เรื่อง"เมตาทอร์ช"(Metatorch)
(บางฉากของทัศน์ มีสารคดีเชิงถ่ายทำชีวิตที่ผ่านเลยไป ประกอบนวนิยายบ้าง และนิยายนี้เป็นนิยายอาหารทางความคิด(the food of thoughts)'อ่านด้วยวิจารณญาณ'
ตอนที่455
เคมินยืนยันนิยายนี้เป็นนิยายเชิงสารคดีจริงแฝงไปด้วยสัจธรรมนิยม(ความจริงของชีวิตและปรากฏการณ์)(อะไรที่อ้างมาในบริบท
ของนิยายทัศน์ทุกฉากที่
เป็นสารคดีเขิงประวัตินุกรมหรือภาพยนต์
จะใข้เฉพาะเป็นคุณต่อบุคคลและสถานที นั้นเท่านั้น)
) แต่มันก็ยังคงเป็นนวนิยายตามเจตนาของเคมินก่อนเคมินหายตัวไป
ตายในทะเลลึกหรือว่าถูกฆ่าปิดปากหรือเป็นอะไรยังหาข้อยุติมิได้
จนบัดนี้เคมินก็ยังคงหายสาปสูญไป
นับจากไปเขียนนวนิยายและฝังไว้ที่ปราสาทร้างเอทินของท่นลอร์ดไบฟอน ขณะที่เคมิน
เป็น'สควแตเตอร์ชน'(squatters ) ตอนยุคนั้น
สำหรับนิยายนี้บางตอนเป็นสารคดี บางตอนแต่งขึ้นเพื่อสาระแห่งความบันเทิง
ปกติเป็นนิยายชนิดหนึ่งที่ตนเคยไปร่ำเรียนมาในประเทศอังกฤษ
และไปจบที่ปารีสขณะพำนักในประเทศฝรั่งเศสตามคำเชิญของเพื่อนรักที่ชื่อ จีนพอล
แคนเทรล(Jean Paul Cantrelle)Pitres Normandy regional province nearby)
ที่มีนักอ่านเป็นอดิเรก(hobbies works)ที่เคมินเชื่อว่าประเทศอังกฤษมากที่สุดในโลก
แต่พบว่าเอกสารการนิยายนี้มันถูกเปิดเผยออกมาหลังท่านลอร์ไบฟอนไปขุดพบเอกสารนี้ที่ปราสาทร้างผีดุของท่านที่เอทิน และสนใจอย่างมาก เพราะท่านลอร์ดไบฟอนก็เป็นนักอ่านตัวฉกาจ "มาถึงกันได้อย่างไรเป็นคำถาม"
คำตอบคือเคมินตอนนั้นใช้ชีวิตสคออเตอร์ชน(squatters)'ปรัชญาชีวิตชนิดหนึ่ง
ของคนมีปัญหาชีวิตและอยากมีที่อยู่อาศัย
ดีๆให้สอดตล้องกับชีวิตยุคอภิวิวัฒน์
บังเอิญตัวอย่างคำพิพากษาของเอทินและสากลจุดหนึ่งกล่าวว่า "เสรีภาพแก้ขัดทางสังคมอาจมี แต่ต้องทรงไว้ซึ่งความเป็นอารยะ ที่ไม่ขัดต่อ"ความสงยเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงามของประชนในรัฐเป็น
เป็นหลักการ
นั่นคือว่า'บ้านใดว่างทอดทิ้ง
คนมีปัญหาอาจเข้าไปยึดพักอาศัยได้ จนกว่าคนเสียหายขอคำสั่งศาลขับไล่ออกไป'
ขณะเคมินหนีออกจากบ้านเพราะถูกพ่อ
ตีเจ็บเพร่ะเคียดแค้นที่แม่ขเคมินได้ตัดสินใจแยกครัวไปเข้าโบสถ์เป็นนาง เคมินคิดว่านี่คือซิมทอมส์ของพ่อเป็นให้พ่อต่อมาเป็นพ่อมดเดเฟีย หลังการตายของพ่อแต่ศพที่ฝัง
แบบฮวงจุ๊ยของคนจีนนั้นเคมินในการจัดศพท่านผู้พ่อเทกระจาดจากกระเป่าตนเองซื้อโลง
"โลงคอหมู"แบบจีนวัฒนธรรมไม้จำปาอย่างแพงอย่างดีให้สมเกียรติพ่อที่ไม่ได้อยู่กับพ่อเป็นเวลานานนับจากหนีท่านมา รำลึกถึงวัรที่ท่าส่งเข้ารรพับลิกสกูลตามคำสั่งของท่านตา"คุคิ"
จน"โลงคอหมู"อันแสนแพงนี้เองที่เป็นเหตุ
เดเฟียถูก"นิกแนม"ให้เป็นพ่อมดโดยเคมิน
กล่าวคือโลงคอหมูเป็นเหตุให้เกิดโจรกรรม
คนใจบาปคิดว่าศพนี้มีฐานะจึงจุดเอาโลงคอหมูไปขายราคาแสนงาม เพราะไม้จำปาเป็นไม้หายาก ที่เชื่อว่าป่าชายแดนพม่าแถวทาง
ด่านสะดวกช่องเมกที่เขตชายแดนนี้
ระหว่างประเทศสยามและพม่าฝั่งตะวันตกของซีกโลกทวีป การลักขุดโลวตำปา
ล้ำค่าและของมีค่าอื่นๆอีก ทีจริงตอนพ้อมดเดเฟียตายลง อยู่ใรสภาพ
"รวยแต่เขือบุคคล"แล้วตอนก่อนตาย
เดเฟียเป็นหมอดอย(หมอผีมัดตราสังคนตายใส่โลงผีทำพิธีกรรมจัดวานศพและเคารพกราบไหว้และการไหว้ศพ)เดเฟีนทำแบบจิตอาสาไม่เอาค่าจ้าง เพราะตนกินเจและเคยเป็นซิงแซของโรงเจกะเทเบ อันเป็นที่ฝั่งศพ
ของเดเฟียนั่นเอง ตอนฝังทุลักทุเลมาก.เพร่ะงานศพจัดควรเป็น7-8คืนแต่จัดได้เพียง
2คืนต้องหยุดชะงักลงเพราะเคมินทายาทคนเดียว ได้มองเห็นว่าอาจมีเหตุร้ายเกิดขึ้น เพราะมีหลายเขยคนหนึ่งคือ "พเน"ได้พกอาวุธมาในงาน
'เคมินจึงสังระงับงานศพเพื่อรอจัดใหม่
จึงให้นำศพของเดเฟียไปฝั่งที่สุสาน"กะทะเบ" ที่เดเฟียได้จองและซื้อที่ดินหนึ่งหน่วยพอแก่ตนเองและแม่มดดาเลียในการนอนตายไว้ในวาระสุดท้ายแห่งของชีวิตเอาไว้
"แพงมาก" ที่นอนตายจุดนี้
แต่การค้าของเดเฟียและดาเลียที่พุเพดีมากจึงตอบคำถามนี้ได้
'เคมินคาดว่าถ้าเคมินตายไม่เสียก่อนๆที่ศพจะเดเลียและดาเลียจะนำมาประกอบพิธีอีกครั้ง
ก็เท่านั่นเอง
หากเคมินไม่ตายดายเสียก่อนเพราะเคมินก็มีคนมาเฟียแห่งเพเกาและหน่วยอื่นคอย
ปองร้ายมาก
เพราะเคมินมีทรัพย์ติดอันดับมากกว่าเพื่อน
ที่เพเกา
สรุปรวยและแต่มัน'รวยแต่เขือของเคมินยั้นมีเยอะมาก'
ว่างั้น"
เอทินนี้มิได้เป็นประเทศเดียวกับสยาม
เคมินสมมุติให้เอทินเป็นเกาะลอยไปลอยมาได้กลางทะเลลึกด้วยแรงโน้มถ่วงชนิดพิเศษ
คือแบบบ้าน"ลอยแพ"หรือ'เรือนแพ'
หรือ"เกาะน้ำแข็งหิมะ"แต่เคมินผ่านไปผ่ามา
เพราะชะตากรรมและชีวิตเคมินมันเอื้อให้เนื่องจากว่า แม่มดดาเลียเป็นคนมีสัญชาติ
สยามได้ส่วนพ่อมดเดเฟียนั้นมีสัญขาติจีนแผ่นดินใหญ่(จีนแดง)
แต่เคมินไร้สัญชาติ"stateless status by United Nations high commissioner for refugees 'UNHCR' code"
และเคมินตกสภาพบางครั้ง ตนเองมี2สัญชาติ3สัญชาติ แต่ตามกฎหมายเอทินกำหนดว่าคนมีเพียง1สัญชาติเท่านั้น
ส่วนนักล่าสัญชาติจะคิดต่างออกไปก็คิดเอาเอง "กฎหมายไม่สน"กฎหมายขออย่าทำผิด ปรากฎออกมาก็แล้วกัน
ผลคืแไม่มีหญิงใดม่ข้องแวะเคมินเลย
เพราะผู้หญิงไม่ชอบคนหลักลอยหลายสัญชาติ
แต่เคมินพบว่าตรงกันข้าม "แปลก"
เคมินมีคนรักมากมายจนปวดหัวรับไม่ไหว
เพราะ"ปกติมนุษย์นั้นมันก็คือรักเดียวคนเดียวใจเดียวเท่านั้น"
นิยานนี้ไม่เน้นการตีตลาดการขายหรือการล่านักอ่าน
เพราะนักเขียนใหญ่อย่าง
กรณีนายอาจินต์ ปัญจพรรค์ได้ตายไปเสียแล้วในสยามประเทศ
แต่เคมินมีก็เเฟซบุ๊กและสื่อๆ'นี่ละเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อการเข้าถึงตลาดได้
มีการติดตามการอ่าน กำลังใจของการเขียนจึงได้เกิดขึ้นมาให้นิยายนี้ปรากฎบนบรรณพิภพนี้แล
แต่เน้นเป็นอภินันท์ให้วันเกิดเพื่อน
ใน"เเฟซบุ๊ก" (facebook)เป็นนโยบาย
และเคมิน เป็นคนพิการเทียม
ไม่มีอะไรทำ ก็ทำเขียนหนังสือนี้แหละดีเพราะ ศิลปะชนิดนี้ไม่สูญสลายและตกหล่นไปหลังการตายของตนเอง
โลกยุควิวัฒน์เป็นโลกที่เคารพสื่อเป็นชีวิตจิตใจ
ธรรมดาไม่มีใครทำกัน และกรณีเดเฟียตอนมีชีวิตอยู่เป็นคนดี คนรัก
ให้กับให้และมีผลประโยชนฺ์มากมายแต่ต่อมาเคมินพบว่าเป็นศูนยฺ์และเป็น"ซิงแซ"(ครูหมอ)ประจำตระกูลเศรษฐี
ใหญ่แห่งเพเกา ที่รู้จักกันมาแต่สมัยเศรษฐีท่านผู้นี้เป็นจับกังแบกกระสอวของหนักขึ้นรถไฟตู้(ตญ) เพื่อส่งเข้าสถานีรถไฟในกรุงเอทิน
ที่สถานีเพเการถจักรไอน้ำ(steam engine train or locomotive)วิ่งไปมาวันละ2เที่ยวเทียวไปและเที่ยวกลับ
ทุกคนมีความสุข
กล้วยทอดเจ๊ปากแหว่งชื่อเมื่อ
แกเร่ขายกล้วยทอด
เมื่อเคมินไปตลาดเพเกากับน้า'กิมจิ'ส่งมะพร้าวแห้งปอกเสร็จพาไปตลาดที่โรงโกดัง(godown)ตาแป๊"หัวล้าน"
กิมจิกับเคมินนิ้วมือจูงกัน น้ากับหลานสองคนเดิน
จะแวะซื้อกล้วยทอดของแกกินที่สถานี
พร้อมน้ำหวานเย็นหนึ่งถุง
ที่สถานีเพเกาจึงเป็นตลาดจำเป็นไปในตัวตอนนั้น
ตอนนั้นทุกครั้งที่เรากับน้าเป็นเพื่อนกัน เพร่ะบ้านเพเกาไม่มีใคร โดยสภาพพากันไปตลาดด้วย"ล้อเทียมควาย"(ล้อคือทำด้วยล้อไม้ทั้งแผ่นเป็นล้อ
"ล้อ"ไม่ประณีตล้อเหมือนเกวียนล้อใช้ควายตัวเดียวเทียม ควายตัวนี้ชื่อ'เองิ'
จดหมายมาจากกรุงเอทินและทั่วโลกที่ ส่งมาเพเกา ตอนยุคนั้นไม่มีบุรุษไปรษณีย์
ไปส่งตามบ้านในหมู่บ้านเพเกา
และที่ส่งเข้ามากับรถไฟไอน้ำ ที่ประดิษฐ์โดยชาวสก็อต(Scotch)
จดหมายทุกชนิด มันมาจะรวมไว้ที่สถานีแล้วใครมาตลาดเพเกาก็จะมาดูและเปิดเอาคัดเลือกเอาเองที่ตู้รอมารับเปิด24ชั่วโมง(posta officel service in lieu)
ถ้ามีจดหมายไวแบบโทรเลข(telegrame)ก็ใช้สถานีเป็นแดนรับส่ง จดหมายหบ่ยฉบับจะมีมาถึงตาคุคะของเคมิน
มีฉบับหนึ่งเป็นตดหมายเอกสารแบบวรสา
รหรือนิตยสารมีนิตยสารเด็กกำพร้า
ตาคุคิบอกรับ เอกสารนี้ประจำ ตาต้องเป็นสมาชิกเสียเงินบอกรับ
เชื่อว่าตาคุคิคงวางแผนอยู่ในใจ
ว่าจะ
ส่งเคมินไปไว้ที่โรงเรียนบ้านเด็กกำพร้าที่
เมือง"นาดน" ซึ่งไกลจากเพเกา200กิโลทางทิศเหนือ
เมตร หากตาคุคิพบว่าชีวิตสมรสระหว่างดาเลียและเดเฟียยังคงแตกเร้า
คือชีวิตแต่งงาน(marriage status)
ระหว่างแม่มดดาเลียและพ่อมดเดเฟียจบลงด้วยการหย่าขาด
เคมินไม่รู้สิ่งในใจนี้ของตาคุคิมาก่อนเพราะเด็กไร้เดียงสา(naive)
จนอายุวัยสนธยาแล้วของเคมิน ต่อมาเคมิเดินทางมารับมรดกถึงรู้
จึงนำเหตุการณ์อดีตนี้มาวิเคราะห์(analysis)
วันนี้หิมะ(snow)ลงอากาศหนาวเคมินจึงเขียนนวนิยายได้เยอะมาก เพราะอารมณ์ดี
ที่สถานีเพเกานี้คือที่ตายของน้า'ลุลี'อันเป็นน้าสุดที่รักของเคมิน และแกถูกยิงตาย ด้วยปืนของกำนันบาวาแห่งเพเกา
ข้อหาสงสัยขโมยไม้ธูปเกวียนของอ้ายฉำฉี
ปืนที่ยงพุ่งเป้าไปที่มือของน้าลุลิ
แต่ปินยิงพลาดเป้าโดนอกของน้าอกน้าลุลิตายคาที่
ตรงหัวใจพอดี ตายที่ใต้สะพานดำสถานีเพเกาประวัติศาสตร์จารึกไว้ เพราะสะพานดำ
สถานีเพเกาเคยเป็นสะพานลำเบียงอาวุธสมัยสงครามโลกกำนันถูกจับติดคุก2ปีฐานทำเกินกว่าเหตุ ที่ยิงนายลุลิตาย
ศพนายลุลิเป็นศพผีตายโหง
เเละเป็นศพแรกที่ท่าน"นิเน"ยายของเคมิน
อนุญาตให้นำมาจัดงานศพที่บ้านเพเกาได้แทนการพาไปทำที่วัด
ปกติผีตายโหงห้ามนำเจ
ข้าบ้านนี่เป็นวัฒนธรรมที่เพเกา
หลังจัดงานศพลุลิเสร็จบ้านเพเกามีแต่เรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น
อาทิเช่น มีงูเห่าตัวใหญ่ เลื้อยจากภูเขา
มาพักที่ใต้ถุนบ้านเพเกาต้องทำพิธีจุดธูปไล่มันไปแทนการฆ่ามันและนำมาปิ้งย่างกินเสีย
ต่อมาการไบ่ปบเำฉีดน้ากิมริไปขืนใจใรป่าพรุแต่ไม่สำเร็จเสร็จกิจเพราะมีดงอของ"นิเน"
ยายเคมินตามมาทัน
เกิดพานสูร (สุริยคราส)พานจัน(จันทร
คราส) ตลอดเวลาเพเกา
และต่อมาท่านตาของเคมินนำเคมินไปเจ้าพับลิกสกูล "ติระ"(public school= รร.ราษฎร์)ที่พรุพริกับเดเฟียซึ่งมีร้าน
ขายก่วยเตี๋ยวที่นั้นก๋วยเตี๊ยวของเดเฟียขายดีมาก "พรุพริ"เป็นเมืองท่ามีโจรผู้รเายชุกชุม หัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหาร"นายพลสะตือ"เคยเดินทางมาตรวจเมือง
มาดูความสงบที่พรุพรินี้
ไฟไหม้ตลอดเวลาที่นี่เคมินอยู่ที่นี่4ปี จนหนีเดเฟียออกไปสู่โลก
กว้าง
ร่อนเร่พเนจรไป
จนได้พบสัจธรมใหม่อย่างปลอดภัย
ไม่ติดคุกคิดตารางเพราะเคมินมีมโนธรรม
มั่นคงที่ท่านตา"คุคิสอนมา
ลุลิเมื่อศพเผาเสร็จ
การสอบสวนว่าลุลิขโมยไม้ธูปเกวียนเกิดขึ้น
ว่าจริงหริอไม่ ก่อนถูกกำนันโบบิแห่งเพเกายิงตาย เคมินไปต่างประเทศไม่ได้รับทราบข้อยุตินี้แม้20ปีผ่านไป
แต่ลูกสาวของลุลิชื่อบาบิ
ได้ทำกินจนรวยเป็นเศรษฐินีสวนยางแล
ะปาล์มต่อมาคือยางพารา200ไร่ ปาล์ม1000ไร่
' บาบี'มีศักดิ์เป็นน้องสาวของเคมิน
ชนิดลูกพี่ลูกน้อง
เมื่อเคมินตกยากตอน
มีงานผิดหวังในโครวการณ์บ้านซ่อนของท่านทาวเวอร์
เคมินได้มายืมข้าวสารหนึ่วกระสอบ
ทุกๆเดือนที่เคมินยังมีปัญหาการเงิน
ตลอดเวลาที่มีตลอดไปนอกนั้นเคมินไม่ยืม
เพราะกลัวเสียเกียรติและหน้า เคมินกลัวเขาจะดูถูก
กระสอบบรรจุหนักกนะสอบละ5กิโลกรัมทุกๆเดือน
จากบาบินี้เอง
เรื่องอื่นเคมินไม่คยยิมและ
สื่งของใดๆ
แต่เคมินเป็นหนี้บาบิ3,000 เอมินเมื่อตามทวงหนี้
30,000จากลูกสาวเพื่อนรักของแม่ที่มีอาชีพเป็นครู
แต่เคมินผิดหวัวแม้มีสัญญา ต่อมาเคมินต้องมอบอำนาจให้ทนายที่ต้องฟ้อง
เอาแบบมีดอกเบี้ยทบต้น
บาบิบอกว่า "ชาติหน้าตอนเย็น"จะได้คืน
เคมินตอบบาบิกลับว่า'ชาตินี้ตอนสาย'เหตุผลคือ
บ้านเมืองเอทินมีขื่อมีแปมนุษย์พ้นยุคเหล็กมานานแล้ว
เบบิ"อมยิ้ม"
การยืมเงินเบบิ3000เอทินนี้
ค่าธุระเตรียมการ
เพราะต้องนำศพเดเฟียมาทำอีกครรั้ง
แต่ไม่ราบรื่นเพราะเงินน้อยมาก
ค่าขุดศพแทบจะไม่พอ
และผัวของเบบินี่ก็คือ"นายแพะล"นั่นเองตอนนี้ตายไปแล้ว
"แพละ"พกปืนลูกโม่
มาในงานศพของเดเฟียอันเป็นเหตุไม่เป็นมงคล
ให้งานศพคืนนั้นนี้ได้ถูก
เคมินสั่งระงับปิดงาน
ไปจนกระทั่งบัดนี้
การจัดการศพเดเฟียมาทำพิธีใหม่
ยังคง
มีปัญหายืดเยื้อ(protectorate )ต่อไปนั่นเอง
เบบิกับเคมินรักใคร่กันดี
ส่วนเรื่องการพึ่งพาทางการเงินกับเบบินั่น
มันไม่ใข่วัฒนธรรมของครอบครัวบรรพบุรุษอย่างท่านนิเนและท่านตาคุคิแห่งเพเกาได้อบรมสั่งสอนลูกทุกคนที่เกิดมาในตระกูลนี้
ไม่เคยมีการละเมิดสิทธิในเครือญาต
กันในทุกกรณี
หากใครมีก็ถูกตัดมรดกเป็นสำคัญ
"เบบิกับเคมิน"
ถึงแม้จะเป็นพี่น้อง
คลานตามกันมาและมีนิติสัมพันธ์กัน
อย่างยิ่งยวดก็ตาม
และดาเลียและเดเฟียที่เคยมีพระคุณอันใหญ่หลวง(working supports and financial fund through asset capitalization and net work)
ต่อเบบิและนาย"เเพละ"ในยุคตั้งตัวก่อนจะได้ที่สวนยางพาร่200ไร่แ
ละที่ปาล์ม1000ไร่นั่นมาครอบครอง
หน่วยลัทธิขอกินบ้างแห่งเพเกา
จ้องมองดูเบบิตาไม่กระพริบ
ขณะที่'เบบิ'มี
หมานอกแสนดุมีปืนประจำบ้าน
และมีลูกสาวคือ 'เจจิ' ที่จบกฎหมายเป็นทนายความอี
กต่างหากพร้อมลูกเขยชาว
แคนาดา(Canada)ตะวันตกอีก
เบบิถือว่าเงินที่มี รายได้ที่รับ จากการรวยกว่าเพื่อนที่เพเกาของตนเอง
"เบบิย้ำว่า"
เพราะที่มีตามตาเห็น
เท่าที่ทำไม่เคย เบบิไม่เคยกู้ใครมาทำมาเอง
ด้วยมือทุกอย่าง ต่อยอดมาเอง
และ
จ่ายภาษีที่จ่ายไปจริงตามเนื้อผ้า
และภาษีสังคมและการเอิ้ออาทรในอดีตนั่นเพียงพอแล้วสำหรับคนเพเกาและ
พวกลัทธิทขอกินหน่อย
ถ้ามีการปล้นกันอีก
"เราก็ต้องสู้กัน"
เบบิกล่าวกับเคมินอย่างนี้
ตอนนี้บ้านเพเกาแห่งอดีตอันเกรียงไกรของเนนิและคุคิ จะมองดูได้ก็ที่'เบบิ'นี่เอง
ส่วนเคมินนั่นตกรอบไปแล้วหลังดาเลียและเดเฟียตายลง เคมินเหลือศักดินาเทียม ปริญญาโท ความหลังันตราตรึงและความเป็นพี่ใหญ่ใรตระกูลที่สืบทอดกันมาที่เหลืออยู่ตอนนี้อย่างเดียวเท่านั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น