วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ตอนที่. 57 "นกและตั๊กและผีเสื้อแดดและตัวทักทาย" - ดอกไม้ หรือแมลงหรือตั๊กแตนแฃะตัวทักทาบหรือแมงอะไรเป็นพิเศษสักอย่างในวันรุ่งขึ้นก็เป็นได้ หรือรอหสกินในพื้นที่ใกล้เคียงมันเป็นฝูง มันต้องนัดกันมาแน่ๆเพราะนกมันก็มีสังคมของมันเองได้ มันไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ เพียงแต่นกมีปีก แต่มนุษย์ไม่มี สงสัย! แต่ทำไมมันจึงชอบพูดคุยกันตลอดเวลาไม่ว่ากลางคืนหรือกลางวันนี่คือสิ่งที่ตนเองพบ และคนก็ไม่เบื่อฟังเสียงมันแม้มันจะทะเลาะกันก็คนฟังเป็นเสียงเพลงไปหมด หรือเหมือนพวกนักการเมืองในสภาทะเลาะกัน เพื่อผลประโยขน์ของประชาชนนี้ มันก็นับว่าเป็นเสียงเพลงแห่งเสรีภาพและแห่งระบอบประชาธิปไตยน่ะ ถ้าสงครามในเมืองมนุษย์เป็นสงคราม เหมือนเสียงนกทะเลาะกัน ที่ตนเองจึงคิดว่า ก็คงจะดูดีมิใช่น้อย ท แทนสงครามกับน้ำตา ที่ตนเองคิดว่าไม่เหมาะ นอกจากเหตุสุดวิสัย ที่ผีอาวุธสงครามมันกระดิกต่อสู้กันเอง ด้วยจิตวิญาณของอาวุธที่ผลุดเกิดขึ้นในตัวมันเองมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็น้อยโอกาสนักที่จะเกืดนะ่ เพราะขึ้นชื่อว่าสงครามนั่น "มันแสนที่จะแพงและหาค่ามิได้""ตนเองได้แต่ขอวิงวอนภาวนาว่า"จงอย่ามี"เถิดสงครามขึ้นเลยในทุกกรณี แม้จะเป็นสงครามในสันติภาพ หรือสันติภาพในสงคราม และจะเกิดขึ้น ก็ขอจงเป็นเหมือนดั่งพฤติกรรทของนกทำเถิด"ตนเอง คิด-คิดไป"อย่าง คนไร้เดียงสาการณ์ เพราะตาเองไม่มีอาวุธอะไร ที่จะไปพูดห้ามหรือส่งเสริมให้เกิด มิติแห่งสงครามและมิติแห่งสันติภาพนี้ได้ นอกจากการวิงวอนและภาวนาและ ขอได้มีโอกาสฟังเสียงนกร้องเพลงให้ฟังต่อไป แม้นกจะทะเลาะกันเป็นเสียงเพลงก็ตาม สำหรับตนเองขอได้นั่งดื่มกาแฟร้อน หรือน้ำชาเย็นในระหว่างการฟังไปด้วย. เพียงเท่านี้ตาเองก็ถือว่า"ตนเองมีความสุขมากแล้วในชีวิตนี้"ตัวเองคิดว่าในโลกเรานี้ มีกฎหมายอยู่ อะไรผิดไปบ้างถูกไปบ้าง ถ้าคนเราตายลง ขอให้กฎหมายดูแลชีวิตของคนเราต่อไปผ่าน พินัยกรรมของเราหรือหนี้สินของเราให้กฎหมายแทนเราแทนการขัดแย้งกันด้วยพลังกายและอาวุธปืนหรือด้วยหมัดและกระสุนปืนเถิดและให้ทุกชีวิตเป็นดั่งรากหญ้าเถิด เมื่อกฎหมายทำอย่างงัยนั่นคือพืนัยกรรมของเรา ถ้ากฎหมายข่วยได้น้อยกรณีของเรา ก็ให้วัฒนธรรมและวิถีประขาพูดแทนเราได้ นี่ขอให้ถือ เป็นอมตะ" นี่คือปรัขญาแม่บทแห่งนิยายถนนศิโลเมนี้""ถนนศิโลเมนี้เป็นหนังสือพิมพ์แล้วมีความยาวถึง300หน้ากระดาษพิมพ์ขนาด 8 หน้ายก(งดโฆษณาและวางตลาดขาย) คนที่โดยปราศจากอคติธรรม( "อะ"พยัญขนะ" อ"ออ่างตัวนี้ในคำว่า"อคติธรรม"นี้แปลว่าไม่มีคติธรรม)แม้เราจะตายไปแล้ว เมื่อมีสิ่งผิดพลาดใข้ศาลและกฎนิติธรรมตัดสินให้เราจะไม่มาเป็นผีมาหลอกหลอนใครอีก ไม่ว่าใครจะผิดถูกในเรา เพราะกฎธรรมชาติ มันจะลงโทษผู้ผิดและชมเชยชดใช้ผู้ถูกที่ถูกแล้วในตัวของมันเองเองได้โดยอัตโนมัติตอนนี้ ! ตนเองคิดถึงท่านมาก หมายถึงพ่อแม่ทั้งที่เป็นตัวจริงและตัวปลอม(พ่อยกและแม่ยก)แต่ตนเองไม่รู้จะทำอย่างงัยดี !กับความเสียใจนี้ จึงต้องทำว่ามีใจจริงๆคือมีใจส่งถึงกันนั้นไม่พ้นแน่ๆ ด้วยวิธีนี้ "คือความรำลึกถึงกัน" เหมือนยื่นดอกกุหลาบสีแดงให้คนรักในวาระวาเลนไทม์แม้ตนเองจะคิดถึงท่านทุกเวลาที่ว่าง และนึกถึงทุกเวลาที่ทำได้แม้ในยามเข้าตกท้องและจะมั่นใจให้ดีว่า คือให้ได้ว่า "ในเมื่อ เราเกิดดมาเป็นมนุษย์ขึ้นมาได้เห็นจ๊ะว่านี้มิใช่ลูกวัวลูกควาย สรุปคือเกิดมาเป็นมนุษย์ที่ตีกอฟล์เป็นได้ ก็เพราะท่านตอนนี้ถ้าเราได้บินหรือนั่งเรือเดินสมุทรกลับไป เยี่ยมท่าน เคารพท่าน ที่หลุมศพท่านที่ปูนซีเมนต์ฉาบไว้อย่างเหรียวแน่นบนหลุมศพท่านเท่านั้นมีอะไรอีกหรือ ก็ เพราะท่านตายไปแล้ว ลมหายใจของท่านตอนนี้มอบไว้กับสายลมเพื่อพูดกับเรา เมื่อได้โอกาสทั้งคู่ตายพร้อมๆกัน โดยไม่ถูกฆ่าตาย ที่ตนเองแสนจะภูมิใจที่การตายของงท่านมิใช่ฆาตกรรมหรืออัตวิบาตกรรม(การตัวตาย) ศพของท่านทั้งหมดถูกฝังไว้อย่างดีพร้อมโฉนดที่ดินที่ระบุไว้(ค่าเช่าหลุมศพที่ซื้อไว้)ท่านทำไว้เองก่อนตาย ที่ตนเองคิดจะขุดขึ้นทาเผสแล้วเอาแต่กระดูกอัฐิที่จำเป็นทำแขวรคอส่วนที่เหลือนำไปลอยอังคารในทะเลลึกเราจะไม่ต้องกังวลอีกพอคิดถึงท่านวัดื่ไกนทีโบสถ์ทีไกนมี เราก็ทำบุญอุทิศให้ท่านที่นั่นที่ทั่วโลกมีเพราะทุกประเทศมีศาสนาเป็นส่วนใหญ่ แต่วัฒนโรรมประเพณีและพวก"ปาปรัสซี"papa r u sy" จะคิดอย่างวัย "ตนเองคิดยู่"หลายคนนคิดว่า สิ่งเสพติดมีพิษที่ดีต่อใครบางคนที่หาทางออกเป็นเภสัช ตนเองไม่มองเรื่องนี้ มาแก้เมื่อเสียใจมากๆขึ้นมาตนเองไม่เชื่อว่าสิ่วนี้มันจะ ทำให้หายเจ็บปวดทางใจได้เหมือนหมอใช้ยาสกัดมอร์ฟีน(morphine )วางยาก่อนคนไข้จะถูกผ้าตัด ยาตัวนี้เชื่อว่าแก้ปวดชะงัด เมื้อมีดหมอโดนเนื้อคนไข้ ที่ทุกคนต้องเชื่อหมอเมื่อวาระการผ่าคัดคนไข้มาถึงตนเองจำได้ว่า ที่ดงโจร บ้านเคียนส์ กระท่อมกัญขาหมากพลูฝิ่นถูกใข้อย่างเสรี เพราะกฎหมายไม่ สนใจตอนนั้น แต่ตายายและครอบครัวและพ่อแม่ตนเอง มิได้เป็นสมุนโจรในดงนั้น แต่อยู่ด้วยกีนได้ตลอดมา เพราะถูกเอื้ออย่างดี "เมื่อโจรขออะไรมาก็ให้ไปเรื่องก็จบ"แต่ครอบครัวตายายแลดพ่อแม่ตนเอง ไม่เสพสิ่งเสพติดทั้งหมดนี้ ในการสร้างตัว ส่วน ยายติดหมากพลูจนฟันดำเป็นสีมุกแมงไม่กินฟัน ยายติดหมากพลูงอมแงม แต่พ่อและแม่ตนเองไม่เสพสิ่งเหล่านี้เลยเด็ดขาด มิใช่เพราะถูกห้าม แต่เป็นเพราะไม่ชอบ แม้แต่เหล้า แม่แท้ๆขอวตนเองไม่เคยแตะ สำหรับในการดำรงชีพปกติปลูกคะน้าและหัวกะหล่ำปีเพื่อขายเพียงยังชีพ มิได้าวไกลพาไปตีตลาดโลก ตนเองพบว่ากระท่อมนี้ บางคนทีทบ้านบางเคียนส์ ถ้าไม่กินไม่ได้ ทำงานไม่เดิน และกินกระท่อมต่างข้าวในมื้อจำเป็นอีกด้วยยึดเป็นสรณะเพราะทำงานไม่พอกิน และหุงข้าวแต่ละมื้อ แตะละมื้อมันยากเย็นกว่าปลิดใบกระท่อมเพียงใบเดียวแล้วยัดเข้าใส่ปาก บางคนตนเองพบว่า :- ติดกัญชากันงอมแงมจนกัญชาเป็นยาแก้บันดาลโทสะได และ บางคนติดหมากพลูกันจนว่า ถ้าไม่ได้กินหมากพลูก่อนการสนทนาในประโยคต่อไป ทันทีที่พบกัน คงเป็นสงครามน้ำลายตามขึ้นมาแน่ทีเดียว ถ้าหมากพลูไม่ถูกเคี้ยวมันเสียก่อนบางคนพบว่า มีการสูบฝิ่น ตนเองเห็นนอนเอกเขนก ในมุมมืด กอดตะเกียงน้ำมันก้าด ดูดฝิ่นจน ตัวผอม เหลืองเหมือนคนติดเฮโร( heroine ) ที่กฎหมายห้ามไว้ที่บ้านบางเคียน์ แต่ฝิ่นถูกดูดกันในสังคมคนแก่อย่างถูกต้องตนเองไม่ได้ถามว่า ดูดมันเพื่ออะไร กับคนแก่ทำงานหนัก เหนื่อยหอบ "ตนเองเคยสงสัยคิดไปเอง" และตนเองไม่กล้าถามเพราะกลัวถูกดุ "เรามันเป็นเด็กเป็นเล็ก" ก็ต้องสำรวมตามสูตร ชนิดตีตัวเสียว่าว่า "ตนเอง โตขึ้นไปแล้วจะรู้เอง"" เมื่อมายุคตนเองชอบดนตรีชอบวาดชอบขีดเขียนตอนโตขึ้นมาแล้ว เริ่มมีขนอุยเกิดขึ้นแล้วที่อวัยวะเพศคนที่เรียนบางเคียนส์เรียกสิ่งนี้ว่า"กะเจี๊ยว"" ใช่! การจะไปกับความฝัน หรือ "หาความฝันคิดๆเขียนๆวาดภาพดนตรีกีร์ต้าาดรูป"" มีหลายคนที่บางเคียนส์บอกว่า:- ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้เหมือนขาดเมีย สิ่งเสพติดไม่ค่อยถูกกันสำหรับตนเองนอกจากหายากและแพง และตรเองเกิดมาเป็นเด็กในพานทอง ไม่อดอยากเพราะสิ่งเสพคิดครัมันแก้อดอยากได้ แก้หิวได้ที่พวกเขาเชื่อว่ามันเป็นแต่ตนเองเกิดมาไม่เคยอดอยากไม่เคยหิวหน้ามืดมาก่อนจึงไม่ได้ลองใช้มัน ต่อมาเห็นเขาดูดกัน อยากลองสนุกดูบ้างก็ลองดูตามเพื่อนๆ เมื่อถูกชวน แล้วเพื่อนๆบอกว่า"จะทำงานคิดสรรค์อะไรที่ทำจะทำได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น ต้องดูดกัญชา"เพื่อนๆแนะนำ"เมิ่อตนเองไม่อยากปฏิเสธ ก็ลองดูบ้าง พบว่าตนเองลองดูดดู พบว่ากัญชาดูดแล้วทำให้ง่วง นอนหลับไปเลย แต่ต่อมสพบว่า มันไม่มีประโยขน์อะไร สำหรับการคิดรังสรรค์งานอะไรเลย สำหรับตนเอง นอกจากอาหารครบห้าหมู่ที่ปกติตนเองกินนั่นล่ะ คิดรังสรรค์ดี น้ำพริกปลาเผาผักสดมื้อธรรมดานี้ละ"งานดีเลิศ"" นี่คือสิ่งที่พบเมื่อทำงานนอนมากๆทิวทัศน์ดีๆร้ำมากๆได้เห็นแฟนสาวๆมาให้กำลังใจการทำงานที่ต้องใช้ขจิตใจและสมองเป็รตัวตัวตั้ง งานก็จะดีขึ้น ส่วนเหล้าและบุหรี่ตนเองแตะบ้า แต่เมื่อมาอยู่ทางซีกโลกตะวันตก ตนเองไม่สนใจสิ่งเสพติดนอกจากหายากและมักจะผิดกฎหมายและพ่อยกตนเองไม่ชอบสิ่งนี้ นอกจากไวน์แดงและกาแฟและชาร้อนและบุหรี่ซิการ์มวนงามๆจากคิวบา (cu b a) เท่านั้น ชีวิตนี้ก็ดีพอแล้ว ตนเองยอมรับสารภาพเสียโดยดี ก่อนถูกถามต่อมาหลายคนยังมาตามย้ำว้าและย้ำว่า

             ตอนที่. 57
             "นกและตั๊กและผีเสื้อแดดและตัวทักทาย"


         -    ดอกไม้ หรือแมลงหรือตั๊กแตนแฃะตัวทักทาบหรือแมงอะไรเป็นพิเศษสักอย่างในวันรุ่งขึ้นก็เป็นได้ หรือรอหสกินในพื้นที่ใกล้เคียงมันเป็นฝูง มันต้องนัดกันมาแน่ๆเพราะนกมันก็มีสังคมของมันเองได้ มันไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ เพียงแต่นกมีปีก แต่มนุษย์ไม่มี



         สงสัย! แต่ทำไมมันจึงชอบพูดคุยกันตลอดเวลาไม่ว่ากลางคืนหรือกลางวันนี่คือสิ่งที่ตนเองพบ และคนก็ไม่เบื่อฟังเสียงมันแม้มันจะทะเลาะกันก็คนฟังเป็นเสียงเพลงไปหมด หรือเหมือนพวกนักการเมืองในสภาทะเลาะกัน เพื่อผลประโยขน์ของประชาชนนี้ มันก็นับว่าเป็นเสียงเพลงแห่งเสรีภาพและแห่งระบอบประชาธิปไตยน่ะ


      ถ้าสงครามในเมืองมนุษย์เป็นสงคราม เหมือนเสียงนกทะเลาะกัน ที่ตนเองจึงคิดว่า ก็คงจะดูดีมิใช่น้อย ท แทนสงครามกับน้ำตา ที่ตนเองคิดว่าไม่เหมาะ นอกจากเหตุสุดวิสัย


       ที่ผีอาวุธสงครามมันกระดิกต่อสู้กันเอง ด้วยจิตวิญาณของอาวุธที่ผลุดเกิดขึ้นในตัวมันเอง
มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็น้อยโอกาสนักที่จะ
เกืดนะ่ เพราะขึ้นชื่อว่าสงครามนั่น "มันแสนที่จะแพงและหาค่ามิได้""
ตนเองได้แต่ขอวิงวอนภาวนาว่า"จงอย่ามี"เถิดสงครามขึ้นเลยในทุกกรณี แม้จะเป็นสงครามในสันติภาพ หรือสันติภาพในสงคราม และจะเกิดขึ้น 

     
       ก็ขอจงเป็นเหมือนดั่งพฤติกรรทของนกทำเถิด
"ตนเอง คิด-คิดไป"อย่าง คนไร้เดียงสาการณ์ เพราะตาเองไม่มีอาวุธอะไร ที่จะไปพูดห้ามหรือส่งเสริมให้เกิด มิติแห่งสงครามและมิติแห่งสันติภาพนี้ได้


       นอกจากการวิงวอนและภาวนาและ ขอได้มีโอกาสฟังเสียงนกร้องเพลงให้ฟังต่อไป แม้นกจะทะเลาะกันเป็นเสียงเพลงก็ตาม สำหรับตนเองขอได้นั่งดื่มกาแฟร้อน หรือน้ำชาเย็นในระหว่างการฟังไปด้วย. เพียงเท่านี้ตาเองก็ถือว่า
"ตนเองมีความสุขมากแล้วในชีวิตนี้"
ตัวเองคิดว่าในโลกเรานี้ มีกฎหมายอยู่ อะไรผิดไปบ้างถูกไปบ้าง ถ้าคนเราตายลง


      ขอให้กฎหมายดูแลชีวิตของคนเราต่อไปผ่าน พินัยกรรมของเรา
หรือหนี้สินของเรา
ให้กฎหมายแทนเรา
แทนการขัดแย้งกันด้วยพลังกายและอาวุธปืนหรือด้วยหมัดและกระสุนปืนเถิด
และให้ทุกชีวิตเป็นดั่งรากหญ้าเถิด


       เมื่อกฎหมายทำอย่างงัย
นั่นคือพืนัยกรรมของเรา ถ้ากฎหมายข่วยได้น้อยกรณีของเรา ก็ให้วัฒนธรรมและวิถีประขาพูดแทนเราได้ นี่ขอให้ถือ เป็นอมตะ" นี่คือปรัขญาแม่บทแห่งนิยายถนนศิโลเมนี้""ถนนศิโลเมนี้เป็นหนังสือพิมพ์แล้วมีความยาวถึง300หน้ากระดาษพิมพ์ขนาด 8 หน้ายก(งดโฆษณาและวางตลาดขาย)


      คนที่โดยปราศจากอคติธรรม( "อะ"พยัญขนะ" อ"ออ่างตัวนี้ในคำว่า"อคติธรรม"นี้แปลว่าไม่มีคติธรรม)
แม้เราจะตายไปแล้ว เมื่อมีสิ่งผิดพลาดใข้ศาลและกฎนิติธรรมตัดสินให้
เราจะไม่มาเป็นผีมาหลอกหลอนใครอีก ไม่ว่าใครจะผิดถูกในเรา


     เพราะกฎธรรมชาติ มันจะลงโทษผู้ผิดและชมเชยชดใช้ผู้ถูกที่ถูกแล้วในตัวของมันเองเองได้โดยอัตโนมัติ
ตอนนี้ ! ตนเองคิดถึงท่านมาก หมายถึงพ่อแม่ทั้งที่เป็นตัวจริงและตัวปลอม(พ่อยกและแม่ยก)
แต่ตนเองไม่รู้จะทำอย่างงัยดี !กับความเสียใจนี้ จึงต้องทำว่ามีใจจริงๆคือมีใจส่งถึงกันนั้นไม่พ้นแน่ๆ 


     ด้วยวิธีนี้ "คือความรำลึกถึงกัน" เหมือนยื่นดอกกุหลาบสีแดงให้คนรักในวาระวาเลนไทม์
แม้ตนเองจะคิดถึงท่านทุกเวลาที่ว่าง และนึกถึงทุกเวลาที่ทำได้แม้ในยามเข้าตกท้องและจะมั่นใจให้ดีว่า คือให้ได้ว่า "ในเมื่อ เราเกิดดมาเป็นมนุษย์ขึ้นมาได้เห็นจ๊ะว่านี้มิใช่ลูกวัวลูกควาย สรุปคือเกิดมาเป็นมนุษย์ที่ตีกอฟล์เป็นได้ ก็เพราะท่าน
ตอนนี้ถ้าเราได้บินหรือนั่งเรือเดินสมุทรกลับไป


      เยี่ยมท่าน เคารพท่าน ที่หลุมศพท่านที่ปูนซีเมนต์ฉาบไว้อย่างเหรียวแน่นบนหลุมศพท่านเท่านั้น
มีอะไรอีกหรือ ก็ เพราะท่านตายไปแล้ว ลมหายใจของท่านตอนนี้มอบไว้กับสายลมเพื่อพูดกับเรา เมื่อได้โอกาสทั้งคู่ตายพร้อมๆกัน โดยไม่ถูกฆ่าตาย ที่ตนเองแสนจะภูมิใจที่การตายของงท่านมิใช่ฆาตกรรมหรืออัตวิบาตกรรม(การตัวตาย)


     ศพของท่านทั้งหมดถูกฝังไว้อย่างดีพร้อมโฉนดที่ดินที่ระบุไว้(ค่าเช่าหลุมศพที่ซื้อไว้)ท่านทำไว้เองก่อนตาย ที่ตนเองคิดจะขุดขึ้นทาเผสแล้วเอาแต่กระดูกอัฐิที่จำเป็นทำแขวรคอ
ส่วนที่เหลือนำไปลอยอังคารในทะเลลึกเราจะไม่ต้องกังวลอีกพอคิดถึงท่านวัดื่ไกนทีโบสถ์ทีไกนมี


      เราก็ทำบุญอุทิศให้ท่านที่นั่นที่ทั่วโลกมีเพราะทุกประเทศมีศาสนาเป็นส่วนใหญ่ แต่วัฒนโรรมประเพณีและพวก"ปาปรัสซี"papa r u sy" จะคิดอย่างวัย "ตนเองคิดยู่"
หลายคนนคิดว่า สิ่งเสพติดมีพิษที่ดีต่อใครบางคนที่หาทางออกเป็นเภสัช ตนเองไม่มองเรื่องนี้ มาแก้เมื่อเสียใจมากๆขึ้นมาตนเองไม่เชื่อว่าสิ่วนี้มันจะ


     ทำให้หายเจ็บปวดทางใจได้เหมือนหมอใช้ยาสกัดมอร์ฟีน(morphine )วางยาก่อนคนไข้จะถูกผ้าตัด ยาตัวนี้เชื่อว่าแก้ปวดชะงัด เมื้อมีดหมอโดนเนื้อคนไข้ ที่ทุกคนต้องเชื่อหมอเมื่อวาระการผ่าคัดคนไข้มาถึง
ตนเองจำได้ว่า ที่ดงโจร บ้านเคียนส์ กระท่อมกัญขาหมากพลูฝิ่นถูกใข้อย่างเสรี เพราะกฎหมายไม่



      สนใจตอนนั้น แต่ตายายและครอบครัวและพ่อแม่ตนเอง มิได้เป็นสมุนโจรในดงนั้น แต่อยู่ด้วยกีนได้ตลอดมา เพราะถูกเอื้ออย่างดี "เมื่อโจรขออะไรมาก็ให้ไปเรื่องก็จบ"แต่ครอบครัวตายายแลดพ่อแม่ตนเอง ไม่เสพสิ่งเสพติดทั้งหมดนี้ ในการสร้างตัว ส่วน ยายติดหมากพลูจนฟันดำเป็นสีมุกแมงไม่กินฟัน



     ยายติดหมากพลูงอมแงม แต่พ่อและแม่ตนเองไม่เสพสิ่งเหล่านี้เลยเด็ดขาด มิใช่เพราะถูกห้าม แต่เป็นเพราะไม่ชอบ แม้แต่เหล้า แม่แท้ๆขอวตนเองไม่เคยแตะ สำหรับในการดำรงชีพปกติปลูกคะน้าและหัวกะหล่ำปีเพื่อขายเพียงยังชีพ มิได้าวไกลพาไปตีตลาดโลก



     ตนเองพบว่ากระท่อมนี้ บางคนทีทบ้านบางเคียนส์ ถ้าไม่กินไม่ได้ ทำงานไม่เดิน และกินกระท่อมต่างข้าวในมื้อจำเป็นอีกด้วยยึดเป็นสรณะเพราะทำงานไม่พอกิน และหุงข้าวแต่ละมื้อ แตะละมื้อมันยากเย็นกว่าปลิดใบกระท่อมเพียงใบเดียวแล้วยัดเข้าใส่ปาก



     บางคนตนเองพบว่า :- ติดกัญชากันงอมแงมจนกัญชาเป็นยาแก้บันดาลโทสะได และ บางคนติดหมากพลูกันจนว่า ถ้าไม่ได้กินหมากพลูก่อนการสนทนาในประโยคต่อไป ทันทีที่พบกัน คงเป็นสงครามน้ำลายตามขึ้นมาแน่ทีเดียว ถ้าหมากพลูไม่ถูกเคี้ยวมันเสียก่อน
บางคนพบว่า มีการสูบฝิ่น ตนเองเห็นนอนเอกเขนก ในมุมมืด กอดตะเกียงน้ำมันก้าด ดูดฝิ่นจน ตัวผอม


      เหลืองเหมือนคนติดเฮโร( heroine ) ที่กฎหมายห้ามไว้ที่บ้านบางเคียน์ แต่ฝิ่นถูกดูดกันในสังคมคนแก่อย่างถูกต้อง
ตนเองไม่ได้ถามว่า ดูดมันเพื่ออะไร กับคนแก่ทำงานหนัก เหนื่อยหอบ "ตนเองเคยสงสัยคิดไปเอง" และตนเองไม่กล้าถามเพราะกลัวถูกดุ "เรามันเป็นเด็กเป็นเล็ก" ก็ต้องสำรวมตามสูตร ชนิดตีตัวเสียว่าว่า "ตนเอง โตขึ้นไปแล้วจะรู้เอง""




      เมื่อมายุคตนเองชอบดนตรีชอบวาดชอบขีดเขียนตอนโตขึ้นมาแล้ว เริ่มมีขนอุยเกิดขึ้นแล้วที่อวัยวะเพศคนที่เรียนบางเคียนส์เรียกสิ่งนี้ว่า"กะเจี๊ยว"" ใช่! การจะไปกับความฝัน หรือ "หาความฝันคิดๆเขียนๆวาดภาพดนตรีกีร์ต้าาดรูป"" มีหลายคนที่บางเคียนส์บอกว่า:- ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้เหมือนขาดเมีย



    สิ่งเสพติดไม่ค่อยถูกกันสำหรับตนเองนอกจากหายากและแพง และตรเองเกิดมาเป็นเด็กในพานทอง ไม่อดอยากเพราะสิ่งเสพคิดครัมันแก้อดอยากได้ แก้หิวได้ที่พวกเขาเชื่อว่ามันเป็นแต่ตนเองเกิดมาไม่เคยอดอยากไม่เคยหิวหน้ามืดมาก่อนจึงไม่ได้ลองใช้มัน



    ต่อมาเห็นเขาดูดกัน อยากลองสนุกดูบ้างก็ลองดูตามเพื่อนๆ เมื่อถูกชวน แล้วเพื่อนๆบอกว่า"จะทำงานคิดสรรค์อะไรที่ทำจะทำได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น ต้องดูดกัญชา"เพื่อนๆแนะนำ"
เมิ่อตนเองไม่อยากปฏิเสธ ก็ลองดูบ้าง พบว่าตนเองลองดูดดู พบว่ากัญชาดูดแล้วทำให้ง่วง นอนหลับไปเลย แต่ต่อมสพบว่า มันไม่มีประโยขน์อะไร


     สำหรับการคิดรังสรรค์งานอะไรเลย สำหรับตนเอง นอกจากอาหารครบห้าหมู่ที่ปกติ
ตนเองกินนั่นล่ะ คิดรังสรรค์ดี น้ำพริกปลาเผาผักสดมื้อธรรมดานี้ละ"งานดีเลิศ"" นี่คือสิ่งที่พบเมื่อทำงานนอนมากๆทิวทัศน์ดีๆร้ำมากๆได้เห็นแฟนสาวๆมาให้กำลังใจการทำงานที่ต้องใช้ขจิตใจและสมองเป็รตัวตัวตั้ง งานก็จะดีขึ้น


     ส่วนเหล้าและบุหรี่ตนเองแตะบ้า แต่เมื่อมาอยู่ทางซีกโลกตะวันตก ตนเองไม่สนใจสิ่งเสพติดนอกจากหายากและมักจะผิดกฎหมายและพ่อยกตนเองไม่ชอบสิ่งนี้ นอกจากไวน์แดงและกาแฟและชาร้อนและบุหรี่ซิการ์มวนงามๆจากคิวบา (cu b a) เท่านั้น ชีวิตนี้ก็ดีพอแล้ว ตนเองยอมรับสารภาพเสียโดยดี ก่อนถูกถามต่อมาหลายคนยังมาตามย้ำว้าและย้ำว่า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น