมา ช่วยงานเอทินในระบบรัฐะสองสลึงครึ่งเอทินกษาปณ์

สำหรับเคมินเป็นหลานชายคนสำคัญของท่านพ่อมีชื่อแห่งโบสถ์วีกอส(Vegos church)แต่เคมินไม่รู้จักสักคน คนเหล่านั้นคือใครและเคมินไม่สนใจ
เคมินเป็นตำรวจลับเอทินต้องรู้
ไม่ว่า
ใครเห็นต้องรู้เคมินเป็นใคร

     หากมีเหตุขาดตกบกพร่องใดเกิดขึ้นระหว่าง
เคมินและทาวเวอร์ตอนนี้จนโครงการรีซอร์ต(resort second home project)จะเวียนมาถึง
ได้เริ่มแจ้งเกิดของท่านทาวเวอร์มาลง ให้เคมินทำอะไรได้ตามใจชอบสมัย
ไปพลางก่อนในพิ้นที่12
ไร่ ที่ดคมินให้ท่านไป ถนนไฟฟ้าน้ำเเสาไรรอเสร็จทำรีสอร์ต

      ท่านทาวเวอร์สั่งเคมินว่า
ให้"เว้นการทำลายต้นมะเดื่อ และต้นข่อย"
เท่านั้น
นอกนั้นตามใจชอบ


นั่นคือสิ่งที่ท่านทาวเวอร์ขอเคมินไว้และการติดป้าย ตอนนั่นเคมินรับเป็นผู้จัดการสาขาของบริษัมคาร์เตลโนโลนี(Cartel colony archintech crop)ของท่าน
มีจำกัดด้วยแต่เป็นของท่นทาวเวอร์
คือจนกว่าโครงการบ้านรีซอร์ตจะเป็นรูปธรรม
หรือจะกล่าวเป็นอย่างอื่นอีกต่อไปแต่รีสอร์ตต้องทำตามสัญญา


นวนิยาย เรื่อง"เมตาพอร์ช"(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)ตอนที่ 453

          นวนิยาย

    เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)

ตอนที่ 453

เมื่อไบฟอนรู้เรื่องแล้วว่าการสอบเข้ามีอะไรบ้างก็สุขภาพไม่สมบูรณ์จึงตัดใจพักไผพักให้พอใจ แม้ทุนเขามีโอกาสเปิดกว้าง

ตามหลักมโนธรรม(conscience)

แต้ไบฟอนมองเห็นว่าสุขภาพต้องมาก่อน(first thing first)

จึงกลับเอทินคิดว่าถ้าเราไหวเราต้องทำโอ(ordinary certificate of education)ทำเอ(advance certificate efucation) มีสมัครสอบได้ด้วยทั่วโลก

เห็นเพื่อนบอกถ้าเราเรียนไหวเราก็ต้องทำตัว ที่เขากำหนดไว้ได้แน่นอนดนตรีกีฬา

ร่วมทั้งหหัดเป่าตูดเต่า(คิดฝึกเองนอกตำรา)ให้เต่าแข่งกัน แฃะอีกจิปาถะต้องหัดๆ เพราะกาเรียนต้องมีกิจกรรม

เมื่อมาคิดว่าที่เรียนที่เราขะคิดเข้านี้ มันใหญ่อลังการเกินไปมั้ยมันท้าทายไปหรือเปล่า

ไบฟอนมองเห็นว่า คณะไครส์เชิร์ต นี้มีบานกว้างมันโอโถ่งเงีบบสงบ มันเหมือนอดีตที่ตนเคยมี ตามทุ่งนาฟ้ากว้างและมมันไอสลูเจ็ดคือเงียบเหงาวังเวง( isolated) มันแต่อิฐและปูนเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเราไบฟอนชอบใช้ชีวิตอย่างนี้

เพื่อนชื่อคลูด(Claude=Frenchman)และฮอฟฟ์(Hoff =Germanfrienทถ้งสองคนมีแม่เป็นชาวอังกฤษ)dถามไบฟอนว่าน่ากลัวไหมที่นี่

ไบฟอนตอบว่าเพียง"อมยิ้ม"เป็นคำตอบ

ไบฟอนคิดว่า

"อันความคิดของคนเรานั้น

ใครๆก็คิดกีนไปได้

ส่วนมันจะถึงฝั่งแห่งความคิดหรือไม่

มันอีกเรื่องหนึ่ง

ถ้าไม่ถึงก็คิดมันเสียใหม่

ก็เท่านั้นเอง"


ไบฟอน(Byphon)ยังนึกไม่ออกบอกไม่ถูก

ว่าตนเองพาตนเองมาถึงที่นี่ได่อย่างไร

ก็ยกประโยชน์ให้เทพเจ้าแห่งลมก็แล้วกัในเมื่อยังหาคำตอบอะไรไม่ได้

ที่เป็นความจริงและถูกต้องได้

และ ถ้าพูดอะไรไปตอนนี้ที่ยังไม่แน่ใจ

อะไรในอะไร

ถ้าเมื่อคำตอบผิดๆหวิวจริงบ้างไม่จริงบ้างเพ้อเจ้อบ้าง เพ้อฝันไปบ้างถ้าลอยไปเข้าหูใคร เขาอาจจะทำเป็นไม่ได้ยิน

มันจึงไม่น่าจะมีประโยชน์เป็นโปรดักติวฟ์ได้(productive thoughts)จงสดุดไว้เพียงเท่านี้

การสอบอาจพลาดเส้นไม่มีที่นี่นั่น

เพราะการแข่งขันสูงทั่วโลก

ไบฟอนสำนึกเรื่องนี้ดีไม่มีอะไรตลกที่นี่

แน่นอนเพราะสถาบันนี้คือหนึ่งของมโนธรรมโลกที่ทุกคนยอมรับ

ไบฟอนก็กลับม่เอทินพร้อมความไม่ผิดหวัง

เพราะไบฟอนได้พื่อนใจและตรงจุดนี้

ทุกอย่างคงไปได้ดีชีวิตการเรียน

ที่ต้องแข่งกับเวลาและอายุ เพื่อนำมาอวดวิญญาณของบิดามสรดาที่สุวาซึ่งท่านตายไปแล้ว

และที่สำคัญคือท่านตาลอร์ดวินทาร์(Lord Winthar) ผู้ปลูกฝังชีวิตหลานคนโตคือไบฟอนนี้ขึ้นมา

แม้ท่านจะตายไปนานแล้วเช่นกัน

แต่"ความทรงจำยังอยู่"(the memory never lasts)

ไบฟอนเมื่อลงเครื่องสิ่งต่อไปก็คือ

ทำตัวเป็นนักโบราณคดีจำเป็นไปขุดหา

งานเขียนที่สคอว์ตชนทำทิ้งไว้ที่บ้านร้าง

อันเป็นบ้านพักผ่อนที่สองของท่านตานั้น

เอง และท่านก็ไม่เคยได้ใช้มันเมื่อได้รับมรดกมา จนกระทั่วท่านได้ตายไปและมรดกบังเอิญตกมาที่ไบฟอน

ทุกอย่างจึงเปิดฉากทัศน์ต่อไป

คือไบฟอนได้แบ่งเป็นฉากๆเป็นทัศน์คือเป็น(shot) ๆ

ที่บ้านปราสาทร้างนี้พบหลายอย่างที่น่าสนใจ

สำหรับไบฟอน นั่นคือวรรณกรรมตกหล่นที่ไบฟอนนิยามมันจากสคอว์ตชน(squatter)เขียนทิ้งไว้

และหายตัวไปแบบไร้ตัวตน

ทิ้งเศษนิพนธ์ไว้เหมือนนักปรัชญากรีกที่ทเงไว้เพียงเสี้ยวนิพนธ์ให้มนุษยชาติรุ่นต่อ ๆ มาจากภัยพิบัติสืบๆมาที่ไบฟอนไม่ขออธิบาย

แต่ที่พูดมันออกมาจาก

ที่ไบฟอนเคยเรียนกรีก(Greek)และโรมัน(Roman- Latin classic mythology)ในปฐมวัย

มันเหมือนนิยายที่กุแต่งขึ้น แม้เรื่องเมตาพอร์ชนี่จะเป็นนิยายประกอบฉากถ่ายทำเชิงสารคดี

แบบหนึ่งก็ตามแต่ เมตาพอร์ชก็เป็นและเป็นนวนิยายในตัวมันเอง ที่ไบฟอนนิยามมันเอาไว้

กล่าวคือต่อมาหลังการขุดค้นเดี่ยวไบฟอน ไม่อาศัยใครเลย เพราะเกรงใจ อารมณ์เกรี้ยวกราดเมื่อเหนื่อยของตนเองเกิดขึ้น

จะไผกระทบกระทั่งเขา ซึ่งแน่นอนมันไม่ดีแล เป็นเหตุผล

คือไบฟอนพบว่า

บ้านร้างเคฟิส(Keri's) นั้นเคยเป็นปราสาทร้างโบราณ

ชื่อว่า" เชวาชาโต"(Zhervaa Chateau )มันนานมากมาแล้วก่อน

ชื่อที่พบมาจากเอกสารโบราณคดีไบฟอนมิได้กุขึ้น

มันมาก่อน(คาร์บอน14"carbon-14"จะถูกนำมาตรวจแล้วจะแจ้งต่อไป

ที่เอทินมีกฎหมายต้องแจ้งเรื่องนี้ มีกติกาว่าจะเปฌนใครมาจ่กไหนล้วนไม่มีอภิสิทธิ์ในกฎหมายของเผ่าชนเอทินนี้ "ว่างั้น"

ซึ่งไบฟอนได้ทำไว้แล้วก่อนเริ่มดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย)

คือก่อนสมัยนั้นเห็นจะได้คือในตอนต้นยุคกลางเสียอีก ถ้าลายจารึกไบฟอนจะถ่ายแนบมาแสดงในเมตาพอร์ชอีกด้วย

คือทราบว่าที่ปราสาทร้างนี้มีเจ้าชายพระองค์หนึ่งชื่อพรินซ์ เรโซนาคร์(Prince ReSonark)

ได้ถูกฆาตกรรมที่ปราสาทนี้พร้อมคนรักเพราะท่านมาพบรักกับหญิงชื่อเกรเฟซีย มินซ์(Gracia "mins" คำนี้แปลว่าหญิงบ้านนอกคอกนา)ตามประวัติศาสตี์ กล่าวระบุว่า

อันที่จริง เธอ กราเซีย มินส์(Grazia mints) มีคนรักแล้วและต่อมาคนรักดิมของหญิงนั้นได้ลอบสังหารเจ้าชายพร้อมเธอ

ในคืนเกิดเหตที่หน้าเตาผิงไฟ(chimney) โดยคนรักเก่านั้นชื่อว่าสินิเมส(Sinimes)เขาไม่รู้ว่าคนรักใหม่ของหญิงรักของตนคือกราเซียมินซ์

ไม่พบชื่ออื่นนอกจากความลี้ลับนี้นั้นแต่พบว่าคนตายเป็นเจ้าชายมาก่อนท้ายสุดเมื่อตนเองคือฆาตกรมาทราบทีหลังจึงฆ่าตัวตายตามไปด้วยและเรื่องราวของปราสาทก็เพียงเท่านี้

ทันทีที่ไบฟอนพบเรื่องนี้ "พองขนหัวทันทีผมหมอยตนเองที่อวัยวะสืบพันธ์ุชายของตนเหี่ยวไปเลย" แต่ไบฟอนกินยาคุมสติรั้งความกลัวยาแก้กลัวหนึ่งเม็ดทันที (ยานี้ไม่มีขายในท้องตลาดเอทิยยกเว้นบ้านแพทย์เท่านั้น)

ยานี้จะถูกใช้เมื่อไบฟอนกลัวผีหลอกขึ้นมา)

ต่อมาปราสาทร้างกลายมาเป็นบ้านร้างตกทอดมาสู่ลอรฺด์วินทาร์(Lord Winthar) ซึ่งไบฟอนจะค้นหามาว่า"มันอย่างไรกัน"

และในการขุดเจาะเสาะหาแบบนักโบราณคดีวิธี(Archaeological method)นี้

นั้น และก็จะไม่เสียเวลาใรการเตรียมตัวเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโลกแต่อย่างใดไม่ไบฟอนคิดประมาณการว่างงั้น

แต่ไลฟอนกลับสนุกและเอนจอย(enjoy)

และถือว่าเป็นประสบการณ์และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพราะสรรพสิ่ง

มันมาจากต่อมเดียวกันของสมองซเลบรัม(celebrum special)ที่จะเรียนรู้อะไรๆได้หรืแไม่ของคนมนุษย์

ไบฟอนเชื่ออย่างงั้นและมันกลับดีเสียอีกเหมือนการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยงั้นคือดีเสียอีก เมื่อมีเหตุทำอะไรมีขีดความสามารถแบบทำอะไรได้เป็นตัวร่วมอย่างนี้

ไบฟอนชอบๆแล้วจะรายละเอียดตอนวาระต่อๆไปเมื่อไบฟอนพบเอกสารเพิ่มเติม

ในอดีตที่บ้านร้างหรือปราสาทร้างที่ไม่มีใครถูกผีห้ามไม่ให้ถูกแตะต้องจากใครเลย เพราะมันน่ากลัวทมันจริงมิใขานิยายประโลมโลกเรียกน้ำย่อใครคนที่อ่านพบเอกสารนี้เลย"ไบฟอนสารภาพ"

คือว่าบ้านนี้ทุกคนที่เอทินเชื่อว่ามีผีสิงอยู่จะมีก็แต่ตุ๊กแกและตัวแมงมุมเท่านั้นที่มีในบ้านหลังนี้อยู่ คือหลังจากที่เหตุฆาตกรรมเจ้าชายและหญิงบ้านนอกคนรักและสืบต่อๆมา

จนถึงมรดกหลายชั่วคนตกทอดมาถึงไบฟอน ไม่มีใครที่เอทิน

กล้าสนใจมัน

ตอนนี้นอกจากไบฟอน

ทุกครั้งไฟอนเข้ามาทำงานที่นี้

ไบฟอนจะมีอาวุธปืนกระบอกบำรุงขวัญเผื่อมีอันตรายเจองูจงอางหรือเจอผีจนฝันกระเจิง ยิงแน่ใข้มันแน่"ไบฟอนยืนยันกับตนเอง"

คือยาฉีดะยี้ห้อไบกอนไบเอร์(Bygon -Byer ของเยอรมัน)ติดตัวมาด้วยทุกครั้งเป็นอาวุธสำรอง

พบอะไรอีกไบฟอนจะมากล่าวเสนอต่อไป


  ตอนที่:454

ตอนนี้ที่เอทินหิมะตกสีของหิมะแห่งเอทินขาวจนขจีแสง เย็นหิมะจนลืมแหงนเท้อวฟ้าว่ามีสีอะไร

น้ำทะเลซัดไปมากระหน่ำเบาๆ

น้ำคงหนาวหิมะ

แต่ปลาไม่ตายลอยมาให้เห็กสักตัวเดียว

ตอนหิมะตกนี้อดพูดถึงไม่ได้

เมื่อยามค่ำคืนผ่านมาทีตรงกับจันทร์ส่องหล้าในคืนค่ำขึ้น

ทุ่งนานี้ดูสวนเย็นตาไปหมดที่เอทิน

ต้นข้าวนอนหมดแฃ้วตอนนี้

เมื่อหิมะตก

บ้านคนดูหลังคาสีขาวหิมะท่วม

จนอธิบายไม่ว่า

นี่มันสวรรค์หรือไร

เงียบมีแต่แสงไฟภายในบ้านแต่ละหลัง

ส่องประชันกันเงียบๆ

ไม่มีเสาและสายไฟเล็กสายไฟใหญ่พาดระโยงระยางไปทั่วจนเวียนตา

ทุกแห่งมีแต่ทุ่งบ้านห่างๆ

บางทีเสียงหมาเห่าหอนออกมา

เพราะมันหนาว

มันไม่เห่าโจรเพราะโจรสลัดหมดยุคไปแล้ว

จะเหลือก็แต่โจรแห่งความคิดและโจรแห่งความเงียบนั้นถ้าจะมอง

ไบฟอนไม่ได้ไแทำวิจัยในคุกช่วงนี้

เพราะดูตำราสอบวิชาสอบเข้ามหาวิทยาลัยนอกและดูแลมรดกแห้งๆที่ตนเอง

ได้มาด้วยความสุขใจยิ่งที่ได้มัน

โดยไม่ต้อลทำอะไรก็ถูกเทพแห่งสวรรค์ประทานมาให้

ไบฟอนขอขอบพระคุณเทพสวรรค์ในส่วนนี้

สิ่งที่ไบฟอนจะต้องทำ

ตอนนี้คือ

ไปบ้านร้าง(haunted house) ปราสาทร้าง(haunted castle) บ้านที่สองของท่านตาตนเองนั่นคือจุดหมาย

เพราะการได้ไปสืบค้นว่าสคอว์ตชนได้เขีบนอะไรทิ้งไว้ จะได้รู้ความจริงแห่งความจริงเพิ่มขึ้นว่า โลกในอีกมิติ ที่เราเป็นนั่น

มันมีอะไรอีกบ้าง

เชื่อว่ามันต้องมีอะไรดีๆอีกมากที่จะได้พบ

แต่เชื่อว่าคงไม่เจอซากศพที่อาบน้ำยา

ในที่ดินที่ตนเองขุดเจาะลงไปแน่นอน

ขอภาวนาเพราะถ้าเจอคงวิ่งกลับบ้านเอทินไม่ทันแน่นอน เพราะตนเองประสาทอ่อนเป็นโรคประจำตัว

มีแต่เหล็กชะแลวเท่าน้ันกับสติ

เหล็กแชลงนี้มันทิ่มแทงดินและหินลงไปได้ลึกสุดลึก แต่คงไม่ลึกนัก เพราะไม่ไว้ใจดินมันถล่มตรงเอทินนี้นักธรณีวิทยาบอกไว้ว่าเป็นเปลือกโลกติดน้ำทะเลซึ่งเป็นไหล่ทวีป สมัยก่อนมันแผ่นดินเดียวกันทั้งหมด แต่เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลายแผ่นดินจึงแยกตัวเป็นทวีป ๆ ออกมา ที่"ไบฟอนเข้าใจ"


ตัวที่สองคือสติๆนี้ต้องมี ไบฟอนคนเดียวมาแบบนี้ถ้าตายลงตรวนี้ขณะนี้ศพคงรอการมารับนั้นคงอีกนานฉะนั้นจึงต้องระวัง

ภัยที่ไม่คาดหวังและคาดหวังมัรอบด้าน

การมาใข้ชีวิตแบบนี้ มันอันตรายกว่าการไปทำวิจัยมนคุกอีก เพราะในคุกถ้าไบฟอนตายลง ศพจะถึงหมอทันทีเพราะว่ามีคนคุกเห็น

งูสัตว์พิษอื่นมากมายเชื่อว่ามันต้องมี

เพราะที่บ้านร้างมีนิเวศน์เป็นใจเป็นฟู้ดเวบ(food web) อย่างดีเหมือนที่ป่าอเมซอน(amazon)เป็น

ชะแลงขณะขุดยาวท่อนเมตรครึ่ง

ถ้าการถลำแชลงแต่ละอึดครั้ง

มิ่มดินเข้าไป

ด้วยแรงกดไหน แบบต้องชักถือขึ้นถือจับชักลง

ถ้า

หัวชะแลงมันมาโดนหน้าออกหรือโดนร่างกายของไบฟอน

แน่นอนเจ็บแน่

ต้องระวังและสติกัยมันทุกเมื่อ

สถานการณ์ตอนนี้กับไบฟอน

มันเหมือนโจรเข้าขโมยของในบ้านร้างเป็นสภาพ

เพียงแต่นี่ตนเองเป็นเจ้าของมีความเชื่อมั่น

ว่าไม่ได้มาแอบทำผิดอะไร

หรือแอบเอาคนตายมาฝังไว้

เพื่ออำพรางคดีใดๆ

แต่นี้ไบฟอนมาแบบมีสิทธิ์เต็มที่

และสติเต็มที่

ไบฟอนจะขุดจะทำอะไรเต็มที่เป็นเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของโฉนด

แต่ว่า

การไม่มีอะไรผิดแบบนี่

ตัวนี้จะมีอันตรายเช่นกัน

คือมันจะทำอะไรคนจะลืมตัว

เชื่อมันตนเองมากไป(over confidence)

ได้คือมีกำลำพลังใจจนเกิดอุบัติเหตุได้

ไบฟอนระวังมาก

บราโว(bravo คำอุทานตกใจดีใจภาษาอิตาเลียน) ไบฟอนพลั้งอุทาน

ชิ้นแรก!ครับท่าน

มันห่ออยู่ในกระดาษพลาสติคแข็ง

ไบฟอนพลั้งอุทานออกมาไม่รู้ทางโลกวิทย์เขาเรียกว่าอะไร ไบฟอน เป็นคนมีนิสัย

ไม่ชัดเจนอะไรมนสิ่งใด

จะไม่พูดไม่เขียนออกมา

เพราะถ้าผิดแล้วไม่ดีเป็นบาปและไม่มี

มโนธรรม เป็นซิน(sin)

มันไม่รู้ว่าเหมือนหม้ออวัยวะลับปกปิดเสมอของผู้หญิง ถ้าตนเองไปคลำถูกที่เข้าใรที่มืดๆ

มันจะรู้ทันทีเลยว่านี้หม้อ(โยนี)ผ๔้หญิงเพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์

ที่ผู้ชายชอบและผู้หญิงโปรดให้คลำ

ถ้ามันลงตัว ตรงจุดนี้ เพราะถ้ามั่วมันป็อาญา

มันเป็นซองแนิดหนึ่งน่ะชิ้นแรก

คิดว่าขุดไปเสียเวลา

มันเป็นซองเปื้อนดิน

และฝั่งนานมาแล้ว เพราะมีปลวกพยายามจะเข้าไปกัดกินสิ่งของที่อยู่ในพลาสติกให้ได้แต่ไม่สำเร็จแสดงว่าอาจจะมีสารเคมีเคลือบไว้

ไบฟอนสันนิษฐานว่า

คนที่ทำแบบนี้ต้องเป็นสควอต์ชนชั้นปัญญาชน รู้จักใข้สิทธิพิสดารเหนือกฎหมายและกาลเวลา และมีอุดมการณ์และนโยบายอะไร

สักอย่าง

ไบฟอนดูต่อไปตั้งขอสังเกตต่อไป

และจะเฉลยว่าทำไมจึงขุดตรงนั้นตรงนี้

ทั้งที่ไบฟอนมิได้สมรู้ร่วมคิดหรือสมคบคิด(conspiracy)อะไรับพวกสคอวต์ขนเหล่านี้ และไบฟอนก็พึ่งจะมารู้ว่า ท่านตาลอร์ดวินทาร์มีบ้านซ่อนมนอดีตไว้จนเปิดพินัยกรรม

จึงได้ความจริงนี้ แม้รู้แล้วก็ทิ้งระยะห่างไว้ถึง3ปี

เพราะไบฟอนไม่มีทรัพยากรเวลา(timing resources )แต่ไบฟอนมีความคิดเรื่องการบริหาเวลา (timing administration) เพราะเคยเรียนมาในมหาวิทยาลัยอื่นอีกช่วงหาทำ โอ-เอ เนตเอกแศม('O"and"A"net exams certification )

มรดกที่ไบฟอนได้รับเป็นมรดกแห้งไม่มี

เงินสดเลย เพราะอะไรจะเปิดเผยต่อไป

เมื่อพบเอกสารหลักฐานยืนยันแล้ว

แต่ถ้าจะเอาเงินสดต้องขาย

มรดกที่ได้แต่ไบฟอนตัดสินใจไม่ขายสักชิ้นเดียว เก็บไว้ดูเก็บไว้เป็นอนุสรณ์กับท่านตา

ที่ตนเองมีชีวิตร่วมสมัยวัยเยาว์

เพราะไบฟอนมีคติพจน์ว่า

เงินๆทองๆเป็นของนอกกายไม่ตายคงหาได้

แต่ของมรดกที่ที่มีค่าทางจิตใจมันอมตะสำหรับตนเองถ้าขายไปมันหาอีกไม่ได้ถ้าขายไป

จึงงดขายเคยขายและทำเพราะช๊อต(short)จำเป็นเงินและภาวะที่พบต่อมาคือขาดทุน และต่อมาผิดสัญญา

และมุปมทับซ้อน ซ่อนเงื่อนที่ไบฟอนคิดไม่ถึงสาก่อนและเพราะสงคราม และปัญหาอื่นๆอึกกอร์ป(corp)ด้วย

สร้างปัญหามากมาย ต้องขึ้นศาลอนุญาโตตุลากาล(heuristic court of compromization cases)ไกล่เกลี่ยสัญญาพิสดาร และศาลลับเชิงจิตวิทยาเพื่อขอความนิติธรรม(juristic prudenc)ให้บังเกิด

ผลคือช้ามากนับแต่นั้นมาจึงงดขายมรเกทุกชนิดแม้จะอดตายก็ยอมเก็บรักษามันไว้และมีนัยถาวรเพื่อมนุษย์ชาตรุ่นหลัง ที่มิใช่ทายาทตามนิตินัยและพฤตินัยงปัจจุบันที่เอทินมลรัฐตราไว้

ตกลงเมื่อพบเอกสารที่ขุดพบบางส่วนแล้ว

จึงต้องพักเอกสารไว้ในที่สงบเพื่อสัวเกตพฤติการณ์ของเอกสารเก่า จากแผ่นดินที่ขุด เพราะไบฟอนไม่ทราบวันฝังวันเกิดเหตุ

อาจจะทำมาก่อนสมัยท่านตาลอร์ดวินทาร์ได้รับมรดกตกทอดชิ้นนี้มาก็ไ

ด้

ตกลวไบฟอน

พักเอกสารไว้ในห้องแอร์สามเดือน

ก่อนจะแกะอ่านต่อไปเรียงบรรทัด

เรียงความคิด และไบฟอนไท่อรุญาตให้ใครมาเข้าร่วมในการนี้ด้วยอำนาจที่ตนเอง

เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล

หรือถ้ากรมศิลและโบราณคดีของเอทิน

มาขอรับช่วงอันนั้นก็อีกเรื่องแต่เชื่อว่า

คงไม่เกิดขึ้นเพราะเปลืองบประมาณของรัฐเพราะอันนี้มิใช่พับลิค(public)แต่เป็นไปรเวท(private)

ที่คิดๆเป็นอื่น

จึงตกไปในครานั้น..

คืนนี้ไก่ขันตอน 23.05 (11P.M=post meridian)นาฬิกาคืนนี้

นวนิยายเรื่อง"เมตาพอร์ช"(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)


นวนิยาย
เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)





ตอนที่
466

เคมินจำได้ว่า
ท่านทาวเวอร์แนะนำให้เคมินวาดภาพ เขียนหนังสือตามใจชอบเป็นอดิเรกถ้ามีเวลาว่าง
"นี่คือประโยคสุดท้าย"
ก่อนที่เคมินจะหายใจไปเป็นอย่างอื่นอีก



เคมินจำได้ว่า สองท่านนี้ท่านทาวเวอร์(Dr. Towrer)และลอน์ดเจน
จา(Lord Janja)เป็นคนชอบเก็บสะสมงานวาด(art patronage )ของเคมิน




เคมินทราบว่า
ที่หมู่บ้านพิเกย หากไม่ชอบสมาชิกในหมู่บ้านใดๆใครๆ ก็จะกล่าวหาผู้นั่นเป็นโรคจิต (mentally illness, psychologically illness)ห้ามคบห้ามสมาคมด้วย และปรักปรำให้เหยื่อเป็นคนไร้ความสามารถ
เพื่อเขาจะได้กระทำนิติกรรมสัญญาอะไรไม่ได้ด้วยตนเอง
เคมินเป็นรายหนึ่งในที่จะได้รับเคราะห์กรรมนี้


และที่หมู่บ้านพิเกามีพ่อมดแม่มดผีสิง(witchcraft )

คอยสะกดจิตคนประสาทอ่อนให้อยู่ในอำนาจของตน
เคมินเป็นรายหนึ่งในที่จะรับเคราะห์กรรมนี้

ที่หมู่บ้านพิเกามีคณะโคบาลคอยทำลายสมาธิของคนในพิเกาในการดำรงชีพ
ใช้ชีวิตปกติที่พิเก เคมินเป็นบ้านเป้าหมา
ยนี้




เช่น มาดามจาวยาง(Jowyang) ที่นำโคมาเลี้ยง
ลูกวัววัยสะรุ่น ชนิดนี้ซนและกวนรั้วลวดหนามต้อง4-6เส้นกั้น จึงจะเอามันอยู่
ชอบบุกรุกที่ดินและสิทธิของเคมินมันสังกัดคณะนี้





จาวยายมีพี่ชายชื่อ"โกกิ" แต่ฐานะจน
รอขายที่ดินทรัพบ์สินเดิมกิน

"โกกิ' สุถาพบุรุบหัวขวานแห่งพิเกย
เคยมีพฤติกรรมเชิงซ้อน ทำอาชญากรรมและเป็นสายให้จาวยาง คอยลด คอยบั่น
คอยทอน คอยติดตาม ความเคลื่อนไหวของเคมินที่มีบ้านติดๆกันพอเคมินจับได้บอกว่าทำในนามชองกลุ่มตำรวจลับของเอทินและพิเก ผ่านระบบพรรคการเมือง อันเกรียงไกร
ไกรของเอทิน

กลางคืนโกกิชิบรังแกไก่แจ้จับกินรุกรานมัน
พอเคมินได้ยินนึกว่าโจร จึงใช้ปืนยิงออก
ไปที่ความกลัวพบว่าเงียบสนิท ๆงไก่ก็เงียบ
และไม่มีอะไรตาย แต่เสียค่สลูกกระสุนหนึ่งนัด
เคมินนึกเสียดายแก่ความตกใจนี้

โกกิ(Kogi)นี่งัย ลักต้นไม้เก่าที่บ้านเคมินไปปลูกเอง
ชอบเอาสัตง์พิษมีงูและแมลงและยุงมาปล่อยเพิ่อรังแกเคมิน
พริกผักสวนครัว
ที่เคมินปลูกไว้กิน เพร่ะไมมีเวลาไปหาซื้อเอง
เพราะถ้าเคมินออกตลาดมันต้องทำสังคมมิติให้แก่อดีตขิงตนเองด้วย
โกกิมาแอบเอาไปกิน

มะพร้าวหล่นที่เคมินจะรอเก็บทำกะทิ
ผักจึ้มอและไอติมหวานเย็นกินประจำวันโกกิมาแอบขโมยไปเกลี้ยง ไม่ได้หวง แต่เพราะระเบียบของโคบาลยุคที่มีอารยธรรม
แล้ว ก็เคมินพอจับได้ โกกิอ้างว่าได้รับคำสั่งจากเรไร เคมินกล้าตำหนิไม่กลัวพระหมัดสวนหรอกเพราะเราเป็นสุภาพบุรุษมีอะไรก็ว่าไปตามเนื้อผ้าดีสุดมพผิดก็ยอมรับให้กฎหมายตัดคอได้ยังงั้นถึฝจะเป็นคนทีทสวรรค์โปรดมิใช่หย้าไหว้หลัวหลอกเผลอเป็นไม้ได้ไม่มีบอกขอไม่ต้องลัก มีเคมินก็จะให้
เอาละ!

คู่สัญญาเช่ากรีดยางจากสวน12ไร่ที่เคมิน
ขายแบบยกให้กับท่านทาวเวอร์

บางครั้งจากทนายจากการปกครองทับซ้อน
ของท่านทางเวอร์
แต่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านทาวเวอร์
และเคมินเหมือนเดิมทุกประการ

เคมินเห็นใจท่านทาวเวอนร์กับลิขิตชีวิตแบบหอคอยงาช้างดี ท่านจะไม่มีเวลา

เคมินรู้ดีเพราะเคมินเคยมีชีวิตแบบหอคอยงาช้างมาก่อน






นางจาวยางมาล่ามวัวตัวแม่ใกล้เคมินบ้าน
เพราะหวังให้ลูกวัวเข้าบุกพังรั้ว หญ้านาเปียร์
ที่เคมินปลูกขายถูกวัวขโมย

วัวของจาวยาง
ขโมยหญ้าที่รอขายของเคมิน
"ภัยเศรษฐกิจตามสูตร"

กินยอดหญ้ารอขายหมดลักกินยอดพืช
เศรษฐกิจของเคมินอีกด้วย

พอเคมินเห็นจะล่ามแต่ไม่ทัน
วัวแรงมากและเร็ว
ถ้าเหยียบโดนเชือกล่ามคงตายแน่
เพราะมีคนเคยตายมาแล้วหลายรายที่พิเกย
.
เคมิน
จึงไล่วัวออกจากรั้ว

วัวกระโดดหนี
ลอดรั้วที่มันตกใจ
ลวดหนามขูดเลือดโซกบนหลัง


เมคินถามว่าทำไมจาวยาทำงั่น

คำตอบอันชาญฉลาดของจาวยางคือ
หลงรักเมคิน
เมคินตอบว่าจสวยางมีผัวแล้ว


และเคมินอายุมากแล้ว
พอฟังจบ"จาวยาง"ก็เงียบไป เมื่อได้ยินเสียงตอบนี้ เพราะจาวยางก็รู้ดีว่าเคมินมิใช่คนหน้าหอย
จากเคมิน ผู้ไม่หวังการมีเพศรสสัมพันธ์สวาทอบาางฉัท์ผู้เมียเพื่อแลกกีบสิ่งต่างตอบแทนใดๆ ด้วยกามกำดัด


ดาเลียไม่ถนัดนักที่จะเล่าอะไร ที่ไม่ดี
ที่มีมาควรเป็นมงคลเท่านั้นให้เคมินฟัง ที่ตนเองต้องให้เป็นเกษียณปากตนเอง ตามที่ฝ่ายศักดินาที่ดาเลียเคยไปฝึกฝนมา

ดาเลียมิใช่คนแบบนั้น
แต่ดาเลียชอบปล่อยให้เคมินรู้เองเมื่อกาลเวลามาถึง
ดาเลียไม่เคยสอนให้เคมินหุงข้าวไม่คอยสอนให้หัดตำน้ำพริกเอง แต่เคมินต้องไปเรียนวิขาชีวิตถึงประเทศโน้น


เรื่องทุกอย่างที่หม่บ้านพิเกยไม่ว่าอะไร
เพื่อให้เคมินฟังแบบความใรห้ามออกความนอกห้ามนำเข้า"สตัยลิสติก"(stylistic)

ต่อมาการคว้านหาสาเหตุองค์ประกอบของปัญหานี้ ถูกเปิดออกแบบตาตำตา
และชำระโทษเคืองแค้น
"แบบตาต่อยาฟันต่อฟัน"ที่เกิดแบบออริจินัล(original)มาจาก ตำหรับกฎหมาย
ในยุคกษัตริย์ฮัมมูราบี(King Humurabi)

แต่สรรพสิ่งที่บ้านพิเกย
เคมินพึ่งจะมารู้ความจริงของเรื่อง
โคบาลวัวแอบมั่วและอัศจรรต์ของการมีรั้วนี้
ก็ตอนเคมินได้รับมรดกแล้ว
รั้วในอังกฤษเขาเรียกว่าFence Act (พรบ.รั้ว=กฎหมายรั้ว)
โคบาลวัวมาบุดรุกทำลายหน่อพืขต้น
ที่ชาวไน่ขาวสวนบรรจงปลูกไว้
เช่นยอดทุเรียน หรือยอดต้นไม้หมากพร้าว
ซึ่งทารุณน้ำใจคนปล้ำปลูกแทบตาย
เป็นอย่างมาก


เคมินจึงเตรียมเรื่องนี้ไปรายงานให้ท่านไบฟอน(Lord Byphon)ได้รู้ขณะได่มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติแห่งความเป็นสควอตเตอร์ชน(squatters)ที่
ปราสาทร้างเอทิน(the haunted castle of Ethyle) แม้เคมินจะไม่รู้จักท่านไบฟอนก่อน
แต่อาศัย"ปกรณัมวิทยาแบบกรีซโบราณและวิทยาศาสตร์การนิยาย
นำพาไปสู่ความใฝ่ฝันและความจริงได้
ด้วยการจินตภาพ(imaginary)และการจินตนาการ(imagination )




และต่อมาเคมินจึงได้ข้อสรุปว่า
การตาย(Mort) การมรณกรรม(rip =rest in peace)ของดาเลียและ
เดเฟียมาเกิดจากการฆ่าตัวตายชนิดหนึ่งคือเกิดจากการตรอมใจในปัญหาต่างๆ
และอีกประเด็นหนึ่งเกิดจาก
ดาเลียและเดเฟียโดนวางยาพิษสงบๆผ่านกระบวนการแนะใช้ยาฆ่าแมลงและหญ้าปที่มีสารพืษตกค้างได้งาย ที่คนใช้
มองไม่เห็น นอกจากตานักเคมี
และผู้สันทัดใช้
ที่จะใช้ประโยชน์ของยาพิษนี้
ได้ถูกวิธี
ยาฉีดยาชนิดวายพันธุ์"ติดฉลากกระโหลก
ไขว้ก็จะมีคุณอนันต์ แต่ถ้าใช้ไม่เป็นก็จะมีโทษมหันต์แล

เช่นโศกนาฏกรรมของดาเลียแบะ้ดเฟียนี้เป็นตัวอย่างแม้มีสาเหตุไม่ขัดเเต้งแย่สายพียธ์ของตระกูลดสเลียรั้นอายุ100ปีขึ้นไป
แต่ดาเลียได้เพียงแค่ 80 ปีตายซึ่งเร็วไป "เคมินคาดว่าอย่างนั้น


พ่อของดาเลียว่าที่ท่านลอร์ด"คิมาน"(acting Lord Kimann)มีชีวิตอยู่ได้เพียง70 ปีตาย
เคมินสืบพบว่า
เพราะทานตาคิมาน
ชอบเล่นสายนเวทย์(alchemy mood)แบบอแอบกินปรอท(mercury) เพื่อหวังว่า
เมื่อท่านตายลง
เนื้อร่างกายเนื้อของท่าน
จะแห้งแข็งอมตะ
มีกลิ่นหอมแบบการตายของมัมมีไอยคุปต์อียิปต์(Egyptain Mummy)

โดยไม่ต้องผ่านการดองด้วนน้ำยาเพื่อทำมัมมี่ศพท่าน(mumification)

แต่ต่อมาเคมินพบว่าท่านตาคิมาน
มีอายูขัยสั้นมาก
เพียง60ปีก็ตายแล้ว
ถึงแม้ว่าเคมินพอจะรู้ว่าพิษของปรอทที่ท่านตาของตน
ชอบเข้าไปแอบเล่นและลองของ
มันจะมีอันตราย

แต่เคมินเป็นหลานตาคนโต

ก็มิอาจจะยับยั้งการกนะทำโดยชอบของท่านได้

ในทีท่าที่ท่านจะชอบจะทำอะไรออกไปในวัยชรา คือเคมินคิดว่า
เราควรตามใจท่านตาทุกๆอย่างเพื่อความสุขของคนแก่ เหมือนลูกสะไภ้ควักนมให้พ่อตาที่แก่มากได้ดูดหัวนม(tit)ด้วย เมื่อพ่อตาวัยชราเห็นลูกสะไภ้ตนอง
ควักนมให้หลานในไส้ของตนเองดูดนมมารดา พ่อตาผู้ชราอยากดูดนมลูกสะไภ้ด้วย
คนละข้างเลยโดยต่างฝ่ายไม่ละอาย
ฝ่ายสะไภ้ก็ยินยอม เพราะคิดว่าจะเป็นการ
เพิ่มความแข็งแรงให้กับพ่อตาชอง
ตนเองที่ชราภาพมากแล้ว
ได้กลับฟิ้นขึ้นมา
เป็นคนแข็งแรง
ที่ไม่ค่อยมีใครเขาทำกัน



เธอก็ยินดีด้วยความพอใจและความเคารพรักโดยให้ดูดนมตนเอง เมื่อพ่อตาอยากดูดบ้าง
ก็เท่านี้เองธรนมชาติของมนุษย์วัตว์สองเท้าผู้ประเสริฐเลิศล้นมีปัญญากว่าสัตว์สี่ขาที่เกิดมามีแต่แรงแต่ไม่มีปัญญา





กล่าวคือจินตนาการของตาท่านหวังเล่นแร่แปรธาตุ ซึ่งเคมินก็ไม่กล้าไปสืบค้นว่าท่านไปเอารูปแบบนี้มาจากไหน


พิษปรอท(mercury)มันให้ผลกับตาทันตาเห็น
คือท่านตาท่านตายก่อยอายุขัย

เคมินคิดว่าอย่างนั้น


ความจริง อันน่าสงสัยคือ
การตายแท้จริงของดาเลีย
มีเงื่อนงำผิดสังเกตในทัศนะเชิงลึกของเคมิน

สรุปขั้นตอนนี้ ในโครงการดูและย้อนหลัง
ถึงอดีตของเคมินทั้งหมด
มันไม่น่าจะนำมาพูด
แต่การคิดวิเคราะห์(life critical thinking)
นี้อาจนำสู่การมีชีวิตที่ลงตัวเคลีย์ต่อ
ทุกคน ในทุกๆลมหายใจได้

ที่บ้านพาเกยได้
อย่างชนิดไม่มีอะไรในกอไผ่อีก
คุณภาพชีวิตสมบูรณ์ของทุคน ก็จะเริ่มขึ้น
ดีขึ้นแน่นอน

เคมินไม่มีอะไรดีที่จะทำตอนนี้
เพราะหนี้สินทรัพย์สินคำมั่นสัญญา ทุกชนิด
มันเป็นความแพ่งและความอาญาแผ่นดินตามกฎหมายของเอทิน


จะดำเนินการใดๆได้ก็ต้องพูดถึง
กับการย้อนนขายอดีตและ
แม้ขายความหลังนี้
ถึงแม้จะวกวนแต่จะได้ผลลัพธ์ดีขึ้นมา
เหมือนการคิดแก้เลขคณิตที่ซับซ้อน
ก็ต้องไปที่จุดกำเนิดเช่นการแก้ยกกำลัง
ด็มองมาที่เลข 2 ด่านแรกเป็นฐานนิยม
ในการหาคำตอบโจทย์ง่ายขึ้น
จะไม่งงเป็นไก่ตาแตก ทันทีที่เห็นคำุถามโจทย์และปัญหาชีวิตประจำวันที่เกิดขึ้น
ซึ่งทุกวันนี้ ไม่มีอะไรที่ไม่ซ้ำซ้อนและซ่อนเงื่อน

เหมือนการลดทอนว่า
หญิงถือตัวเมื่อชายจีบเพราะว่า
สิ่งที่ตามาคือท้องแล้วใครรับผิดชอบ
ฉะนั้นหญิงจึงต้องระวังตัวกว่าชาย
แม้กามามณ์เป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้
และจำเป็นแต่ใครทำใจได้ดี
คนๆนั่นก็จะมีอนาคตสดใสมั่นคงสงบ
ได้



ดาเลียและเดเฟีย
นั้นไม่จริงตามที่แพทย์ระบุไม่
แต่มันมีปมมาจากสาเหตุอื่นมากกว่า
การสอบสวนจะเปิดดำเนินการต่อไป
ด้วยใจรักของเคมินที่มีต่อการตายเร็วๆของมารดาและบิดาขอวตนเอง


ซึ่งพบว่าเรื่อวนี้ละเอียดอ่อนและมีข้อปร
ะเด็นในกฎหมายและจรรยาบรรณแพท
ย์ อยู่ด้วย

ทางแพทย์สภาของเมืองเอทิน
จะรับเรื่องราวอุทธรณ์นี้ของเคมิน
ไปศึกษาอย่างละเอียดต่อไป









เคมิน"หวั่นการถูกฆ่า"
คำนี้มันเป็นคำถามเป็นความคิดที่น่ากลัว
แต่คำตอบคือเคมินไม่กลัว

เพราะเคมิน
เคยผ่านสงครามมาก่อน
เคมินเคยเป็นทหารทีจิตใจมั่นคงต่ออาวุธ
และการตาย
เพราะเคมินถือว่ามโนธรรมและอุดมการณ์
เพื่อตนเองและชาติ
เป็นขวัญเสมอ
นี่คือธาตุแท้ของเคมิน
เคมินจึงไม่กลัวตาย
ชาติศาสนากษัตริย์ศักดินาและตนเองคือ
ความไม่ตายคือความศักกสิทธิ์








ถ้าอ่านข้อความชีวิตสถานะภาพการเงินและครอบครัวทั้งหมดทุกคนที่หมู่บ้านพิเกย
(the village of Pigeuy)


สำหรับคนพวกนี้เช่น
โกกิ(kogi)นั่นไม่ใช่จน น้องสาวคือจาวยาง(Jowyang)มีร้าน
ชำขาย(grocery shop)ผักปลา(vegetable and fishes)
สินบน(bribery )ที่จาวยางให้สินบน"โกกิ"พี่ชายหนี่งครั้งต่อการ
กวนใจเคมินคือแกงหนึ่งห่อ






ที่เคมินรู้เพราะมีกล้องวงจรปิดติดไว้ดักดูดักฟังเมื่อเทินไม่อยู่ที่บ้านปราสาทเอทิน1และเอทิน2 เคมินจึงรู้ความจริงนี้ แต่เคมินปกปิดไว้ว่า
"กล้องวจรปิดถูกใช้อยู่อย่างเงียบๆ"
เคมินคิดว่า

"แต่หากมีงานนัยสำคัญเกิดขึ้น
เคมินก็จะส่งเอการลับ กล่องวงจรปิด
นี้ให้ตำรวจและศาล"ตีความพิจราณาคาดโทษความผิดต่อไปในความผิดแต่ละอย่างแต่ละบุคคลต่อไป












ตอน
466

ถถถถถัถัคคคคคตตคคนนนคค


การไทาทอดทิ้ลกการดูแบมากกส่าการดูแบที่เหมาะาม
ทีท่นทาวเวอร์ค้อวหสรดลับมาดู12ไร่ทั่รอทำรีสอรต์
ส่วนเวื้นงงำการรับเปฌนบุตรบุญโร่มยีวมิใข่ข้ออ้าวเบือ่รลอย
เคมินไม่ได่ทีหนีวาอใดกัยใครนอกย่กพินัยกร่มระบุไว้

เคมินเคลีบร์ยรวนี่

ครแบครัวลอวตาเคมินและดาเบีบมอบแล้วข่ดๆไปยินนี้เพ่ะปัญหา
แต่น้อวส่สของ้คมิรศึ่วเป็นล๊กส่สน้อวแม่อัยเป็นหลานค่ทร่าแวมีทีปาลม์47ไร่นาวอีก30ไร่แบะตัทรต่อาแกอีกอันนร้ก็รัห!ษ่หร้วง๖ีะหณบของท่านต่ได่ต่แๆป

ราบละเอียดว่าเกิดจึเนมาไเาอย่สงัยจะพูเต่อไผ










พ่อของจาวยางคือตาจุจิ
ได้มาซื้อที่ดินแปลวติดกับเคมินไว้ซึ่งที่ดิน
ดังกล่าวของมรดกของจางยางนั้

เคยมีคนเก่าชื่อตา"เลิกลา,"มาเสนอดาเลียขายที่ดินที่จางยายครอบครองอยู่ตอนนี้

กับดาเลีบแต่ดาเลียมาปรึกษากับเคมิมว่า"เอามั้ยที่ดินแปลงนี้" ถ้าเอาแม่จะซื้อให้

เคมินตอบดาเลียไปว่า
"ที่ดินที่แม่ดาเลียมีอบยู่ก็ดูแลแทบไม่ไหวแล้ว"

"ดาเลียจึงตอบปฏิเสธการเสนอซื้อไป"

ตาจุจืงมาซื้อต่อไป
ตา"จุจิ"เป็นพรานดักนกเขาไฟและนกเขาชะวาและพรานปลากัด
ชอบแอบเล่นชู้กับเมียเพื่อน
ขณะไปหาดักนกตามละแวกบ้านคนรู้จัก







เคมินเป็นรายหนึ่งในที่จะเป็นคนรับเคราะห์กรรมนี้
และเป็นบุคคลเป้าหมายของคณะทำงานดังกล่าว

มีกลุ่มรีดไถและดักคอยแสวงหาผลประโยชน์(interests group)จากเคมินและอื่นๆอาทิ เช่น คณะทำงานขของกลุ่มเรไร ที่ตอนนี้มีสัญญาเช่าที่ดินกรีดน้ำยาง12ไร่ที่ตอนแรกเคมินทำสำเร็จกรีดยางได้แล้วแต่ไม่มีใครพร้อมใจมารับจ้างทำกรีด (ตรงนี้มีปม)

จากท่านทาวเวอร์ ผ่านการแนะนำของเคมิน และเป็นญาติห่างๆกับเคมิน


นายเรไร
มีมรดกคือ
ต้นทุเรียนสองสามต้นสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ และเป็นครคอยรอจังหวะเก็บวัสดุทอดทิ้ง(scavenger )หลังเคมินตายลง
จางยายมีพี่ชายซึ่งจน


ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นบุคคลทั้งพระเอกพระรองนางเอกนางรอง และตัวร้ายนี้เป็นตัวละครในฉากทัศน์นี้






ห้ามเลี้ยงวัวเว้นไก่ จำนวน5แผ่นถูกเคมินนำไปติดไว้บนต้นหมากพร้าว(coconut)และต้นยางพารา(rubber tree)
เพื่อแสดงเป็นเขตหวงห้าม(forbidden area = no entry)เงินทุน (petty cash)ของท่านทาวเวอร์ส่วนตัว
เคมินปีนไปติดไห้กับพนักงานชั่วคราว(job 's worker) กับท่านเลดี้จิกมี้(lady Jigmy)

ท่านเลดี้ท่านนี้ชอบเรื่องการติดตั้งป้ายหวงห้าม เคมินจึงวานท่านไปด้วยช่วยกัน
ตอบแทนท่านด้วยกาแฟหนึ่งจอก และไวน์รสสีขมพูจากสเปน หนึ่งขวดจากสเปนแกะกล่องตอบแทนท่านที่กล้าปีนบันได ขึ้นไปช่วยติดป้าย
ถ้าท่านตกลงมาท่านต้องขาหักเข้าเฝือกแน่ เพราะมันสูงตั้ง 6-7 เมตรจะปีนป่าย แต่ท่านก็ชอบช่วยทำ
ท่านเป็นคน ไม่หยิ่งในศักดินา








แต่ว่าเคมินตีความว่า"มิใช่สินบน"
แต่เป็นการให้โดยสิเน่หาตอบแทนงานเอกสารมากมายที่พนักงานต้องทำต้องคิด
แม้หากมีปัญหาว่านี้เป็น"สินบน"(bribary-coruption)ชนิดหนึ่งอันนี้เคมินมอบให้เป็น
ผลประโยชน์ของศาลถ้ามี














วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567

มินสิทธิชน-วีเอส-(VS)นายโคบาลที่พิเกยฟาร์ม(Piggeoy)

เมตาพอร์ช(Metaporch)



ตอน
เคมินสิทธิชน-วีเอส-(VS)นายโคบาลที่พิเกยฟาร์ม(Piggeoy)


ตอนที่
464

 ปมOedipus complex (รายละเอียดดูที่เทพเจ้ากูเกิล)
เคมินเคยอ่านทราบมากษัตริย์
Kibg Alexandra the great ก็มีปมนี้(ปมชนิดหนึ่งตามหลักจิตบวิทยาแพทย์เป็นโรคธรรมชาติ

เฉกเข่นโรคฮีโมเกลเลีย(hemoglobinia)โรคสเปกซี่พิเศษ(special species)เลือดบางอย่างในพระองค์ท่านสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย
(Queen Victiria of England)แห่งอังกฤษก็มีลักษณะนี้ จากคำบอกเล่าเคมินไม่ขอยืนยัน

สรุปผลคือมีเหตุ"อปกติ=ไม่ธรรมดา =unusual  -not common "เกิดขึ้น
กับผู้ถูกทราบว่ามี"ปม'"

 ปม(ปัญหามีเหตุบางอย่างซ่อนเร้น แอบแฝงอยู่อีก ที่กำลังแสวงหาทจะแสวงหา)
นี้  จะพบมันหลังการวินิจฉัย(searching-analysis-analyticalistic-justifying )ทางจิตวิทยา(psychology)และการแพทย์

จนต่อมาเคมินนิยามโรคชนิดนี้ว่ามันเป็น"โรคผู้ดี"ชนิดหนึ่ง
มันเป็น
คุณสมบัติของโรคเฉพาะตนของผู้เป็นนั่นเอง

รายละเอียดนิยายนนี้
จะไม่กล่าวเพราะ
โลกยุคโลกาภิวัติน์(globalization )
เชิงบวกของเอทินรัฐปัจจุบัน
ถือว่ามือถือ(hand-phone ) มันแฮนดี้จริงๆ(handy)

คือมือถือตัวนี้
มันเป็นสารานุกรมเคลื่อนที่ ของทุกคนทุก

อีก(pocket encyclopedia)

อีกนัยะหนึ่ง

สมมุติวาาท่านดร.ทาวเวอร์หรือคณะ
โอนมรดกขท่านให้ทายาทใดๆให้คนนรัก
และมีลูกที่เกิดจากเมียหลวงที่หย่า(divorce)แล้ว

ตอนนี้อบยู่ทราบว่าอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก(Luxemburg=ประเทศที่มั่นคงที่สุดในโลกมุมหนึ่ง ที่เคมินเข้าใจ
 ) เป็นท่านไปเป็นเมียฝรั่งไปแล้ว

หรือที่เมียหลวงหรือเมีคนที่สอง
หรือเมียน้อย หรือเมียลับ อะไรแต่ท่านจะมีททั้งอดีต
และคนปัจจุบัน อื่นใดๆ เพราะท่านได้10%ค่าผาติกรรมสถาปนิกตามกฎหมาย

หรือการจำนองจำนำธนาคารในรูปแบบใด
แม้ในโฉนดบันทึกไม่มีพฤติกรรมฉ้อฉล
เมื่อตรวจลายมือทุกฝ่าย
เว้นเชิงลึกอีก

แต่มีกรรมวิธีการให้แบบพิสดาร ให้เคมินพอใจอีกด้วย
เช่น  ท่านมีการจ่ายภาษีการซื้อขายให้ผู้โอนเป็นต้น ลายเซนต์และเงื่อนไขบังคับก่อนบังคับหลัง ที่ไม่ได้ระบุในโฉนด  อันนี้มันจะมีอะไรต่อไป  ก็เป็นปัญหากฎหมายแพ่งพิสดาร หรือนิติปรัชญาของเอทินได้เมื่อมีการท้วงติงโดยทางตรงและทวงอ้อมเกิดขึ้น
นั่นหมายความ ขาวตลอดถ้าบิดพลิ้ว ดูแปลก
ไป เทพเจ้าเซโลสก็ลุกขึ้นมาช่วยให้
มนุษย์พวกเราพ้นภัย จาก
เงื่อนไขแห่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงามของประขาชนมิติสืบจำเริญต่อไป


เช่นการย้ายทรัพย์เดิมออกมาจากส่วนที่ขายไปจากคนขาย
 กฎหมายเอทินกำหนดหนึ่งปี ถ้าผู้ขาย ได้
ย้ายออกไปก็ตกเป็นของผู้ซื้อ
แต่กรณีเคมินกันท่านทาวเวอร์(Dr. Towers)มี
บันทึกพิเศษต่อกันเป็น(verbal conmtracts) 
คือภารกิจท่านจะช่วยเคมินหมดเพราะเคมินบูชาผีหมอดอย  ที่ดาเฟียถือมีดหมอตราสังหมอดอยไว้ก่อนตาย




เหตุผลทำไมไม่บันทึกในโฉนดในวันซื้อขาย
ให้ละเอียดที่กรมที่ดินเอทิน
เพราะว่าเวลาทรัพยากรเวลา (timing resources)
และระยะทางการคมนาคมและความสะดวก
และทุนทรัพย์และปัญหาอื่นใดอีกนั่นเองของคนซื้อคนขาย

เคมินจำได้ว่าวันโอนโฉนดท่านทาวเวอร์
ใส่ชุดนอกอ้วนพี เน็กไทด์(neck tide)สบัดพลิ้วยามท่ารถ่างขาเดิน





    เคมินจำได้ว่าวันโอนโฉนดท่านทาวเวอร์
ให้เงิน1,000 เอทินเป็นทิป(tips)กับพนักงานทำหนังสือโอน
เปล่าๆ  และเธอก็รับไว้ด้วยยิ้มสงบ
โดยมีเหตุผลใด 
เคมินไม่ติดตาม


วันหนึ่งเคมินจำได้ว่า
พนักงานที่ดิน เธออคนนั้นดูเหนื่อยมาก
หรือเธอ มาทำงานขณะประจำเดือนของหญิงกำลังมา แต่สรุปทำงานใช้ได้ทั้งเคมินและทาวเวอร์พอใจมากอไม่มีปัญหามสกนะดิกอีกเมื่อเอกสารทุกชิ้นกลับเข้าตู้เก็บเย็น กันแมลงสาปแทะอีกครั้ง เมื่ออีก100 ปี หรือ100ชั่วโมงข้างหน้าใครที่มีอำนาจมาเปิดดู


วันนั้นท่ายทาวเวอร์เดินทางมาด้วยรถจีบ(Jeep Leylands)ราคาล้าน(1,000,000.00)เอทิน
แม้เคมินจะเป็นเพื่อนเก่าลูกสาวเจ้าบริษัทรถยี่ห้อนี้สาขา
ที่เอทิน



แต่เคมินมากัยรถส่วนตัว(Scooter Suzuki Honda sky drive morterside) 
ระยะทาง 400 กิโลเมตรยาว

 ที่ท่านทาวเวอร์ต้อง
เดินทางมาแสนไกลครงประเทศขับรถ4ชั่วโมงเต็ม

 ท่านขับรถด้วยตนเอง ส่วนเคมิน
ใช้เวลาและระยะทาง 30 นาที 30 กิโล
มาโอนโฉนดที่กรมที่ดินเอทิน
ด้วยความว่าเราจะได้รีสอร์ตเต็มบ้านเมืองพิเกาแล้วตาทเจตนารมณ์ ขายไปถูกสุดพิสูจน์ได้
ให้ท่านทาวเวอร์คนดีของสังคม ผู้เคยมีพระคุณต่อกันแบบไม่มีเงื่อนไข

 หลังงานเสร็จเช็คถูกมอบให้เคมินพบว่ามันไม่เด้งเป็นสำคัญ

ท่านทาวเวอร์มิได้แวะที่บ้านปราสาทของเคมิน
เพราะบ้านเคมินรอปรับปรุงไม่แล้วเสร็จ
ถ้าขืนเข้าไปไม้ขื่อมันจะหล่นลงมาตีหัวกระบานแน่นอนตอนนั้น
 แม้สุดท้ายก็ปนับไม่เสร็จอยู่ดีเหมือนบ้านเก่าไม้แดงหลังนั้นของเคมินมรดก
มันจะรอวันที่รีสอร์ตจะมาลงงั่นไป มันจึง
จะกล้าพร้อมเสร็จ



และทั้งสองเราก็แยกจากกัน
วันนั้นท่านทาวเวอร์ทานอาหารว่างก่อนเดินทางกลับกรุงเอทิน
เป็นข้าวคลุกกะปิและฮอตด็อกกับน้ำโคลา(CoCa CoLa)สีกาแฟหนึ่งแก้วอิ่ม



 และท่านก็พบปะกับสหายชอบเปอร์ -ดาวิดสัน ฮารเลย์ (shoppers group =Davidson-Harley)ที่นั่นเป็นบริเวณจุดเมืองชายทะเลวีกอส(Vegos) และทะเลหลวงเอทินมาบรรจบกัน  เป็นชายหลายคนมีหนวดสวมแว่นตาดำอย่างกะมาเฟีย แต่งคัวปอนด์พึ่งออกจากกรุ แต่มิใช่เฮลแงเจิล(Hell- Angle)ที่Britolประเทศอังกฤษที่เคมิน
เคยพบและคุยด้วย



ร่างกายกำยำดูดีดูแล้วไม่อดอยาก  แม้บางทีเคยไม่มีจะกิน และพอได้กินอาหารอิ่มท้องพุงก็พลุ่ยดูอิ่มเอิบทุกคน
มาเป็นคอลลีก(Colleauge-counter-part)เก่าๆที่เคยรู้จักกันมา แต่เขาแค่สรวลเสเฮฮาและไม่ดื่มเหล้า
เขามา
แบบผิวเผินแต่เขามิใช่หน่วยคุ้มกันอะไรต่อท่านทาวเวอร์และเคมิน 

     มีเหตุอันชวนคิดว่า มีแผนปล้นเรียกค่าไถ่ชนิดหนึ่งได้หรือกรณีของท่าน
ดร.ท่านทาวเวอร์ หรือพณฯท่านทาวเวอรฺ์
ที่รัฐใหม่แห่งซิพื(CiPibof the new state)
จำลองตั้งขึ้นมา ช่วยงานเอทินในระบบรัฐะสองสลึงครึ่งเอทินกษาปณ์

สำหรับเคมินเป็นหลานชายคนสำคัญของท่านพ่อมีชื่อแห่งโบสถ์วีกอส(Vegos church)แต่เคมินไม่รู้จักสักคน คนเหล่านั้นคือใครและเคมินไม่สนใจ
เคมินเป็นตำรวจลับเอทินต้องรู้
ไม่ว่า
ใครเห็นต้องรู้เคมินเป็นใคร

     หากมีเหตุขาดตกบกพร่องใดเกิดขึ้นระหว่าง
เคมินและทาวเวอร์ตอนนี้จนโครงการรีซอร์ต(resort second home project)จะเวียนมาถึง
ได้เริ่มแจ้งเกิดของท่านทาวเวอร์มาลง ให้เคมินทำอะไรได้ตามใจชอบสมัย
ไปพลางก่อนในพิ้นที่12
ไร่ ที่ดคมินให้ท่านไป ถนนไฟฟ้าน้ำเเสาไรรอเสร็จทำรีสอร์ต

      ท่านทาวเวอร์สั่งเคมินว่า
ให้"เว้นการทำลายต้นมะเดื่อ และต้นข่อย"
เท่านั้น
นอกนั้นตามใจชอบ


นั่นคือสิ่งที่ท่านทาวเวอร์ขอเคมินไว้และการติดป้าย ตอนนั่นเคมินรับเป็นผู้จัดการสาขาของบริษัมคาร์เตลโนโลนี(Cartel colony archintech crop)ของท่าน
มีจำกัดด้วยแต่เป็นของท่นทาวเวอร์
คือจนกว่าโครงการบ้านรีซอร์ตจะเป็นรูปธรรม
หรือจะกล่าวเป็นอย่างอื่นอีกต่อไปแต่รีสอร์ตต้องทำตามสัญญา