วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2567

นวนิยาย เรื่อง"เมตาพอร์ช"(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)ตอนที่ 453

          นวนิยาย

    เรื่อง"เมตาพอร์ช"

(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง)

ตอนที่ 453

เมื่อไบฟอนรู้เรื่องแล้วว่าการสอบเข้ามีอะไรบ้างก็สุขภาพไม่สมบูรณ์จึงตัดใจพักไผพักให้พอใจ แม้ทุนเขามีโอกาสเปิดกว้าง

ตามหลักมโนธรรม(conscience)

แต้ไบฟอนมองเห็นว่าสุขภาพต้องมาก่อน(first thing first)

จึงกลับเอทินคิดว่าถ้าเราไหวเราต้องทำโอ(ordinary certificate of education)ทำเอ(advance certificate efucation) มีสมัครสอบได้ด้วยทั่วโลก

เห็นเพื่อนบอกถ้าเราเรียนไหวเราก็ต้องทำตัว ที่เขากำหนดไว้ได้แน่นอนดนตรีกีฬา

ร่วมทั้งหหัดเป่าตูดเต่า(คิดฝึกเองนอกตำรา)ให้เต่าแข่งกัน แฃะอีกจิปาถะต้องหัดๆ เพราะกาเรียนต้องมีกิจกรรม

เมื่อมาคิดว่าที่เรียนที่เราขะคิดเข้านี้ มันใหญ่อลังการเกินไปมั้ยมันท้าทายไปหรือเปล่า

ไบฟอนมองเห็นว่า คณะไครส์เชิร์ต นี้มีบานกว้างมันโอโถ่งเงีบบสงบ มันเหมือนอดีตที่ตนเคยมี ตามทุ่งนาฟ้ากว้างและมมันไอสลูเจ็ดคือเงียบเหงาวังเวง( isolated) มันแต่อิฐและปูนเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเราไบฟอนชอบใช้ชีวิตอย่างนี้

เพื่อนชื่อคลูด(Claude=Frenchman)และฮอฟฟ์(Hoff =Germanfrienทถ้งสองคนมีแม่เป็นชาวอังกฤษ)dถามไบฟอนว่าน่ากลัวไหมที่นี่

ไบฟอนตอบว่าเพียง"อมยิ้ม"เป็นคำตอบ

ไบฟอนคิดว่า

"อันความคิดของคนเรานั้น

ใครๆก็คิดกีนไปได้

ส่วนมันจะถึงฝั่งแห่งความคิดหรือไม่

มันอีกเรื่องหนึ่ง

ถ้าไม่ถึงก็คิดมันเสียใหม่

ก็เท่านั้นเอง"


ไบฟอน(Byphon)ยังนึกไม่ออกบอกไม่ถูก

ว่าตนเองพาตนเองมาถึงที่นี่ได่อย่างไร

ก็ยกประโยชน์ให้เทพเจ้าแห่งลมก็แล้วกัในเมื่อยังหาคำตอบอะไรไม่ได้

ที่เป็นความจริงและถูกต้องได้

และ ถ้าพูดอะไรไปตอนนี้ที่ยังไม่แน่ใจ

อะไรในอะไร

ถ้าเมื่อคำตอบผิดๆหวิวจริงบ้างไม่จริงบ้างเพ้อเจ้อบ้าง เพ้อฝันไปบ้างถ้าลอยไปเข้าหูใคร เขาอาจจะทำเป็นไม่ได้ยิน

มันจึงไม่น่าจะมีประโยชน์เป็นโปรดักติวฟ์ได้(productive thoughts)จงสดุดไว้เพียงเท่านี้

การสอบอาจพลาดเส้นไม่มีที่นี่นั่น

เพราะการแข่งขันสูงทั่วโลก

ไบฟอนสำนึกเรื่องนี้ดีไม่มีอะไรตลกที่นี่

แน่นอนเพราะสถาบันนี้คือหนึ่งของมโนธรรมโลกที่ทุกคนยอมรับ

ไบฟอนก็กลับม่เอทินพร้อมความไม่ผิดหวัง

เพราะไบฟอนได้พื่อนใจและตรงจุดนี้

ทุกอย่างคงไปได้ดีชีวิตการเรียน

ที่ต้องแข่งกับเวลาและอายุ เพื่อนำมาอวดวิญญาณของบิดามสรดาที่สุวาซึ่งท่านตายไปแล้ว

และที่สำคัญคือท่านตาลอร์ดวินทาร์(Lord Winthar) ผู้ปลูกฝังชีวิตหลานคนโตคือไบฟอนนี้ขึ้นมา

แม้ท่านจะตายไปนานแล้วเช่นกัน

แต่"ความทรงจำยังอยู่"(the memory never lasts)

ไบฟอนเมื่อลงเครื่องสิ่งต่อไปก็คือ

ทำตัวเป็นนักโบราณคดีจำเป็นไปขุดหา

งานเขียนที่สคอว์ตชนทำทิ้งไว้ที่บ้านร้าง

อันเป็นบ้านพักผ่อนที่สองของท่านตานั้น

เอง และท่านก็ไม่เคยได้ใช้มันเมื่อได้รับมรดกมา จนกระทั่วท่านได้ตายไปและมรดกบังเอิญตกมาที่ไบฟอน

ทุกอย่างจึงเปิดฉากทัศน์ต่อไป

คือไบฟอนได้แบ่งเป็นฉากๆเป็นทัศน์คือเป็น(shot) ๆ

ที่บ้านปราสาทร้างนี้พบหลายอย่างที่น่าสนใจ

สำหรับไบฟอน นั่นคือวรรณกรรมตกหล่นที่ไบฟอนนิยามมันจากสคอว์ตชน(squatter)เขียนทิ้งไว้

และหายตัวไปแบบไร้ตัวตน

ทิ้งเศษนิพนธ์ไว้เหมือนนักปรัชญากรีกที่ทเงไว้เพียงเสี้ยวนิพนธ์ให้มนุษยชาติรุ่นต่อ ๆ มาจากภัยพิบัติสืบๆมาที่ไบฟอนไม่ขออธิบาย

แต่ที่พูดมันออกมาจาก

ที่ไบฟอนเคยเรียนกรีก(Greek)และโรมัน(Roman- Latin classic mythology)ในปฐมวัย

มันเหมือนนิยายที่กุแต่งขึ้น แม้เรื่องเมตาพอร์ชนี่จะเป็นนิยายประกอบฉากถ่ายทำเชิงสารคดี

แบบหนึ่งก็ตามแต่ เมตาพอร์ชก็เป็นและเป็นนวนิยายในตัวมันเอง ที่ไบฟอนนิยามมันเอาไว้

กล่าวคือต่อมาหลังการขุดค้นเดี่ยวไบฟอน ไม่อาศัยใครเลย เพราะเกรงใจ อารมณ์เกรี้ยวกราดเมื่อเหนื่อยของตนเองเกิดขึ้น

จะไผกระทบกระทั่งเขา ซึ่งแน่นอนมันไม่ดีแล เป็นเหตุผล

คือไบฟอนพบว่า

บ้านร้างเคฟิส(Keri's) นั้นเคยเป็นปราสาทร้างโบราณ

ชื่อว่า" เชวาชาโต"(Zhervaa Chateau )มันนานมากมาแล้วก่อน

ชื่อที่พบมาจากเอกสารโบราณคดีไบฟอนมิได้กุขึ้น

มันมาก่อน(คาร์บอน14"carbon-14"จะถูกนำมาตรวจแล้วจะแจ้งต่อไป

ที่เอทินมีกฎหมายต้องแจ้งเรื่องนี้ มีกติกาว่าจะเปฌนใครมาจ่กไหนล้วนไม่มีอภิสิทธิ์ในกฎหมายของเผ่าชนเอทินนี้ "ว่างั้น"

ซึ่งไบฟอนได้ทำไว้แล้วก่อนเริ่มดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย)

คือก่อนสมัยนั้นเห็นจะได้คือในตอนต้นยุคกลางเสียอีก ถ้าลายจารึกไบฟอนจะถ่ายแนบมาแสดงในเมตาพอร์ชอีกด้วย

คือทราบว่าที่ปราสาทร้างนี้มีเจ้าชายพระองค์หนึ่งชื่อพรินซ์ เรโซนาคร์(Prince ReSonark)

ได้ถูกฆาตกรรมที่ปราสาทนี้พร้อมคนรักเพราะท่านมาพบรักกับหญิงชื่อเกรเฟซีย มินซ์(Gracia "mins" คำนี้แปลว่าหญิงบ้านนอกคอกนา)ตามประวัติศาสตี์ กล่าวระบุว่า

อันที่จริง เธอ กราเซีย มินส์(Grazia mints) มีคนรักแล้วและต่อมาคนรักดิมของหญิงนั้นได้ลอบสังหารเจ้าชายพร้อมเธอ

ในคืนเกิดเหตที่หน้าเตาผิงไฟ(chimney) โดยคนรักเก่านั้นชื่อว่าสินิเมส(Sinimes)เขาไม่รู้ว่าคนรักใหม่ของหญิงรักของตนคือกราเซียมินซ์

ไม่พบชื่ออื่นนอกจากความลี้ลับนี้นั้นแต่พบว่าคนตายเป็นเจ้าชายมาก่อนท้ายสุดเมื่อตนเองคือฆาตกรมาทราบทีหลังจึงฆ่าตัวตายตามไปด้วยและเรื่องราวของปราสาทก็เพียงเท่านี้

ทันทีที่ไบฟอนพบเรื่องนี้ "พองขนหัวทันทีผมหมอยตนเองที่อวัยวะสืบพันธ์ุชายของตนเหี่ยวไปเลย" แต่ไบฟอนกินยาคุมสติรั้งความกลัวยาแก้กลัวหนึ่งเม็ดทันที (ยานี้ไม่มีขายในท้องตลาดเอทิยยกเว้นบ้านแพทย์เท่านั้น)

ยานี้จะถูกใช้เมื่อไบฟอนกลัวผีหลอกขึ้นมา)

ต่อมาปราสาทร้างกลายมาเป็นบ้านร้างตกทอดมาสู่ลอรฺด์วินทาร์(Lord Winthar) ซึ่งไบฟอนจะค้นหามาว่า"มันอย่างไรกัน"

และในการขุดเจาะเสาะหาแบบนักโบราณคดีวิธี(Archaeological method)นี้

นั้น และก็จะไม่เสียเวลาใรการเตรียมตัวเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยโลกแต่อย่างใดไม่ไบฟอนคิดประมาณการว่างงั้น

แต่ไลฟอนกลับสนุกและเอนจอย(enjoy)

และถือว่าเป็นประสบการณ์และเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพราะสรรพสิ่ง

มันมาจากต่อมเดียวกันของสมองซเลบรัม(celebrum special)ที่จะเรียนรู้อะไรๆได้หรืแไม่ของคนมนุษย์

ไบฟอนเชื่ออย่างงั้นและมันกลับดีเสียอีกเหมือนการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยงั้นคือดีเสียอีก เมื่อมีเหตุทำอะไรมีขีดความสามารถแบบทำอะไรได้เป็นตัวร่วมอย่างนี้

ไบฟอนชอบๆแล้วจะรายละเอียดตอนวาระต่อๆไปเมื่อไบฟอนพบเอกสารเพิ่มเติม

ในอดีตที่บ้านร้างหรือปราสาทร้างที่ไม่มีใครถูกผีห้ามไม่ให้ถูกแตะต้องจากใครเลย เพราะมันน่ากลัวทมันจริงมิใขานิยายประโลมโลกเรียกน้ำย่อใครคนที่อ่านพบเอกสารนี้เลย"ไบฟอนสารภาพ"

คือว่าบ้านนี้ทุกคนที่เอทินเชื่อว่ามีผีสิงอยู่จะมีก็แต่ตุ๊กแกและตัวแมงมุมเท่านั้นที่มีในบ้านหลังนี้อยู่ คือหลังจากที่เหตุฆาตกรรมเจ้าชายและหญิงบ้านนอกคนรักและสืบต่อๆมา

จนถึงมรดกหลายชั่วคนตกทอดมาถึงไบฟอน ไม่มีใครที่เอทิน

กล้าสนใจมัน

ตอนนี้นอกจากไบฟอน

ทุกครั้งไฟอนเข้ามาทำงานที่นี้

ไบฟอนจะมีอาวุธปืนกระบอกบำรุงขวัญเผื่อมีอันตรายเจองูจงอางหรือเจอผีจนฝันกระเจิง ยิงแน่ใข้มันแน่"ไบฟอนยืนยันกับตนเอง"

คือยาฉีดะยี้ห้อไบกอนไบเอร์(Bygon -Byer ของเยอรมัน)ติดตัวมาด้วยทุกครั้งเป็นอาวุธสำรอง

พบอะไรอีกไบฟอนจะมากล่าวเสนอต่อไป


  ตอนที่:454

ตอนนี้ที่เอทินหิมะตกสีของหิมะแห่งเอทินขาวจนขจีแสง เย็นหิมะจนลืมแหงนเท้อวฟ้าว่ามีสีอะไร

น้ำทะเลซัดไปมากระหน่ำเบาๆ

น้ำคงหนาวหิมะ

แต่ปลาไม่ตายลอยมาให้เห็กสักตัวเดียว

ตอนหิมะตกนี้อดพูดถึงไม่ได้

เมื่อยามค่ำคืนผ่านมาทีตรงกับจันทร์ส่องหล้าในคืนค่ำขึ้น

ทุ่งนานี้ดูสวนเย็นตาไปหมดที่เอทิน

ต้นข้าวนอนหมดแฃ้วตอนนี้

เมื่อหิมะตก

บ้านคนดูหลังคาสีขาวหิมะท่วม

จนอธิบายไม่ว่า

นี่มันสวรรค์หรือไร

เงียบมีแต่แสงไฟภายในบ้านแต่ละหลัง

ส่องประชันกันเงียบๆ

ไม่มีเสาและสายไฟเล็กสายไฟใหญ่พาดระโยงระยางไปทั่วจนเวียนตา

ทุกแห่งมีแต่ทุ่งบ้านห่างๆ

บางทีเสียงหมาเห่าหอนออกมา

เพราะมันหนาว

มันไม่เห่าโจรเพราะโจรสลัดหมดยุคไปแล้ว

จะเหลือก็แต่โจรแห่งความคิดและโจรแห่งความเงียบนั้นถ้าจะมอง

ไบฟอนไม่ได้ไแทำวิจัยในคุกช่วงนี้

เพราะดูตำราสอบวิชาสอบเข้ามหาวิทยาลัยนอกและดูแลมรดกแห้งๆที่ตนเอง

ได้มาด้วยความสุขใจยิ่งที่ได้มัน

โดยไม่ต้อลทำอะไรก็ถูกเทพแห่งสวรรค์ประทานมาให้

ไบฟอนขอขอบพระคุณเทพสวรรค์ในส่วนนี้

สิ่งที่ไบฟอนจะต้องทำ

ตอนนี้คือ

ไปบ้านร้าง(haunted house) ปราสาทร้าง(haunted castle) บ้านที่สองของท่านตาตนเองนั่นคือจุดหมาย

เพราะการได้ไปสืบค้นว่าสคอว์ตชนได้เขีบนอะไรทิ้งไว้ จะได้รู้ความจริงแห่งความจริงเพิ่มขึ้นว่า โลกในอีกมิติ ที่เราเป็นนั่น

มันมีอะไรอีกบ้าง

เชื่อว่ามันต้องมีอะไรดีๆอีกมากที่จะได้พบ

แต่เชื่อว่าคงไม่เจอซากศพที่อาบน้ำยา

ในที่ดินที่ตนเองขุดเจาะลงไปแน่นอน

ขอภาวนาเพราะถ้าเจอคงวิ่งกลับบ้านเอทินไม่ทันแน่นอน เพราะตนเองประสาทอ่อนเป็นโรคประจำตัว

มีแต่เหล็กชะแลวเท่าน้ันกับสติ

เหล็กแชลงนี้มันทิ่มแทงดินและหินลงไปได้ลึกสุดลึก แต่คงไม่ลึกนัก เพราะไม่ไว้ใจดินมันถล่มตรงเอทินนี้นักธรณีวิทยาบอกไว้ว่าเป็นเปลือกโลกติดน้ำทะเลซึ่งเป็นไหล่ทวีป สมัยก่อนมันแผ่นดินเดียวกันทั้งหมด แต่เมื่อน้ำแข็งขั้วโลกละลายแผ่นดินจึงแยกตัวเป็นทวีป ๆ ออกมา ที่"ไบฟอนเข้าใจ"


ตัวที่สองคือสติๆนี้ต้องมี ไบฟอนคนเดียวมาแบบนี้ถ้าตายลงตรวนี้ขณะนี้ศพคงรอการมารับนั้นคงอีกนานฉะนั้นจึงต้องระวัง

ภัยที่ไม่คาดหวังและคาดหวังมัรอบด้าน

การมาใข้ชีวิตแบบนี้ มันอันตรายกว่าการไปทำวิจัยมนคุกอีก เพราะในคุกถ้าไบฟอนตายลง ศพจะถึงหมอทันทีเพราะว่ามีคนคุกเห็น

งูสัตว์พิษอื่นมากมายเชื่อว่ามันต้องมี

เพราะที่บ้านร้างมีนิเวศน์เป็นใจเป็นฟู้ดเวบ(food web) อย่างดีเหมือนที่ป่าอเมซอน(amazon)เป็น

ชะแลงขณะขุดยาวท่อนเมตรครึ่ง

ถ้าการถลำแชลงแต่ละอึดครั้ง

มิ่มดินเข้าไป

ด้วยแรงกดไหน แบบต้องชักถือขึ้นถือจับชักลง

ถ้า

หัวชะแลงมันมาโดนหน้าออกหรือโดนร่างกายของไบฟอน

แน่นอนเจ็บแน่

ต้องระวังและสติกัยมันทุกเมื่อ

สถานการณ์ตอนนี้กับไบฟอน

มันเหมือนโจรเข้าขโมยของในบ้านร้างเป็นสภาพ

เพียงแต่นี่ตนเองเป็นเจ้าของมีความเชื่อมั่น

ว่าไม่ได้มาแอบทำผิดอะไร

หรือแอบเอาคนตายมาฝังไว้

เพื่ออำพรางคดีใดๆ

แต่นี้ไบฟอนมาแบบมีสิทธิ์เต็มที่

และสติเต็มที่

ไบฟอนจะขุดจะทำอะไรเต็มที่เป็นเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของโฉนด

แต่ว่า

การไม่มีอะไรผิดแบบนี่

ตัวนี้จะมีอันตรายเช่นกัน

คือมันจะทำอะไรคนจะลืมตัว

เชื่อมันตนเองมากไป(over confidence)

ได้คือมีกำลำพลังใจจนเกิดอุบัติเหตุได้

ไบฟอนระวังมาก

บราโว(bravo คำอุทานตกใจดีใจภาษาอิตาเลียน) ไบฟอนพลั้งอุทาน

ชิ้นแรก!ครับท่าน

มันห่ออยู่ในกระดาษพลาสติคแข็ง

ไบฟอนพลั้งอุทานออกมาไม่รู้ทางโลกวิทย์เขาเรียกว่าอะไร ไบฟอน เป็นคนมีนิสัย

ไม่ชัดเจนอะไรมนสิ่งใด

จะไม่พูดไม่เขียนออกมา

เพราะถ้าผิดแล้วไม่ดีเป็นบาปและไม่มี

มโนธรรม เป็นซิน(sin)

มันไม่รู้ว่าเหมือนหม้ออวัยวะลับปกปิดเสมอของผู้หญิง ถ้าตนเองไปคลำถูกที่เข้าใรที่มืดๆ

มันจะรู้ทันทีเลยว่านี้หม้อ(โยนี)ผ๔้หญิงเพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์

ที่ผู้ชายชอบและผู้หญิงโปรดให้คลำ

ถ้ามันลงตัว ตรงจุดนี้ เพราะถ้ามั่วมันป็อาญา

มันเป็นซองแนิดหนึ่งน่ะชิ้นแรก

คิดว่าขุดไปเสียเวลา

มันเป็นซองเปื้อนดิน

และฝั่งนานมาแล้ว เพราะมีปลวกพยายามจะเข้าไปกัดกินสิ่งของที่อยู่ในพลาสติกให้ได้แต่ไม่สำเร็จแสดงว่าอาจจะมีสารเคมีเคลือบไว้

ไบฟอนสันนิษฐานว่า

คนที่ทำแบบนี้ต้องเป็นสควอต์ชนชั้นปัญญาชน รู้จักใข้สิทธิพิสดารเหนือกฎหมายและกาลเวลา และมีอุดมการณ์และนโยบายอะไร

สักอย่าง

ไบฟอนดูต่อไปตั้งขอสังเกตต่อไป

และจะเฉลยว่าทำไมจึงขุดตรงนั้นตรงนี้

ทั้งที่ไบฟอนมิได้สมรู้ร่วมคิดหรือสมคบคิด(conspiracy)อะไรับพวกสคอวต์ขนเหล่านี้ และไบฟอนก็พึ่งจะมารู้ว่า ท่านตาลอร์ดวินทาร์มีบ้านซ่อนมนอดีตไว้จนเปิดพินัยกรรม

จึงได้ความจริงนี้ แม้รู้แล้วก็ทิ้งระยะห่างไว้ถึง3ปี

เพราะไบฟอนไม่มีทรัพยากรเวลา(timing resources )แต่ไบฟอนมีความคิดเรื่องการบริหาเวลา (timing administration) เพราะเคยเรียนมาในมหาวิทยาลัยอื่นอีกช่วงหาทำ โอ-เอ เนตเอกแศม('O"and"A"net exams certification )

มรดกที่ไบฟอนได้รับเป็นมรดกแห้งไม่มี

เงินสดเลย เพราะอะไรจะเปิดเผยต่อไป

เมื่อพบเอกสารหลักฐานยืนยันแล้ว

แต่ถ้าจะเอาเงินสดต้องขาย

มรดกที่ได้แต่ไบฟอนตัดสินใจไม่ขายสักชิ้นเดียว เก็บไว้ดูเก็บไว้เป็นอนุสรณ์กับท่านตา

ที่ตนเองมีชีวิตร่วมสมัยวัยเยาว์

เพราะไบฟอนมีคติพจน์ว่า

เงินๆทองๆเป็นของนอกกายไม่ตายคงหาได้

แต่ของมรดกที่ที่มีค่าทางจิตใจมันอมตะสำหรับตนเองถ้าขายไปมันหาอีกไม่ได้ถ้าขายไป

จึงงดขายเคยขายและทำเพราะช๊อต(short)จำเป็นเงินและภาวะที่พบต่อมาคือขาดทุน และต่อมาผิดสัญญา

และมุปมทับซ้อน ซ่อนเงื่อนที่ไบฟอนคิดไม่ถึงสาก่อนและเพราะสงคราม และปัญหาอื่นๆอึกกอร์ป(corp)ด้วย

สร้างปัญหามากมาย ต้องขึ้นศาลอนุญาโตตุลากาล(heuristic court of compromization cases)ไกล่เกลี่ยสัญญาพิสดาร และศาลลับเชิงจิตวิทยาเพื่อขอความนิติธรรม(juristic prudenc)ให้บังเกิด

ผลคือช้ามากนับแต่นั้นมาจึงงดขายมรเกทุกชนิดแม้จะอดตายก็ยอมเก็บรักษามันไว้และมีนัยถาวรเพื่อมนุษย์ชาตรุ่นหลัง ที่มิใช่ทายาทตามนิตินัยและพฤตินัยงปัจจุบันที่เอทินมลรัฐตราไว้

ตกลงเมื่อพบเอกสารที่ขุดพบบางส่วนแล้ว

จึงต้องพักเอกสารไว้ในที่สงบเพื่อสัวเกตพฤติการณ์ของเอกสารเก่า จากแผ่นดินที่ขุด เพราะไบฟอนไม่ทราบวันฝังวันเกิดเหตุ

อาจจะทำมาก่อนสมัยท่านตาลอร์ดวินทาร์ได้รับมรดกตกทอดชิ้นนี้มาก็ไ

ด้

ตกลวไบฟอน

พักเอกสารไว้ในห้องแอร์สามเดือน

ก่อนจะแกะอ่านต่อไปเรียงบรรทัด

เรียงความคิด และไบฟอนไท่อรุญาตให้ใครมาเข้าร่วมในการนี้ด้วยอำนาจที่ตนเอง

เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล

หรือถ้ากรมศิลและโบราณคดีของเอทิน

มาขอรับช่วงอันนั้นก็อีกเรื่องแต่เชื่อว่า

คงไม่เกิดขึ้นเพราะเปลืองบประมาณของรัฐเพราะอันนี้มิใช่พับลิค(public)แต่เป็นไปรเวท(private)

ที่คิดๆเป็นอื่น

จึงตกไปในครานั้น..

คืนนี้ไก่ขันตอน 23.05 (11P.M=post meridian)นาฬิกาคืนนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น